"บอกแล้วไงคะว่าไม่ได้เขิน! เมื่อกี้แค่สำลักน้ำลายเฉย ๆ ต่างหากเล่า ตาบ้าคีย์!"
ฟ้าใสเกือบจะปาโทรศัพท์มือถือทิ้งลงพื้นห้องนอนอยู่แล้วเชียว ถ้าไม่ได้ยินเสียงหัวเราะทุ้มต่ำที่ลอดผ่านลำโพงออกมาเสียก่อน เสียงนั้นไม่ได้กวนประสาทหรือยียวนเหมือนทุกที แต่กลับมีความแหบพร่าเจือความเอ็นดูชัดเจน จนคนที่นั่งกอดหมอนอยู่บนเตียงถึงกับต้องยกมือขึ้นมาทาบอก ตัวเองร้อนผ่าวไปหมดตั้งแต่ใบล่างยانوหู ยิ่งคิดถึงประโยคที่เขาพูดก่อนสายจะตัดไปเมื่อคืน หัวใจเจ้ากรรมก็ยิ่งเต้นโครมครามราวกับจะกระโดดออกมานอกอก
*‘ถ้าเขินจนหายใจไม่ออก... เปลี่ยนมาหายใจร่วมกันกับฉันไหมล่ะครับ’*
ให้ตายเถอะ! นี่มันมุกจีบเกรดไหนกัน ทำไมมันถึงมีอิทธิพลต่อสุขภาพจิตของสาวบัญชีปีสามอย่างเธอได้ขนาดนี้!
ติ๊ง!
เสียงแจ้งเตือนข้อความแชตจากหน้าจอโทรศัพท์สว่างวาบขึ้นมาท่ามกลางความเงียบ ฟ้าใสสะดุ้งสุดตัว รีบคว้ามันขึ้นมาดูด้วยความรวดเร็วราวกับกลัวว่าอีกฝ่ายจะส่งอะไรมาชวนใจสั่นอีก
**[Chat: คีย์ที่ไม่ค่อยปลดล็อก]**
**คีย์:** ตื่นยังคุณบัญชี
**คีย์:** หรือยังนอนเขินอยู่จนหน้าดำคร่ำเครียดไปแล้ว
**ฟ้าใส:** ยุ่งน่า! ใครเขินคุณฟะ! ตื่นนานแล้วเว้ย
**คีย์:** อ๋อเหรอ... เห็นเงียบไป นึกว่าสำลักความหล่อของผมตายคาเตียงไปแล้วซะอีก
**ฟ้าใส:** หหลงตัวเองเบอร์นี้ เอาปี๊บมาคลุมหัวไปเลยไป!
**คีย์:** คลุมไม่ได้หรอกครับ... เดี๋ยวไม่มีคนมาคอยเถียงด้วย แล้วนี่กินข้าวเช้ายัง หรือรอให้ผมไปทำให้กิน
ฟ้าใสเม้มปากแน่น พยายามกลั้นยิ้มจนแก้มแทบปริ ยัยฟ้าใส ตั้งสติหน่อยสิยะ! เขาแค่หยอดตามนิสัยผู้ชายเจ้าชู้ทั่วไปนั่นแหละ อย่าไปเคลิ้มตามเด็ดขาด! แต่ถึงจะเตือนตัวเองยังไง หัวใจเจ้ากรรมก็ดันทรยศด้วยการพิมพ์ตอบกลับไปอย่างรวดเร็ว
**ฟ้าใส:** ไม่ต้องเลย! ฉันทำกินเองได้ย่ะ ว่าแต่... วันนี้ว่างมากเหรอกวนประสาทแต่เช้า ไม่มีโปรเจกต์ส่งอาจารย์หรือไง
**คีย์:** ว่างพอที่จะเดินไปเคาะห้องข้าง ๆ แล้วลากคุณลงมาหาอะไรกินด้วยกันนั่นแหละ
**ฟ้าใส:** ฝันไปเถอะ! ฉันไม่เปิด—
ก๊อก ๆ ๆ!
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งติด ๆ กัน ตัดหน้าจอแชตที่เธอกำลังพิมพ์ตอบโต้จนฟ้าใสสะดุ้งโหยง โทรศัพท์ในมือเกือบหลุดร่วงลงพื้น ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความงุนงง ใครมาเคาะห้องเอาป่านนี้... หรือว่าจะเป็นยัยมีนเพื่อนร่วมคณะที่นัดกันไว้แต่เช้า
ฟ้าใสเดินบ่นงึมงำไปที่หน้าประตูมือยังถือโทรศัพท์ค้างไว้ที่หน้าแชตของคีย์ เธอไม่ได้ส่องตาแมวดูด้วยซ้ำเพราะคิดว่าเป็นเพื่อนสนิท จึงกระชากประตูเปิดออกกว้างด้วยสีหน้าหงุดหงิดเล็กน้อย
"บอกว่าไม่ต้องมาเคาะไงมีน—"
คำพูดทั้งหมดกลืนหายลงไปในลำคอทันที เมื่อคนที่ยืนอยู่หน้าประตูห้องไม่ใช่เพื่อนสาวอย่างที่คิด แต่เป็นร่างสูงโปรดของนายวิศวะปากร้ายที่เพิ่งวางสายจากเธอไปเมื่อไม่กี่นาทีที่แล้ว
คีย์อยู่ในชุดเสื้อยืดสีดำสนิทกับกางเกงวอร์มสบาย ๆ เรือนผมยุ่งเหยิงเล็กน้อยราวกับเพิ่งตื่นนอน แต่สิ่งที่ทำให้ฟ้าใสพูดไม่ออกคือรอยยิ้มบาง ๆ ที่มุมปากของเขา รอยยิ้มที่ไม่ได้มาพร้อมกับคำพูดกวนประสาทเหมือนทุกครั้ง แต่เป็นรอยยิ้มอบอุ่นที่ทำให้ดวงตาคมคายคู่นั้นดูละมุนจนน่าประหลาด
"เปิดประตูต้อนรับได้น่ารักดีนี่ครับ" คีย์ทักขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไหล่กว้างพิงกรอบประตูอย่างสบายอารมณ์
"น..นายมาทำไมเนี่ย!" ฟ้าใสถอยหลังกรูดโดยอัตโนมัติ หัวใจเต้นแรงขึ้นมาจนแทบทะลุออกมานอกอกเมื่อระยะห่างระหว่างเธอกับเขามันใกล้กันเกินไป "นี่มันห้องฉันนะยะ อยากโดนข้อหาบุกรุกหรือไง!"
"บุกรุกอะไรกัน ผมแค่มารับคนแถวนี้ไปกินข้าวตามที่บอกในแชต" คีย์ยักไหล่ ทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ "อีกอย่าง... หน้าตาคุณตอนนี้ตลกมากเลยรู้ตัวป่ะ เหมือนแมวเปอร์เซียกำลังจะข่วนผมเลย"
"ไอ้...!" ฟ้าใสสูดหายใจเข้าลึก ๆ เพื่อระงับสติอารมณ์ มือเรียวเตรียมจะผลักอกแกร่งให้ออกไปพ้นรัศมีสายตา แต่จังหวะนั้นเอง สายตาก็เหลือบไปเห็นอะไรบางอย่างที่เคลื่อนไหวอยู่ตรงข้อเท้าของอีกฝ่าย
มันคือลูกแมวสีส้มลายเสือตัวจิ๋ว ผอมแห้งจนเห็นซี่โครงเล็กน้อยกำลังซุกซ่อนอยู่หลังข้อเท้าของคีย์ มันส่งเสียงร้อง "เหมียว..." เบา ๆ อย่างน่าสงสาร ก่อนจะเดินเตาะแตะออกมาแล้วซุกเข้าหาข้อเท้าของชายหนุ่มราวกับหาที่พึ่งพิง
ฟ้าใสชะงักค้าง มือที่ตั้งท่าจะผลักเขาค่อย ๆ ตกกลิ้งลงข้างลำตัว ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นด้วยความประหลาดใจ "นั่น... อะไรน่ะ"
คีย์ก้มลงมองตามสายตาของเธอ รอยยิ้มกวน ๆ เมื่อครู่เลือนหายไปในพริบตา แทนที่ด้วยแววตานุ่มนวลอย่างที่ฟ้าใสไม่เคยเห็นมาก่อนในชีวิต ร่างสูงค่อย ๆ ย่อตัวลงช้า ๆ ใช้ปลายนิ้วเรียวยาวแตะเบา ๆ ที่คางของลูกแมวตัวน้อยตัวนั้นอย่างทะนุถนอม
ภาพที่ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ ดีกรีเดือนคณะวิศวะผู้ขึ้นชื่อเรื่องความปากหมาและขี้แกล้ง กำลังนั่งยอง ๆ ใช้สองนิ้วประคองลูกแมวจรจัดข้างหอมอมแมมด้วยความอ่อนโยน... มันช็อคโลกยิ่งกว่าดาวหางชนโลกเสียอีก
"เจอข้างถังขยะหลังตึกเมื่อคืน" คีย์เอ่ยเสียงเบา มือหนาช้อนอุ้มเจ้าแมวส้มตัวจิ๋วขึ้นมาแนบอกอย่างเบามือ กลัวว่ามันจะเจ็บ "ร้องเสียงดังน่ารำคาญเชียว ตอนแรกกะว่าจะวางไว้เฉย ๆ แต่ดันหิวโซจนเดินตามมาถึงหน้าห้อง... สุดท้ายก็เลยต้องยอมเป็นทาสจำเป็นไปโดยปริยาย"
ฟ้าใสยืนมองภาพตรงหน้าโดยไม่รู้ตัวว่าตัวเองเผลอกลั้นหายใจตั้งแต่เมื่อไหร่ คำพูดจาขวานผ่าซากที่เขาชอบใช้กลบเกลื่อนความใจดีของตัวเอง มันช่าง... น่าหมั่นไส้และน่ารักในเวลาเดียวกันเสียจริง
"นายเนี่ยนะ เก็บแมวจร?" ฟ้าใสอดไม่ได้ที่จะแซะเบา ๆ เพื่อกลบเกลื่อนความวูบไหวในอก "ฉันนึกว่านายจะรังเกียจสัตว์พวกนี้ซะอีก เห็นปากร้ายใส่ฉันทุกวัน"
คีย์เงยหน้าขึ้นสบตาเธอนิ่ง แววตาสีเข้มคู่นั้นสะท้อนเงาของเธอไว้อย่างชัดเจน รอยยิ้มจาง ๆ ผุดขึ้นที่มุมปากอีกครั้ง แต่มันไม่ใช่รอยยิ้มเย้าแหย่ เป็นรอยยิ้มที่จริงจังจนฟ้าใสต้องหลบสายตาหนีแทบไม่ทัน
"ปากร้ายเฉพาะกับคนบางคนเท่านั้นแหละครับ" คีย์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง อุ้มเจ้าแมวส้มไว้แนบอกเหมือนเด็กน้อย "แต่กับสิ่งมีชีวิตตัวเล็ก ๆ ที่ไม่มีทางสู้... ผมใจดีกว่าที่คุณคิดเยอะ"
"..." ฟ้าใสหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาอีกรอบ เธอรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังเสียกระบวนท่าให้กับผู้ชายคนนี้เป็นครั้งที่ร้อยของวัน ความอบอุ่นที่แผ่ออกมาจากตัวเขามันช่างอันตรายต่อหัวใจเกินไปแล้ว
"ไป..." คีย์เอ่ยปากชวนด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลกว่าปกติ "ลงไปซื้ออาหารแมวที่ร้านสะดวกซื้อข้างล่างเป็นเพื่อนหน่อยสิคุณบัญชี เจ้าตัวแสบนี้ยังไม่ได้กินอะไรตั้งแต่เมื่อคืนเลย"
ฟ้าใสเม้มปาก ลอบมองเจ้าแมวส้มที่กำลังซุกหน้าหลับตาพริ้มอยู่ในอ้อมแขนของคนตัวสูง แล้วค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นมองเจ้าของอ้อมแขนนั้น... คนที่ปากบอกว่ารำคาญ แต่กลับอุ้มมันไว้แน่นราวกับกลัวจะหล่นหาย
ให้ตายเถอะ... ผู้ชายคนนี้มีกี่ร่างกันแน่นะ ทำไมถึงได้ขยันทำให้ใจเต้นแรงอยู่เรื่อยเลย!
"เออ ๆ ก็ได้! เห็นแก่เจ้าตัวเล็กนี่หรอกนะ ไม่ได้เห็นแก่นายหรอก!" ฟ้าใสเชิดหน้าขึ้นทำเป็นฟอร์มจัด กลบเกลื่อนรอยยิ้มที่กำลังระบายอยู่บนใบหน้าของตัวเอง ก่อนจะคว้ากระเป๋าเงินแล้วเดินนำลิ่วออกไปจากห้อง
คีย์มองตามแผ่นหลังบางที่เดินบ่นงึมงำนำหน้าไป รอยยิ้มเจ้าเล่ห์แต่แฝงความอบอุ่นผุดขึ้นที่ริมฝีปากหนา ขายยาวก้าวตามเธอไปติด ๆ พร้อมกับกระซิบเบา ๆ ไล่หลัง
"ปากแข็งแบบนี้... ระวังจะตกหลุมรักทาสแมวคนนี้เข้าจริง ๆ นะครับคุณเพื่อน"
ฟ้าใสสะดุ้งเฮือก เกือบจะสะดุดขาตัวเองล้มกลางทาง รีบหันขวับกลับมาแยกเขี้ยวใส่ "ฝันไปเถอะยะ ไม่มีทางซะหรอก!"
แต่ใครจะรู้... ว่าหัวใจที่เต้นรัวไม่เป็นจังหวะในอกตอนนี้ มันไม่ได้กำลังปฏิเสธคำพูดนั้นเลยแม้แต่น้อย
ติ๊ง!
เสียงแจ้งเตือนข้อความแชตจากโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อของฟ้าใสสั่นเบา ๆ ท่ามกลางความเงียบของทางเดินตึก เธอหยิบขึ้นมาเปิดดูด้วยความฉงน ขณะที่ก้าวเดินเคียงข้างร่างสูงไปพร้อมกับเจ้าแมวส้มตัวน้อยในอ้อมแขนเขา
**[Chat: คีย์ที่ไม่ค่อยปลดล็อก]**
**คีย์:** (ส่งรูปถ่าย)
รูปในแชตปรากฏภาพใบหน้าด้านข้างของฟ้าใสที่กำลังก้มมองเจ้าแมวส้มด้วยแววตารักใคร่เอ็นดูอย่างไม่รู้ตัว โดยมีเงาของคีย์สะท้อนอยู่ในกระจกเงาข้างทางเดินกำลังมองเธอด้วยสายตาที่คลั่งรักยิ่งกว่าอะไรทั้งหมด
**คีย์:** รูปนี้... รอยยิ้มที่คุณไม่เคยรู้ตัวเลยว่ามันน่ารักขนาดไหนตอนที่อยู่กับผม
ฟ้าใสชะงักกึก หัวใจหยุดเต้นไปสามวินาทีเต็ม ใบหน้าร้อนผ่าวราวกับโดนไฟลวกจนต้องรีบเงยหน้าขึ้นมองเจ้าของข้อความ แต่ยังไม่ทันจะได้อ้าปากโวยวายแก้เขิน คีย์ก็ยื่นมือหนามาคว้าข้อมือเธอไว้เบา ๆ พร้อมกับโน้มใบหน้าลงมากระซิบชิดริมหูด้วยเสียงทุ้มพร่าที่ทำเอาขาแทบทรุด
"ถ้ายังปากแข็งแบบนี้อีก... ระวังผมจะจีบจริง ๆ จนคุณหนีไม่รอดนะครับ, ที่รัก"
*(โปรดติดตามตอนต่อไป)*
---
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางและอมยิ้มไปกับความนุบนิบของคู่กัดคู่นี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ!
ขอร้องล่ะคุณเพื่อน อย่ามาหยอดเหมือนจะจีบ!•ตอนที่ 16
รอยยิ้มที่คุณไม่เคยเห็น
ผลงานโดย สมุดบันทึกสีน้ำตาล
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สมุดบันทึกสีน้ำตาล)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอร้องล่ะคุณเพื่อน อย่ามาหยอดเหมือนจะจีบ! นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!