ขอร้องล่ะคุณเพื่อน อย่ามาหยอดเหมือนจะจีบ!•ตอนที่ 13

ใครกันที่บอกว่าไม่ชอบ?

ผลงานโดย สมุดบันทึกสีน้ำตาล
"ลบเดี๋ยวนี้เลยนะไอ้คีย์! รูปนี้มันอุบาทว์มาก นายเอามาจากไหนเนี่ย!" ฉันแทบจะพุ่งตัวเข้าไปตะครุบหน้าจอโทรศัพท์มือถือในมือของนายคีย์ทันทีที่เห็นภาพตัวเองกำลังนอนอ้าปากหวอ น้ำลายเกือบย้อย (โอ 10% เพื่อความดราม่า แต่ความจริงคือหน้าตาตอนตื่นนอนที่ยับเยินสุดขีด) คาอยู่บนโซฟาห้องเขาเมื่อคืน ให้ตายเถอะ! นี่ฉันหมดสภาพความเป็นสาวบัญชีผู้รอบคอบและเรียบร้อยไปหมดแล้วใช่ไหมคะเนี่ย! วิศวกรหนุ่มเจ้าเล่ห์เจ้าของห้องหัวเราะหึๆ ในลำคอ ขายาวๆ ก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าวเพื่อหลบมือปลาหมึกของฉันที่พยายามจะแย่งมือถือเครื่องนั้นมาทำลายหลักฐาน แถมเขายังลอยหน้าลอยตาชูโทรศัพท์ขึ้นสูงเหนือหัว ด้วยความที่ส่วนสูงของเรามันช่างแตกต่างกันราวกับฟ้ากับเหว ทำให้ฉันทำได้แค่กระโดดหย็องแหย็องเหมือนกระต่ายตื่นตูมเท่านั้นเอง "ใครบอกว่าอุบาทว์กันล่ะฟ้าใส..." เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นพร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่มุมปาก "ออกจะน่ารัก... น่าเอ็นดูดีออก น่ารักจนฉันเกือบจะเผลอพิมพ์ตั้งเป็นรูปหน้าจอหลักแล้วเนี่ย" "นายคีย์! อย่าแม้แต่จะคิดนะ!" ฉันหน้าแดงแจ๋ด้วยความอายปนโมโห มือเล็กๆ ทุบเข้าที่อกแกร่งของเขาไปเต็มแรงหนึ่งทีข้อหาหมั่นไส้ "ส่งมานี่เลยนะ ลบเดี๋ยวนี้ ไม่งั้นฉันจะโกรธนายจริงๆ ด้วย!" "โอ้โห ขู่ด้วยการโกรธอีกแล้ว..." คีย์ยักไหล่กวนๆ แต่ดวงตากลมโตคู่นั้นกลับพราวระยับด้วยประกายความอบอุ่นบางอย่างที่ทำเอาหัวใจฉันกระตุกวูบแปลกๆ "ลองโกรธดูสิ ฉันจะได้หาเรื่องง้อด้วยการพาไปกินชาบูอีกรอบ... ดีลไหม?" นี่แหละค่ะ... นิสัยเจ้าเล่ห์แพรวพราวของเขาที่ฉันเกลียดนักเกลียดหนา! ทุกครั้งที่เราเถียงกัน สุดท้ายเขาก็จะมีลูกไม้นี้มาหยอดให้ฉันหลุดเขินทุกทีสิน่า แต่บรรยากาศความน่ารักชวนอมยิ้มเมื่อครู่ กลับต้องสะดุดลงฉับพลันเมื่อประตูห้องพักผ่อนของคณะถูกผลักเปิดออกเสียงดังปัง! ตามด้วยเสียงหัวingเฮฮาของกลุ่มเพื่อนสนิทที่เดินดุ่มๆ เข้ามา โดยมี 'พี่กรณ์' เดือนคณะสถาปัตย์สุดฮอตพ่วงตำแหน่งรุ่นพี่คนสนิทของฉันเดินนำหน้ามาพร้อมกับรอยยิ้มพิมพ์ใจ "อ้าว... น้องฟ้าใส อยู่นี่เองเหรอพี่ตามหาซะทั่วเลย" พี่กรณ์เอ่ยทักด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลเป็นกันเอง ดวงตาเรียวรีมองมาที่ฉันด้วยความเอ็นดูตามปกติวิสัยของเจ้าตัว "พอดีพี่ว่าจะชวนไปกินกาแฟที่โรงอาหารตึกคณะสถาปัตย์สักหน่อย น้องฟ้าใสว่าง..." พั่บ! เสียงวางกระเป๋าเอกสารลงบนโต๊ะไม้ด้วยแรงที่มากผิดปกติทำเอาทุกคนในห้องสะดุ้งโหยง ฉันหันขวับไปมองต้นตอทันที และพบว่านายคีย์ที่เมื่อกี้ยังยิ้มแย้มกวนประสาทอยู่ ตอนนี้ใบหน้าคมคายกลับบึ้งตึง ดวงตาคมกริบจ้องมองไปที่พี่กรณ์ราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ รังสีความอึดอัดแผ่ซ่านออกมาจากตัวเขาจนน่ากลัว ให้ตายเถอะ... ไปกินรังแตนมาจากไหนอีกเนี่ยเจ้าบ้านี่! "บังเอิญจังเลยนะครับพี่กรณ์..." คีย์เอ่ยแทรกขึ้นมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบ เย็นเยียบจนฉันแอบขนลุกซู่ แขนแกร่งเอื้อมมาโอบไหล่ฉันไว้หลวมๆ แบบเนียนๆ ดึงตัวฉันให้เข้าไปใกล้เขาโดยอัตโนมัติ "พอดีว่าฟ้าใส... เขามีธุระต้องเคลียร์กับผมต่อ ยาวๆ ทั้งวันเลยล่ะครับ คงจะปลีกตัวไปไหนไม่ได้หรอก" ฉันเบิกตากว้าง หันขวับไปมองหน้าเขาอย่างไม่เชื่อสายตา ธุระอะไรกันคะ? เมื่อกี้เราแค่เถียงเรื่องรูปถ่ายกันอยู่แท้ๆ! "เอ่อ... จริงเหรอครับน้องฟ้าใส?" พี่กรณ์ชะงักไปนิด สีหน้าแอบมีความงุนงงปนลังเลเล็กน้อยเมื่อเจอสายตาพิฆาตของนายวิศวกรหนุ่มแผ่ใส่ "Ewwwww! กลิ่นอะไรวะเพื่อน? กลิ่นส้มตำแถวนี้มันฉุนจังวะ คล้ายๆ กลิ่นคน... หึง! แถวนี้มีคนหึงด้วยเว้ยเฮ้ย!" เสียงตะโกนแซวจากหน้าประตูดึงความสนใจของทุกคนไปทันที มาร์ค หัวโจกตัวแสบประจำแก๊งเพื่อนพระเอกเดินยิ้มร่าเข้ามาพร้อมกับถือกระป๋องน้ำอัดลมในมือ สายตากรุ้มกริ่มมองสลับระหว่างฉันกับคีย์ด้วยความสนุกสนาน "มาร์ค! แกเงียบไปเลยนะ!" ฉันโวยวายหน้าแดงแจ๋ พยายามจะสะบัดไหล่ออกจากวงแขนของคีย์ แต่คนตัวสูงกลับยิ่งกระชับอ้อมแขนให้แน่นขึ้นไปอีก จนแผ่นหลังฉันแนบชิดกับอกแกร่งของเขา "ก็จริงนี่หว่า..." มาร์คยังคงลอยหน้าลอยตาพูดต่อ "คนแถวนี้เขาแสดงออกชัดเจนขนาดนี้แล้ว ทำเป็นซื่อบื้อไปได้นะเราน่ะ... ระวังเถอะ หมาคาบไปกินแล้วจะมานั่งร้องไห้ขี้มูกโป่งไม่รู้ด้วยนะ" "ไอ้มาร์ค มึงอยากโดนส้นตีนกูก่อนไปกินข้าวใช่ไหม?" คีย์หันไปแยกเขี้ยวใส่เพื่อนสนิทเสียงต่ำ แต่มุมปากกลับกระตุกยิ้มร้ายกาจ มือหนายังคงไม่ยอมปล่อยไหล่ฉันแถมยังจงใจใช้นิ้วโป้งลูบเบาๆ ที่ต้นแขนฉันอีกต่างหาก ทำเอาขนลุกเกรียวไปหมด พี่กรณ์ที่ยืนมองสถานการณ์อยู่ครู่หนึ่ง เริ่มจับกระแสความตึงเครียด (และความหึงหวงแบบโนสนโนแคร์ของคีย์) ได้ ชายหนุ่มรุ่นพี่จึงหัวเราะแห้งๆ ออกมาเบาๆ ก่อนจะโบกมือยอมแพ้ "งั้น... เอาไว้โอกาสหน้าก็แล้วกันเนอะน้องฟ้าใส พอดีพี่นึกได้ว่ามีงานค้างอยู่ที่สตูดิโอเหมือนกัน ขอตัวก่อนนะ" ว่าแล้วพี่กรณ์ก็รีบปลีกตัวเดินเลี่ยงออกไปทันที โดยมีมาร์คคอยส่งเสียงแซไล่หลังตามสไตล์คนชอบเผือก พอบรรยากาศในห้องกลับมาสงบลงอีกครั้ง (เหลือแค่เราสองคนกับเพื่อนในกลุ่มที่ทยอยเดินเลี่ยงไปมุมอื่นเพื่อเปิดทางให้) คีย์ก็ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ใบหล่อเหลายังคงบึ้งตึงไม่เลิก "ทำไมต้องทำเสียงอ่อนเสียงหวานใส่ไอ้ตั่วเฮียสถาปัตย์นั่นด้วยเล่า..." เสียงทุ้มบ่นพึมพำเบาๆ แต่ชัดเจนพอให้ฉันได้ยิน ใบหน้าคมหันมามองฉันด้วยแววตาตัดพอนิดๆ ที่ทำเอาใจฉันยวบยาบแบบไม่ทันตั้งตัว "ฉันไปทำเสียงอ่อนเสียงหวานตอนไหนฟะ! พี่เขาแค่มารยาทดีชวนไปกินกาแฟเฉยๆ ย่ะ นายต่างหากที่ไม่มีเหตุผล อยู่ๆ ก็ไปพูดจาหาเรื่องเขาทำไม!" ฉันเถียงกลับเสียงแข็ง ทั้งที่ในใจเต้นแรงจนแทบจะกระโดดออกมานอกอกอยู่แล้ว ให้ตายสเถอะ... อาการแบบนี้มัน... "ก็คนมันหวง..." คีย์พึมพำออกมาเบาๆ ประโยคสั้นๆ ที่ดังลอดริมฝีปากหยักนั้นทำเอาโลกทั้งใบของฉันหยุดหมุนไปชั่วขณะ ดวงตากลมโตคู่นั้นจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของฉัน ไม่มีแววขี้เล่น กวนประสาท หรือล้อเล่นเหมือนทุกที มีเพียงความจริงจังและความรู้สึกบางอย่างที่เอ่อล้นออกมาจนฉันหายใจไม่ทั่วท้อง "นะ... นายว่าอะไรนะ?" ฉันเสียงสั่น เผลอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก คีย์ไม่ตอบ เขาโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้ฉันเรื่อยๆ ระยะห่างระหว่างเราลดน้อยลงจนแทบจะไม่เหลือพื้นที่ให้อากาศหายใจ ปลายนายอุ่นจัดของเขายื่นมาเกลี่ยปอยผมที่ตกลงมาปรกแก้มฉันออกให้อย่างแผ่วเบา สัมผัสอ่อนโยนนั้นช่างขัดกับลุคแบดบอยของเจ้าตัวเหลือเกิน "ฉันบอกว่า..." เสียงทุ้มกระซิบแผ่วเบาอยู่ชิดริมใบหูของฉัน ลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่ตรงลาดไหล่จนฉันตัวแข็งทื่อราวกับถูกสาบ "ฉันไม่ชอบ... เวลาใครหน้าไหนมายืนใกล้เธอแบบนั้นเข้าใจไหม?" ตึกตัก... ตึกตัก... ตึกตัก! เสียงหัวใจของฉันดังสนั่นหวั่นไหวจนกลบเสียงรอบข้างไปหมด สมองขาวโพลนคิดอะไรไม่ออก ร่างกายแข็งค้างราวกับถูกตรึงไว้กับที่เมื่อปลายนิ้วของเขาเลื่อนต่ำลงมาแตะที่ปลายคางฉันเบาๆ บังคับให้ฉันเงยหน้าขึ้นสบตาเขาตรงๆ และในเสี้ยววินาทีนั้นเอง... เสียงแจ้งเตือนข้อความแชตจากโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อของคีย์ก็ดังขึ้นทำลายความเงียบ *พิ้งกี้: "คีย์คะ เย็นนี้ว่างไหมเอ่ย พิ้งกี้ว่าจะชวนไปดูหนังเรื่องที่คีย์อยากดู...'* ข้อความสั้นๆ พร้อมชื่อของดาวคณะบริหารที่ตามจีบคีย์มานานโผล่ขึ้นมาหราบนหน้าจอโทรศัพท์ที่วางคว่ำอยู่บนโต๊ะใกล้ตัว... และคีย์เหลือบสายตาไปมองมันเพียงแวบเดียวด้วยสีหน้าเรียเฉย ก่อนจะหันกลับมามองหน้าฉันด้วยแววตาที่เปลี่ยนไปเป็นคนละคน พร้อมกับรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่มุมปากผุดขึ้นมาอีกครั้ง "หืม... ดูท่าทางจะมีคนอยากชวนฉันไปดูหนังแฮะ..." คีย์จงใจพูดด้วยน้ำเสียงดังพอให้ได้ยินกันทั้งห้อง ดวงตาคมกริบพราวระยับด้วยประกายความท้าทาย "เธอว่าฉันควรจะตอบตกลงดีไหมล่ะ... คุณเพื่อน?" ขอบคุณที่อยู่ด้วยกันและเดินทางมาถึงตอนนี้ด้วยรอยยิ้มนะคะ!
สารจากนักเขียน (สมุดบันทึกสีน้ำตาล)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอร้องล่ะคุณเพื่อน อย่ามาหยอดเหมือนจะจีบ! นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%