ขอร้องล่ะคุณเพื่อน อย่ามาหยอดเหมือนจะจีบ!•ตอนที่ 20

ความอึดอัดที่เริ่มก่อตัว

ผลงานโดย สมุดบันทึกสีน้ำตาล
เสียงฝากข้อความเสียงความยาวสามวินาทีจากแอปพลิเคชันสีเขียวในมือถือของฉันมันช่างสร้างความระคายหู... ไม่สิ สร้างความปั่นป่วนในกระเพาะอาหารยิ่งกว่าการนั่งตรวจงบดุลบริษัทที่มีตัวเลขติดลบห้าหลักเสียอีกค่ะ "ฟ้า... เย็นนี้เลิกงานแล้ว อย่าเพิ่งรีบหนีกลับก่อนนะ กูมีเรื่องจะเคลียร์ด้วย" ให้ตายเถอะ น้ำเสียงทุ้มต่ำของยัยคีย์—อุ๊ย ไม่ใช่สิ นายคีย์! ที่ปกติมักจะเจือแววขี้เล่นและกวนประสาทเสมอในทุกๆ ประโยค แต่วันนี้กลับราบเรียบจนน่ากลัว มันให้ความรู้สึกเหมือนลางสังหรณ์ของพายุลูกใหญ่ที่กำลังจะพัดถล่มตึกสำนักงานบัญชีสี่ชั้นนี้ให้ราบคาบภายในพริบตาเดียว ฉันกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ขณะที่สายตาซุกซนเจ้ากรรมก็ดันเหลือบไปเห็นเงาสะท้อนของตัวเองในกระจกใสของโต๊ะทำงาน หน้าฉันแดงก่ำลามไปถึงใบหูอีกแล้วค่ะ! เป็นแบบนี้มาสามวันเต็มๆ นับตั้งแต่เหตุการณ์ที่ร้านสะดวกซื้อใต้คอนโดวันนั้น... วันที่เขาดันโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนลมหายใจอุ่นๆ รดอยู่บนพวงแก้ม แล้วกระซิบประโยคบ้าๆ นั่นข้างหู *‘ถ้าไม่อยากให้จีบในฐานะเพื่อน... งั้นเปลี่ยนเป็นแฟนแทน ดีไหมครับ?’* ฮืออออ! คิดถึงทีไร สมองฉันก็พาลจะรวนเรจนประมวลผลอะไรไม่ออกทุกที ยัยฟ้าใส เธอเป็นนักบัญชีผู้รอบคอบนะยะ ตัวเลขซับซ้อนแค่ไหนเธอก็เคลียร์ได้ ทำไมเรื่องหัวใจของนายวิศวะปากเสียคนนี้ถึงได้แก้โจทย์ไม่ตกสักทีล่ะคะ! ตึ้ง! เสียงแจ้งเตือนข้อความแชตเด้งขึ้นมาขัดจังหวะความคิดฟุ้งซ่านของฉันทันที **Key_Vee:** [เลิกงานยัง?] **Fahsai_Acc:** [กำลังจะเก็บของค่ะ มีอะไรด่วนเหรอ?] **Key_Vee:** [ไม่ด่วน... แต่สำคัญมาก ลงมาข้างล่างตึกได้แล้ว กูยืนรออยู่ตรงเสาต้นเดิม] **Fahsai_Acc:** [เอ่อ... คือฟ้าเคลียร์บัญชีไม่เสร็จเลยค่ะ คงอีกสักพักใหญ่ๆ นู่นแหละ มาร์คไม่ได้ชวนแกไปกินหมูกระทะเหรอ ไปกับมาร์คก่อนก็ได้นะ!] ฉันรีบพิมพ์รัวปฏิเสธเป็นพัลวัน มือไม้สั่นเทาจนเกือบทำปากกาตกพื้น ความรู้สึกตอนนี้มันไม่ใช่ความกลัวธรรมดาค่ะ แต่มันคือ "ความอึดอัด" ชนิดที่ว่าต่อให้เอาแอร์มาเปิดสักสิบตัวก็ช่วยคลายความร้อนรุ่มในอกนี้ไม่ได้เลย ต่างคนต่างเริ่มมั่นใจในความรู้สึกของอีกฝ่าย... ใช่ค่ะ ฉันรู้ว่าเขารู้สึกยังไง และมั่นใจร้อยเปอร์เซ็นต์ว่าเขาก็รู้ว่าฉันคิดยังไงเหมือนกัน แต่วิธีการแสดงออกของพวกเรานี่สิคะ มันถึงทางตันแบบสมบูรณ์แบบ การเป็น "เพื่อนสนิท" ที่รู้ไส้รู้พุงกันมาสามปี มันมีกำแพงบางๆ ที่เรียกว่าความกลัวกั้นอยู่ กลัวว่าถ้าพูดคำนั้นออกไปแล้วทุกอย่างจะไม่เหมือนเดิม กลัวว่าความสัมพันธ์ที่อบอุ่นแบบนี้จะพังทลายลงในชั่วพริบตา **Key_Vee:** [มาร์คอม 10 รอบแล้ว เพราะมันบอกว่าถ้ากูเคลียร์กับมึงไม่เสร็จคืนนี้ มันจะไม่ยอมจ่ายค่าหมูกระทะ เพราะฉะนั้น... ลงมาเถอะฟ้า อย่าให้กูต้องเดินขึ้นไปลากตัวถึงโต๊ะบัญชีนะ] อ่านจบแล้วฉันก็อยากจะกรี๊ดใส่หน้าจอให้มันรู้แล้วรู้รอด สายตาดุดันที่ส่งผ่านมาทางตัวหนังสือมันทำให้จินตนาการออกเลยว่าตอนนี้เขากำลังยืนกอดอกพิงเสาด้วยสีหน้าแบบไหน ร่างบางสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ เพื่อเรียกความกล้า ก่อนจะค่อยๆ สะพายกระเป๋าแล้วเดินออกจากห้องทำงานลงมายังลานจอดรถใต้ตึกด้วยฝีเท้าที่หนักอึ้งราวกับกำลังเดินไปขึ้นเขียง บรรยากาศยามเย็นของกรุงเทพฯ ท้องฟ้าเริ่มเปลี่ยนเป็นสีส้มอมม่วง ลมพัดโชยมาเบาๆ แต่เชื่อไหมคะว่าเหงื่อกาฬของฉันกลับซึมออกมาตามไรผมเต็มไปหมด และแล้ว... ภาพของร่างสูงโปรดในชุดเสื้อเชิ้ตสีดำพับแขนขึ้นมาถึงข้อศอก กางเกงสแลคเข้ารูปที่ขับให้ขายาวๆ ดูโดดเด่นเป็นสง่า ก็ปรากฏแก่สายตา นายคีย์ยืนพิงเสาต้นเดิมตามที่บอกจริงๆ ค่ะ เขากำลังก้มหน้าไถมือถืออยู่ แต่พอได้ยินเสียงฝีเท้าของฉัน ดวงตาคมกริบคู่นั้นก็เงยขึ้นมาสบตากันพอดี ฉับพลัน... บรรยากาศรอบตัวเหมือนถูกกดปุ่มหยุดเวลา ปกติแล้วเวลาเจอกัน เราจะต้องทักทายด้วยการแซวกันเจ็บๆ คันๆ หรือไม่ก็เปิดฉากเถียงกันเรื่องไร้สาระภายในสามวินาทีแรก แต่วินาทีนี้... ไม่มีใครปริปากพูดอะไรออกมาสักคำเดียวค่ะ ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่ระหว่างเรา ระยะห่างแค่ไม่ถึงสามเมตร แต่มันกลับให้ความรู้สึกไกลโพ้นจนน่าใจหาย ดวงตาสีนิลคู่นั้นจ้องมองมาที่ฉันนิ่งสนิท ไม่มีแววขี้เล่น กวนประสาท หรือรอยยิ้มมุมปากแบบที่เคยเป็น มีเพียงประกายความจริงจังบางอย่างที่ส่องแสงระยิบระยับอยู่ภายใน จนทำให้ฉันไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง ฉันรีบหลบสายตา ก้มมองรองเท้าผ้าใบของตัวเอง สองมือบีบเข้าหากันแน่นจนปลายนิ้วซีดเผือด ความอึดอัดมันพุ่งทะยานขึ้นถึงขีดสุด หัวใจเต้นโครมครามจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยินเสียงมันรัวเร็วดั่งกลองเพล "มองพื้นแล้วรองเท้ามันจะสวยขึ้นเหรอฟ้า" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ น้ำเสียงของเขาแหบพร่ากว่าปกติเล็กน้อย จนฉันต้องเงยหน้าขึ้นไปมองโดยอัตโนมัติ "เปล่าสักหน่อย..." ฉันตอบเสียงอ่อย พยายามบังคับน้ำเสียงไม่ให้สั่น "แก... มีอะไรจะคุยกับฉันก็รีบพูดมาเถอะ ฉันต้องรีบกลับไปปั่นงานต่อ" นายคีย์ไม่ตอบทันทีค่ะ เขาก้าวเท้าเดินเข้ามาใกล้ฉันทีละก้าว... ทีละก้าว อย่างช้าๆ ทุกย่างก้าวของเขาเหมือนมีแรงดึงดูดมหาศาลที่ดึงดูดให้ฉันก้าวถอยหลังโดยอัตโนมัติ จนกระทั่งแผ่นหลังของฉันไปชนเข้ากับเสาปูนเย็นเฉียบอย่างจัง ร่างสูงหยุดยืนประชิดตัวในระยะที่ใกล้เกินกว่าคำว่าเพื่อนสนิทจะพึงกระทำ ปลายจมูกของเราแทบจะชนกันถ้าฉันเผลอเงยหน้าขึ้นไปมากกว่านี้ กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมกับกลิ่นเหงื่อจางๆ ยามเย็น ลอยอบอวลอยู่ในพื้นที่แคบๆ ที่เขากักตัวฉันไว้ "ถอยไปเลยนะนายคีย์ ยืนใกล้เกินไปแล้ว!" ฉันโวยวายกลบเกลื่อนความประหม่า พร้อมกับใช้มือดันแผงอกกว้างของเขาเอาไว้ แต่มือเจ้ากรรมดันไปสัมผัสกับกล้ามเนื้อแน่นๆ ใต้ร่มผ้า จนต้องรีบชักมือกลับแทบไม่ทัน นายคีย์แค่นหัวเราะในลำคอเบาๆ แววตาคมกริบมองลึกลงมาในดวงตาของฉันราวกับจะอ่านทะลุไปถึงก้นบึ้งของหัวใจ "ใกล้แค่นี้... ยังน้อยไปด้วยซ้ำกับสิ่งที่กูอยากทำ" เขาพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังจนฉันต้องชะงัก "ฟ้า... เราเป็นเพื่อนกันมานานแค่ไหนแล้ววะ" "จ... อยู่ๆ มาถามอะไรเนี่ย สามปี... เกือบสี่ปีแล้วมั้ง" ฉันตอบเสียงตะกุกตะกัก หลบสายตาไปมองกระดุมเสื้อเชิ้ตของเขาแทน "เออ เกือบสี่ปี... เป็นเวลาที่นานพอสมควรเลยเนอะ" นายคีย์ทอดถอนหายใจยาว ก่อนที่มือหนาข้างหนึ่งจะยกขึ้นมาแตะเบาๆ ที่กลุ่มผมของฉันแล้วเกลี่ยปอยผมที่ตกลงมาทาสีข้างแก้มให้อย่างเบามือ สัมผัสแผ่วเบานั้นทำเอาสติฉันกระเจิงไปไกลลิบ "แต่รู้ไหม... ว่าทุกวันที่ผ่านมา การเป็น 'เพื่อน' ของมึงเนี่ย มันทรมานกูชะมัดเลยวะฟ้า" ตู้ม! เหมือนมีระเบิดลูกใหญ่มาลงกลางอก คำพูดตรงไปตรงมาอย่างไร้การปรุงแต่งนั้นกระแทกเข้าใส่หัวใจของฉันอย่างจังจนชาหนึบไปหมด "คีย์..." ฉันครางชื่อเขาได้แค่นั้น สมองตื้อตันไปหมด "กูไม่อยากเป็นเพื่อนมึงแล้วนะฟ้า" นายคีย์โน้มใบหน้าลงมาใกล้จนหน้าผากของเราแทบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดริมฝีปากของฉันจนสั่นสะท้านไปทั้งร่าง ดวงตาคู่คมจ้องมองลึกเข้ามาในดวงตาฉันด้วยความรู้สึกทั้งหมดที่เขาเก็บซ่อนไว้มานาน "มึงจะอนุญาตให้กูจีบมึงในฐานะผู้ชายคนหนึ่ง... ได้หรือยัง?" ในวินาทีที่หัวใจของฉันกำลังจะระเบิดออกมาเป็นเสี่ยงๆ และคำตอบว่า "ตกลง" กำลังจะหลุดรอดจากริมฝีปากที่สั่นเทานั้น... *พรึ่บ!* แสงไฟนีออนรอบบริเวณลานจอดรถทั้งหมดก็ดับวูบลงพร้อมกันอย่างไร้สาเหตุ ความมืดมิดเข้าปกคลุมชั่วขณะ ตามมาด้วยเสียงฝีเท้าและเสียงโวยวายคุ้นเคยของใครบางคนที่วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาจากมุมตึก "ไอ้คีย์! ฟ้า! พวกแกอยู่แถวนี้ป่ะวะ มืดตึ๊ดตื๋อแบบนี้มองไม่เห็นทางเลยโว้ย ไฟดับเหี้ยอะไรตอนนี้เนี่ย!" เสียงตะโกนโวยวายของมาร์คดังแว่วมาใกล้เรื่อยๆ พร้อมกับแสงไฟฉายจากมือถือที่สาดส่องกราดยิงเข้ามาอย่างไร้ทิศทาง! ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาฟินและอินไปกับความสัมพันธ์กั๊กๆ ของคู่กัดคู่นี้ด้วยกันนะคะ แล้วเจอกันตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (สมุดบันทึกสีน้ำตาล)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอร้องล่ะคุณเพื่อน อย่ามาหยอดเหมือนจะจีบ! นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%