ขอร้องล่ะคุณเพื่อน อย่ามาหยอดเหมือนจะจีบ!•ตอนที่ 22

สัญญาณเตือนภัยหัวใจ

ผลงานโดย สมุดบันทึกสีน้ำตาล
"บอกมาเดี๋ยวนี้นะคีย์ ว่าเมื่อกี้แกแชตคุยกับใคร! แล้วทำไมต้องทำหน้าเหมือนคนขโมยขนมปังแล้วโดนจับได้ขนาดนั้นด้วย!" ฟ้าใสแทบจะพุ่งตัวข้ามโต๊ะกาแฟตัวเตี้ยในห้องนั่งเล่นของหอพักมาเขย่าคอเสื้อคนตัวสูงที่นั่งตีหน้ามึนอยู่ฝั่งตรงข้าม มือเรียวแบออกกว้างแล้วสั่นระริกด้วยความอยากรู้จนแทบจะกินหัวอีกฝ่ายเข้าไปอยู่รำคาญ ก็ภาพหน้าจอโทรศัพท์แวบแรกที่เธอบังเอิญเหลือบไปเห็นเมื่อกี้มันคาตาเสียยิ่งกว่าคาตา... หน้าจอแชตสีชมพูหวานแหววที่มีข้อความยาวเหยียด แถมชื่อผู้ติดต่อยังตั้งเป็นอีโมจิรูปหัวใจสีแดงดวงโตจนแสบตาอีกต่างหาก! ร่างสูงโปรดักชันวิศวะโยธาของคีย์ไหวไหล่น้อยๆ เขาแกล้งทำเป็นยกแก้วกาแฟเย็นขึ้นจดริมฝีปากเพื่อซ่อนรอยยิ้มมุมปากที่มันกวนประสาทเสียเหลือเกิน ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบขนตางอนหนาช้อนขึ้นมองเธอแวบหนึ่ง ก่อนจะทิ้งตัวพิงพนักโซฟาอย่างสบายอารมณ์ราวกับเรื่องเมื่อกี้เป็นแค่ลมพัดผ่าน "เรื่องส่วนตัวค่ะคุณเพื่อน... อีกอย่าง หน้าตาฉันเหมือนคนขโมยขนมปังตรงไหน ออกจะหล่อเหลาเอาการขนาดนี้ เธอใช้สายตาคู่ไหนมองเนี่ยฟ้าใส" คีย์ลากเสียงกวนประสาทตามฟอร์ม พร้อมกับส่งยิ้มหยักลึกที่ทำเอาหัวใจคนมองกระตุกวูบไปสามจังหวะ ให้ตายเถอะ... ช่วงหลังมานี่ไอ้หมอนี่มันกินอะไรผิดสำแดงเข้าไปหรือเปล่า ทำไมถึงขยันปล่อยดาเมจความแพรวพราวใส่เธอถี่เสียยิ่งกว่ายุงบินวนรอบหูในหน้าร้อนแบบนี้ แถมทุกครั้งที่เธอดุ เธอบ่น หรือทำท่าจะโวยวายใส่ เขากลับทำแค่หัวเราะในลำคอแล้วมองมาด้วยสายตาอบอุ่นจนน่ากลัว... สายตาแบบที่เธอไม่กล้าแม้แต่จะสบตานานเกินสามวินาที ฟ้าใสเม้มริมฝีปากแน่น เผลอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก สมองส่วนที่ทำหน้าที่คำนวณและประเมินความเสี่ยงเริ่มทำงานรัวยิ่งกว่าตอนตรวจงบดุลบริษัทสิ้นปี *สัญญาณเตือนภัยสีแดงฉานกำลังกะพริบวิบวับอยู่ในหัวของเธอ* ไม่... แบบนี้มันไม่ถูกต้อง เธอเป็นเพื่อนสนิทกับมันนะ! เพื่อนกันเขาไม่มานั่งใจเต้นแรงตึกตักเวลาอีกฝ่ายยิ้มใส่หรอก! เพื่อนกันเขาไม่รู้สึกหวงแหนเวลาผู้หญิงคณะอื่นเดินมาทักหรอก! และที่สำคัญที่สุด... เพื่อนกันเขาไม่ฝันเห็นหน้าไอ้คุณวิศวะปากเสียคนนี้ติดต่อกันสามคืนรวดแบบนั้นแน่ๆ ฟ้าใสสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ เพื่อดึงสติที่กระเจิดกระเจิงให้กลับเข้าที่ เธอยืดตัวตรงแล้วตีสีหน้าขรึมใส่คนตรงข้ามทันที "คีย์... เราคุยกันจริงจังหน่อยสิ" น้ำเสียงที่พยายามดัดให้ราบเรียบและจริงจังที่สุดหลุดออกมาจากริมฝีปากบาง ฝ่ายคนที่ถูกเรียกชื่อเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง วางแก้วกาแฟลงบนโต๊ะเบาๆ รอยยิ้มขี้เล่นเมื่อครู่จางหายไปเล็กน้อยเหลือเพียงแววตาพิจารณาที่มองตรงมายังเธอ "ว่ามาสิ ฉันก็ฟังอยู่นี่ไง ทำไมทำหน้าเครียดเหมือนเครียดเรื่องโปรเจกต์จบปริญญาตรีแบบนั้นล่ะ" "แก... เลิกเล่นแบบนี้สักทีได้ไหมวะ" ฟ้าใสตัดสินใจโพสต์ประโยคตัดพ้อที่อัดอั้นอยู่ในใจออกไปตรงๆ ดวงตากลมโตจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่คมของเขา "ที่แกทำอยู่... ที่แกชอบหยอด ชอบแกล้งทำเหมือนจีบ หรือชอบทำตัวแปลกๆ ใส่ฉันช่วงนี้น่ะ... เลิกเถอะนะ" บรรยากาศในห้องนั่งเล่นเงียบลงไปถนัดตา เสียงแอร์ตัวเก่าส่งเสียงฮัมเบาๆ แข่งกับความอึดอัดที่ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นระหว่างคนทั้งคู่ คีย์ชะงักไปเล็กน้อย รอยยิ้มกวนๆ บนใบหน้าหล่อเหลาแข็งค้างไปชั่วขณะ ก่อนที่เขาจะค่อยๆ หุบยิ้มลง ปล่อยให้ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วครู่ "ทำไมล่ะ..." น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นแผ่วเบา แววตาที่เคยพราวระยับเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความว่างเปล่าจนฟ้าใสจับอารมณ์ไม่ถูก "การที่ฉันทำแบบนั้น... มันทำไมเหรอฟ้าใส" "ก็เพราะเราเป็นเพื่อนกันไง!" ฟ้าใสเผลอขึ้นเสียงใส่ด้วยความร้อนรน เธอกลัว... กลัวว่าถ้าปล่อยให้มันเป็นแบบนี้ต่อไป หัวใจของเธอเองนั่นแหละที่จะพังไม่เป็นท่า "แกก็รู้ว่าเราเป็นเพื่อนกันมานานแค่ไหน คีย์... แกเป็นเพื่อนสนิทที่ฉันไว้ใจที่สุดนะเว้ย ถ้าวันหนึ่งเกิดเรื่องบ้าๆ ขึ้นมาแล้วเรามองหน้ากันไม่ติด... แกคิดเหว่าฉันจะไม่เสียใจเหรอวะ" ประโยคยาวเหยียดที่พั่งพรูออกมาเต็มไปด้วยความรู้สึกที่อัดอั้นตันใจ ฟ้าใสหลบสายตา หันไปมองแจกันดอกไม้ปลอมบนโต๊ะแทนที่จะสบตากับเขา เพราะเธอกลัวเหลือเกินว่าถ้ามองตอนนี้ เธอจะเผลอร้องไห้ออกมาอย่างไร้เหตุผล เธอกลัวการเปลี่ยนแปลง กลัวความสัมพันธ์ที่เปราะบางนี้จะพังทลายลง และที่สำคัญที่สุด... เธอกลัวว่าความรู้สึกหวั่นไหวที่เธอพยายามปฏิเสธมาตลอด มันจะเป็นเรื่องจริง คีย์ยังคงเงียบ นิ่งสนิทเสียจนฟ้าใสใจหายวาบ เธอหันกลับไปมองเขาอีกครั้งด้วยความกระวนกระวายใจ ร่างสูงนั่งนิ่งหลังพิงโซฟา ดวงตาคมกริบมองนิ่งมาที่เธอนานสองนาน ราวกับกำลังชั่งน้ำหนักคำพูดทุกคำที่เธอกล่าวออกมาในตาชั่งแห่งความรู้สึก ผ่านไปเนิ่นนานเท่าไหร่ก็ไม่รู้ ก่อนที่ริมฝีปากหยักจะได้รูปนั้นจะคลี่ยิ้มออกมา... เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้มีความกวนประสาทเจืออยู่เลยแม้แต่น้อย แต่กลับเป็นรอยยิ้มที่ดูเศร้าสร้อยและอ่อนล้าเสียจนหัวใจของคนมองกระตุกวูบ "เพื่อนงั้นเหรอ..." คีย์พึมพำกับตัวเองเบาๆ น้ำเสียงทุ้มแหบพร่าลงกว่าปกติ "นั่นสินะ... สำหรับเธอก็คงเป็นแค่เพื่อนจริงๆ สินะฟ้าใส" ประโยคเรียบๆ ที่แฝงไปด้วยความตัดพ้อนั้นทำเอาฟ้าใสรู้สึกเหมือนโดนหมัดฮุกเข้าที่ลิ้นปี่ จุกจนพูดไม่ออก เธอยังไม่ทันจะได้อ้าปากแก้ตัวอะไร คีย์ก็ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายยาวก้าวถอยหลังไปสองสามก้าว หยิบโทรศัพท์มือถือและกระเป๋าเสื้อกั๊กขึ้นมาถือไว้ "ถ้าการที่ฉันพยายามจะขยับเข้าไปใกล้เธอมากกว่าคำว่าเพื่อน... มันทำให้เธออึดอัดและกลัวขนาดนี้ งั้นก็..." คีย์เว้นจังหวะไปชั่วครู่ ดวงตาคู่คมจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของเธอเป็นครั้งสุดท้ายด้วยประกายแสงที่เจ็บปวดจนฟ้าใสแทบหายใจไม่ออก "...งั้นก็คงต้องถอยสินะ" "คีย์... เดี๋ยว-" ยังไม่ทันที่ฟ้าใสจะเอื้อมมือไปคว้าชายเสื้อของเขา ร่างสูงก็หันหลังเดินลิ่าไปที่ประตูห้องอย่างรวดเร็ว เสียงเปิดและปิดประตูดังขึ้น "ปัง!" ตามหลังมาติดๆ ทิ้งให้เธอค้างเติ่งอยู่กลางห้องท่ามกลางความเงียบงันที่กลับมาเยือนอีกครั้ง หัวใจของฟ้าใสหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม ความรู้สึกโหวงเหวงแปลกประหลาดตีตื้นขึ้นมาจุกอยู่ที่ลำคอ น้ำตาใสๆ รื้นขึ้นมาคลอเบ้าอย่างห้ามไม่อยู่เมื่อตระหนักได้ว่า... ระยะห่างที่เธอบอกให้เขากลับไปรักษา มันเกิดขึ้นจริงๆ แล้ว *แต่มันไม่ใช่ความโล่งใจเลยสักนิด... ทำไมอกข้างซ้ายมันถึงได้เจ็บหน่วงและเคว้งคว้างขนาดนี้ล่ะวะ!* ติ๊ง! เสียงแจ้งเตือนข้อความจากแอปพลิเคชันแชตดังขึ้นทำลายความเงียบในห้อง ฟ้าใสสะดุ้งสุดตัว รีบคว้าโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะขึ้นมาดูอย่างรวดเร็วด้วยความหวังลมๆ แล้งๆ ว่าอาจจะเป็นข้อความจากใครบางคนที่เพิ่งเดินออกไป แต่ทว่า... หน้าจอแสดงผลข้อความจากแชตกลุ่มแก๊งเพื่อน ที่มาร์คส่งเข้ามาพร้อมแท็กชื่อเธอและคีย์ด้วยประโยคสั้นๆ ที่ทำเอาเลือดในกายเย็นเฉียบ *[มาร์ค]: @Key @Fa-Sai เฮ้ยพวกแก! เกิดเรื่องใหญ่แล้ววะ! ไอ้คีย์มันโพสต์สตอรี่อะไรเนี่ย! รีบเปิดดูด่วนเลย!* ฟ้าใสเบิกตากว้าง ลมหายใจสะดุดกึก สมองขาวโพลนไปหมด เธอรีบกดเข้าแอปพลิเคชันสีชมพูด้วยนิ้วมือที่สั่นเทารัวๆ แล้วกดจิ้มไปที่สตอรี่ของคนเพิ่งเดินออกจากห้องไปเมื่อครู่ทันที— ภาพหน้าจอสตอรี่ปรากฏภาพท้องฟ้ายามเย็นสีเทาหม่น พร้อมกับข้อความลายมือหวัดๆ ของคีย์ที่เขียนแปะไว้สั้นๆ เพียงบรรทัดเดียว แต่กลับกรีดลึกลงไปในขั้วหัวใจของเธอจนแหลกสลาย... *[สตอรี่ของ Key]: "ในเมื่อเธอเลือกให้เราเป็นแค่เพื่อน... ฉันก็จะยอมเป็นเพื่อนที่เจียมตัวที่สุดให้ก็แล้วกัน ลาก่อนนะ... ยัยตัวแสบของฉัน"* พร้อมกับภาพถ่ายคู่โพลารอยด์เก่าๆ ของเธอและเขาเมื่อสมัยปีหนึ่ง ที่ถูกแปะทับด้วยรอยปากกาเมจิกสีดำขีดฆ่าทับคำว่า "เพื่อนสนิท" จนมองไม่เห็น... และด้านล่างสุดของสตอรี่ มีสถานะเช็คอินสถานที่แปลกประหลาดที่ทำเอาฟ้าใสสติหลุดกระเจิง *—สนามบินนานาชาติ (เตรียมบินออกนอกประเทศด่วนอย่างไร้กำหนด)* "ชิบหายแล้ว..." ขอบคุณที่อยู่เคียงข้างและเดินทางร่วมหัวจมท้ายมาด้วยกันจนถึงตอนนี้นะคะ!
สารจากนักเขียน (สมุดบันทึกสีน้ำตาล)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอร้องล่ะคุณเพื่อน อย่ามาหยอดเหมือนจะจีบ! นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%