"เดี๋ยวก่อนคีย์..."
เสียงกระซิบที่ลอยมาพร้อมกับกลิ่นไอมัสก์จางๆ จากเสื้อฮู้ดตัวโคร่งที่เขาเพิ่งถอดคลุมไหล่ให้ฉันเมื่อครู่ มันทำให้หัวใจดวงน้อยๆ ของเด็กสาวคณะบัญชีผู้รอบคอบและยึดมั่นในระเบียบแบบแผนอย่างฉัน... เต้นรัวจนแทบจะกระโดดออกมานอกอก
ดวงตาคู่สวยช้อนขึ้นมองคนตัวสูงที่ยืนซ้อนหลังอยู่ใต้ชายคาป้ายรถเมล์ เม็ดฝนด้านนอกยังคงโปรยปรายลงมาอย่างต่อเนื่อง ทว่าพื้นที่ตรงนี้กลับดูแคบลงถนัดตาเมื่อมีเงาของเขาโน้มลงมาใกล้จนแทบจะชิด
"เมื่อกี้... นายว่าอะไรนะ?" ฉันถามย้ำ พยายามบังคับน้ำเสียงไม่ให้สั่นไหว แต่ดูเหมือนว่าใบหน้าที่ร้อนผ่าวจนลามไปถึงใบหูจะทรยศความตั้งใจเสียแล้ว
คีย์เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ริมฝีปากหยักได้รูปยกยิ้มมุมปาก—รอยยิ้มเจ้าเล่ห์แบบที่ฉันเห็นมาตลอดสามปีในฐานะ 'เพื่อนสนิท' แต่แปลกเหลือเกินที่วันนี้ รอยยิ้มเดิมๆ กลับสร้างแรงกระแทกมหาศาลให้กับผนังหัวใจที่ฉันอุตส่าห์สร้างไว้เสียหนาเตอะ
"อ้าว ก็บอกว่า..."
ปลายนิ้วเรียวยาวของพ่อคุณเอื้อมมาปัดปอยผมที่เปียกชื้นแนบแก้มให้อย่างเบามือ สัมผัสอุ่นร้อนที่แตะลงบนผิวเนื้อทำให้ฉันเผลอกลั้นหายใจโดยอัตโนมัติ
"...ถ้าไม่อยากให้เป็นแค่เพื่อน ก็เลิกเป็นเพื่อนกันสิครับ"
ให้ตายเถอะ! นี่มันมุกจีบระดับอนุบาลชัดๆ! แต่มันกลับทรงพลังจนฉันอยากจะทึ้งหัวตัวเองให้รู้แล้วรู้รอด
"นาย..." ฉันอ้าปากพะงาบๆ สมองที่เคยประมวลผลตัวเลขงบดุลบริษัทได้อย่างแม่นยำกลับกลายเป็นสีขาวโพลน "พูดบ้าอะไรของนายเนี่ยคีย์!"
"ไม่ได้บ้าสักหน่อย" คีย์หัวเราะในลำคอเบาๆ เสียงทุ้มต่ำนั้นสั่นพร่าอยู่ข้างใบหูจนขนลุกซู่ เขยิบเข้าไปใกล้จนแผ่นหลังของฉันแทบจะแนบชิดกับกระจกป้ายรถเมล์ "พูดจริงต่างหาก ฟ้า... เธอรู้ใช่ไหมว่าฉันไม่ได้อยากเป็นแค่เพื่อนกับเธอมานานแค่ไหนแล้ว"
บรรยากาศรอบตัวเหมือนถูกกดปุ่มหยุดเวลา เสียงรถราที่วิ่งฝ่าสายฝนบนถนนด้านนอกราวกับถูกกลบด้วยเสียงหัวใจของพวกเราสองคนที่เต้นรำไปในจังหวะเดียวกัน ความเงียบงันที่เต็มไปด้วยความหมายกำลังโอบกอดเราไว้ ก่อนที่เสียงแจ้งเตือนหน้าจอโทรศัพท์ในมือของฉันจะดังขึ้นทำลายมนต์สะกด
*Ping!*
**มาร์คตัวแสบ:** *ไอ้คีย์! มึงสารภาพรักยังวะ หรือมึงยังปอดแหكอยู่หน้าเซเว่น! ส่งซิกมาสิเว้ย พวกกูรอลุ้นจนจะกินเหล้าหมดลังแล้วนะเว้ย!*
แชทกลุ่มเพื่อนสนิทเด้งขึ้นมารัวๆ พร้อมกับข้อความปั่นประสาทของมาร์คที่ทำให้ฉันต้องรีบซ่อนหน้าจออย่างรวดเร็ว แต่สายตาดันไวเกินไปเลยเห็นประวัติการพิมพ์ค้างไว้ว่า 'ฟ้าใส เป็นแฟนกับกูเถอะ' ที่คีย์พิมพ์เตรียมไว้แต่ยังไม่ได้กดส่ง
ฉันเงยหน้าขึ้นมองคีย์ ตาขวางใส่เขาทันทีเพื่อกลบเกลื่อนความเขิน "นี่พวกนาย... รวมหัวกันแกล้งฉันเหรอ?"
"เปล่าสักหน่อย" คีย์ยักไหล่ทำหน้าไม่รู้ไม่ช้า แต่ดวงตาคู่นั้นกลับระยิบระยับไปด้วยความเจ้าเล่ห์ "แต่มาร์คมันพูดถูกอย่างหนึ่ง... ฉันปอดแหกจริงๆ นั่นแหละ ที่ผ่านมากลัวมาตลอด กลัวว่าถ้าพูดออกไปแล้วเราจะมองหน้ากันไม่ติด กลัวว่าเธอจะถอยหนี"
น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนจากทีเล่นทีจริงเป็นความจริงจังที่หาได้ยากยิ่ง ดวงตาสีเข้มคู่นั้นมองตรงมาที่ฉัน สะท้อนภาพใบหน้าตื่นตระหนกของฉันเข้าไปเต็มเปี่ยม
"แต่พอเห็นเธอเกือบจะรับปากไอ้รุ่นพี่คณะวิศวะคนนั้นเมื่ออาทิตย์ก่อน... ฉันรู้เลยว่าฉันรอให้เธอมองมาเองไม่ได้อีกแล้ว ฟ้าใส" คีย์สูดหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้โลกทั้งใบของฉันหยุดหมุน
"เป็นแฟนกับคีย์นะครับ... เลิกเป็นเพื่อนกัน แล้วมาเป็นคนพิเศษของคีย์เถอะนะ"
ตู้ม!
เหมือนมีพลุร้อยนัดจุดขึ้นกลางอก ท้องฟ้าที่มืดครึ้มด้วยเมฆฝนราวกับถูกระบายด้วยสีชมพูหวานแหวว มือหนาของเขาเอื้อมมาจับมือฉันที่กำลังกำโทรศัพท์แน่นไว้ ปลายนิ้วเกี่ยวประสานกันอย่างแนบแน่นราวกับกลัวว่าฉันจะหายวับไปกับตา
ในเสี้ยววินาทีนั้น ภาพความทรงจำตลอดสามปีไหลย้อนกลับมา—วันที่เรานั่งติวหนังสือจนโต้รุ่ง วันที่ฉันร้องไห้เพราะโปรเจกต์พังแล้วมีชาไข่มุกแก้วโปรดวางไว้บนโต๊ะ วันที่เราทะเลาะกันเรื่องไร้สาระแต่สุดท้ายก็ต้องยอมคืนดีเพราะทนเห็นอีกฝ่ายงอนไม่ได้
ทุกอย่าง... ล้วนนำพามาสู่จุดนี้
ฉันเม้มริมฝีปากแน่น พยายามกลั้นยิ้มจนแก้มแทบปริ แต่สุดท้ายก็หลุดหัวเราะออกมาเบาๆ กับความกล้าหาญที่นานๆ ทีเจ้าตัวแสบคนนี้จะงัดออกมาใช้
"นายนี่มัน... เจ้าเล่ห์ชะมัดเลยคีย์" ฉันกระซิบ ยอมปล่อยให้อีกฝ่ายกุมมือไว้โดยไม่มีท่าทีขัดขืน
"สรุปว่า...?" คีย์ลุ้นจนตัวเกร็ง รอยยิ้มกวนๆ เมื่อครู่หายไปหมด เหลือเพียงเด็กหนุ่มขี้อายที่กำลังรอฟังคำตอบชี้ชะตาชีวิต
ฉันสูดลมหายใจเข้าเต็มปอด เงยหน้าสบตาเขาตรงๆ แล้วหลุดยิ้มละมุนออกมาอย่างยอมจำนนต่อหัวใจตัวเอง
"เออ... เป็นก็เป็นวะ! เลิกเป็นเพื่อนกันก็ได้... เพราะฉันก็เบื่อหน้าเพื่อนปากเสียอย่างนายเต็มทีแล้วเหมือนกัน!"
คำตอบรับที่มาพร้อมกับความปากแข็งตามสไตล์ทำให้คีย์ระเบิดเสียงหัวเราะออกมาอย่างโล่งอก ก่อนที่เขาจะดึงฉันเข้าไปกอดไว้แน่นท่ามกลางสายฝนที่ยังโปรยปราย กลิ่นหอมสะอาดจากตัวเขาผสมกับความอบอุ่นที่แผ่ซ่านทำให้ฉันซบหน้าลงกับอกแกร่งอย่างลืมตัว
*Ping! Ping! Ping!*
เสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์ในมือยังคงดังระรัวไม่หยุด พร้อมกับข้อความจากมาร์คและแก๊งเพื่อนที่ส่งรูปแอบถ่ายโมเมนต์ที่เรากอดกันฟินๆ มาในกลุ่มแชท พร้อมข้อความแซวว่า *'กรี๊ดดด! เพื่อนกูมีแฟนแล้วโว้ยยย!'*
คีย์ก้มลงกระซิบเบาๆ ข้างหูฉันด้วยน้ำเสียงที่ทำเอาหัวใจละลายยวบ
"งั้น... ลงรูปเปิดตัวในไอจี พร้อมแท็กแฟนคนแรกดีกว่าเนอะ ที่รัก"
โปรดติดตามตอนต่อไปด้วยใจระทึกนะคะ...
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางและเติบโตไปพร้อมกับความรักของเด็กบัญชีกับหนุ่มวิศวะคนนี้จากใจจริงค่ะ
ขอร้องล่ะคุณเพื่อน อย่ามาหยอดเหมือนจะจีบ!•ตอนที่ 28
จากคู่กัดสู่สถานะคนพิเศษ
ผลงานโดย สมุดบันทึกสีน้ำตาล
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สมุดบันทึกสีน้ำตาล)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอร้องล่ะคุณเพื่อน อย่ามาหยอดเหมือนจะจีบ! นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!