ขอร้องล่ะคุณเพื่อน อย่ามาหยอดเหมือนจะจีบ!•ตอนที่ 11

เพื่อนไม่จริงมันเป็นยังไง

ผลงานโดย สมุดบันทึกสีน้ำตาล
นิ้วมือของฉันสั่นเทาจนแทบจะถือโทรศัพท์มือถือเอาไว้ไม่ไหว หน้าจอเรืองแสงวาบสะท้อนกับหยดน้ำในห้องน้ำที่ยังคงเปียกชื้น ข้อความสั้นๆ หกพยางค์จากคีย์เมื่อคืนนี้ยังคงวนเวียนอยู่ในหัว ประโยคที่ว่า *'ถ้าเปลี่ยนจากจับมือ... เป็นจับจองหัวใจเธอแทน ตอนนี้ยังทันไหมวะ?'* มันไม่ใช่แค่มุกเสี่ยวตามประสาผู้ชายเจ้าชู้ที่ชอบหยอดไปเรื่อย แต่น้ำเสียงในแชตนั้น... และแววตาของเขาตอนที่ยืนส่งฉันหน้าหอพัก มันจริงจังเสียจนหัวใจบ้าๆ ดวงนี้เต้นผิดจังหวะไปหมด ให้ตายเถอะ นี่เราเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่ปีหนึ่งนะ! เพื่อนกันที่ไหนเขาข้ามเส้นมาบอกว่าจะ "จับจองหัวใจ" กันเล่า! ติ๊ง! เสียงแจ้งเตือนข้อความไลน์ดังขึ้นแทรกความคิดฟุ้งซ่าน ทำให้ฉันสะดุ้งเฮือกจนเกือบทำโทรศัพท์ร่วงลงอ่างล้างหน้า ชื่อของคนที่กำลังคิดถึงปรากฏหราอยู่บนหน้าจอ **Kee:** ตื่นยังคุณบัญชี หรือยังนอนฝันถึงผมอยู่? ฉันสูดลมหายใจเข้าลึกๆ กัดริมฝีปากตัวเองเบาๆ ด้วยความหมั่นไส้แกมประหม่า ก่อนจะรัวนิ้วพิมพ์ตอบกลับไปอย่างรวดเร็วเพื่อกลบเกลื่อนความวุ่นวายในอก **Fa-sai:** ฝันบ้าอะไรเล่า! ใครเขาจะไปฝันถึงนายกัน นายว่างมากเหรอถึงได้มาส่งข้อความป่วนแต่เช้าเนี่ย ห๊ะ! **Kee:** ว่างสิครับ... โดยเฉพาะเรื่องของคุณนี่ว่างตลอด 24 ชั่วโมงเลยนะ ว่าแต่... อ่านข้อความเมื่อคืนแล้วนอนหลับไหมล่ะเรา หรือตื่นมาพร้อมอาการใจสั่นผิดปกติ? ฮึ่ย! หมอนี่มันร้ายกาจเป็นบ้า รู้ทันตลอดว่าฉันกำลังคิดอะไรอยู่ หน้าของฉันร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ ทั้งที่พยายามบอกตัวเองว่าอย่าไปบ้าจี้ตามเกมของเขา แต่สุดท้ายก็ทนเก็บความสงสัยที่ค้างคามาทั้งคืนไม่ไหว นิ้วเรียวจึงกดพิมพ์คำถามที่อยากรู้ที่สุดออกไป **Fa-sai:** คีย์... ถามจริงๆ เถอะ นายเป็นบ้าอะไรเนี่ย? ทำไมช่วงนี้ถึงทำดีกับฉันแปลกๆ ทำไมต้องมาคอยรับคอยส่ง ซื้อขนมมาฝากแถมยังชอบพูดจาชวนเข้าใจผิดแบบนั้นตลอด นายเห็นฉันเป็นเพื่อนสนิทจริงๆ หรือแค่หาคนแก้เหงาเล่นแก้เบื่อกันแน่? กดส่งไปแล้ว... หัวใจเจ้ากรรมก็เต้นโครมครามรากระรัวราวกับจะทะลุออกมานอกอก ความเงียบโรยตัวลงในแชทอยู่ครู่ใหญ่ ไม่มีแม้แต่เครื่องหมาย '...' แสดงว่ากำลังพิมพ์ บรรยากาศรอบตัวเหมือนถูกหยุดเวลาไว้ ฉันยืนมองหน้าจอนิ่งๆ ความกลัวลึกๆ กำลังกัดกินหัวใจ กลัวว่าคำตอบของเขาจะทำให้สถานะ "เพื่อนสนิท" ที่ประคับประคองกันมาหลายปีต้องพังทลายลง หรือกลัวว่า... จริงๆ แล้วเขาก็แค่แกล้งเล่นสนุกตามประสาคนเจ้าชู้แค่นั้นเอง ชั่วโมงกว่าๆ ผ่านไปราวกับเป็นปี จนกระทั่งเสียงแจ้งเตือนดังขึ้นอีกครั้ง **Kee:** ลงมาข้างล่างตึกสิครับ **Fa-sai:** อะไรนะ? นายอยู่ที่นี่เหรอ? **Kee:** ลงมาเถอะน่า... เรื่องแบบนี้พิมพ์ทางแชทมันไม่รู้เรื่องหรอก มาคุยกันต่อหน้าดีกว่า ผมรออยู่ใต้ตึกนะ ห้ามช้าล่ะ ไม่งั้นผมขึ้นไปเคาะห้องจริงๆ ด้วย ฉันยืนนิ่งค้างอยู่กลางห้อง หัวใจเต้นแรงจนแทบกระเด็นออกมาข้างนอก สติสัมปชัญญะบอกว่าควรจะปฏิเสธแล้วขังตัวเองไว้ในห้อง แต่ขาทั้งสองข้างกลับขยับเดินไปหยิบเสื้อคลุมและกุญแจห้องด้วยความรวดเร็วอย่างน่าโมโห ลมยามสายพัดผ่านผิวกายเบาๆ เมื่อฉันก้าวเท้าพ้นประตูทางเข้าหอพัก สายตากวาดมองหาเจ้าของรถมอเตอร์ไซค์คันคุ้นเคย และทันทีที่เห็นแผ่นหลังกว้างของคนที่ยืนพิงรถอยู่ หัวใจเจ้ากรรมก็กระตุกวูบ คีย์หันมามองทันทีที่ได้ยินเสียงฝีเท้า ใบหน้าหล่อเหลาที่มักจะมีรอยยิ้มกวนประสาทประดับอยู่เสมอ วันนี้กลับราบเรียบ แววตาสีเข้มคู่นั้นมองตรงมาที่ฉันด้วยความรู้สึกบางอย่างที่อ่านไม่ออก มันลึกซึ้ง และจริงจัง... จนฉันไม่กล้าสบตาตรงๆ "ลงมาเร็วนี่ นึกว่าจะต้องขึ้นไปลากลงมาซะอีก" น้ำเสียงทุ้มเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ แต่ไม่มีแววหยอกล้อเหมือนเคย "มีอะไรก็ว่ามา..." ฉันกอดอก เชิดหน้าขึ้นเล็กน้อยเพื่อปกปิดอาการสั่นไหวในน้ำเสียง "เรียกฉันลงมาทำไมแดดร้อนจะตาย" คีย์ถอนหายใจเบาๆ เขาก้าวเข้ามาใกล้ทีละก้าว จนกลิ่นน้ำหอมผู้ชายคุ้นจมูกลอยมาแตะจมูก ระยะห่างระหว่างเราลดลงจนน่าใจหาย ฉันถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยอัตโนมัติ แต่เขากลับเอื้อมมือมาคว้าข้อมือฉันไว้ หลวมๆ แต่ปฏิเสธไม่ได้ "ฟ้า..." คีย์เรียกชื่อฉันด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงจนใจยวบ "ที่ถามในแชทเมื่อกี้... จริงจังใช่ไหม?" ฉันเม้มปากแน่น ไม่กล้าตอบ ได้แต่เบือนหน้าหนีไปมองทางอื่น "มองหน้าผมหน่อยสิ" นิ้วอุ่นๆ ของเขาแตะเบาๆ ที่คางบังคับให้ฉันหันกลับไปสบตา "อยากรู้ใช่ไหมว่าทำไมผมถึงทำดีด้วย ทำไมถึงคอยตามดูแล ทำไมถึงพูดจาหยอดอยู่ได้ทุกวัน..." หัวใจฉันแทบหยุดเต้น ลมหายใจสะดุดกึกเมื่อระยะห่างระหว่างใบหน้าของเราลดลงเรื่อยๆ "ก็เพราะว่า..." คีย์เว้นจังหวะ ดวงตาคมกริบมองลึกลงมาในดวงตาของฉัน "คำว่า 'เพื่อนสนิท' ที่เธอแปะป้ายให้ผมเนี่ย... ผมโคตรเกลียดมันเลยรู้ไหมวะ?" ฉันเบิกตากว้าง อ้าปากค้าง สมองขาวโพลนประมวลผลไม่ทันกับคำสารภาพที่พรั่งพรูออกมาแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย "นาย... หมายความว่ายังไง?" ฉันถามเสียงสั่น คีย์อมยิ้มบางๆ แววตาสะท้อนความรู้สึกอัดอั้นที่เก็บซ่อนไว้มานาน เขายื่นมืออีกข้างขึ้นมาทัดผมที่ปรกลงมาข้างแก้มให้ฉันอย่างแผ่วเบา สัมผัสนั้นอบอุ่นจนเกือบจะทำให้เข่าอ่อน "ก็หมายความว่า..." คีย์โน้มใบหน้าลงมาใกล้จนลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่ข้างแก้ม "ผมไม่เคยคิดกับเธอแค่เพื่อนตั้งแต่แรกอยู่แล้ว... ฟ้าใส" ทว่า... ก่อนที่ฉันจะได้ตั้งสติหรือเอ่ยคำพูดใดหลุดออกจากปาก เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อกั๊กของคีย์ก็แผดเสียงดังลั่นทำลายบรรยากาศสีชมพูจนยับเยิน คีย์ขมวดคิ้วด้วยความหงุดหงิด ละมือออกจากข้อมือฉันอย่างไม่ค่อยเต็มใจนักเพื่อหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูหน้าจอ แต่พอเขาเห็นชื่อที่ปรากฏอยู่บนนั้น สีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไปชั่วพริบตา ความกังวลฉายชัดขึ้นมาในแววตาจนฉันสังเกตเห็นได้ "ว่าไงวะมาร์ค?" คีย์กดรับสายด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด "(ไอ้คีย์! แย่แล้ว! รีบมาที่คณะด่วนเลยไอ้ดินมันก่อเรื่องใหญ่แล้ว... เรื่องของเธอกับฟ้าใสเมื่อคืนมีคนเอาไปโพสต์ลงเพจมหา'ลัยแล้วเว้ย!)" เสียงปลายสายลอดดังออกมาจนฉันได้ยินชัดเจน ทุกคำพูดพุ่งตรงเข้ามากระแทกโสตประสาทอย่างจัง คีย์หันขวับมามองหน้าฉันทันที ดวงตาคู่นั้นวาวโรจน์ด้วยความโกรธจัด ขณะที่ฉันยืนแข็งทื่อราวกับถูกสาปให้เป็นหิน เมื่อตระหนักได้ว่า... ความลับระหว่างเราเมื่อคืน กำลังถูกเปิดเผยให้คนทั้งมหาวิทยาลัยรับรู้แล้ว! ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับความรู้สึกฟินๆ นุบนิบหัวใจในตอนนี้ด้วยกันนะคะ!
สารจากนักเขียน (สมุดบันทึกสีน้ำตาล)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอร้องล่ะคุณเพื่อน อย่ามาหยอดเหมือนจะจีบ! นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%