บทกวีที่ไม่มีวันจบ•ตอนที่ 11

ความจริงสีเทา

ผลงานโดย บทกวีใต้ร่มเงา
เสียงปิดแฟ้มคดีดัง "ปัง" สะท้อนก้องห้องทำงานสี่เหลี่ยมแคบๆ ที่มีเพียงแสงไฟสีส้มสลัวจากโคมไฟตั้งโต๊ะ รินรดานั่งนิ่งอยู่หลังกองเอกสารสำนวนฟ้อง กลิ่นกระดาษเก่าและฝุ่นละอองที่ลอยเคว้งคว้างในอากาศไม่ได้ทำให้เธอน่าเวทนาเท่ากับแววตาคู่คมที่จ้องมองตรงมายังชายหนุ่มตรงหน้า ประโยคสุดท้ายจากค่ำคืนก่อนยังคงดังก้องอยู่ในโสตประสาท *“ความจริงกำลังจะตื่นขึ้น... เตรียมตัวรับมือกับบทสรุปเสีย คุณทนาย”* และในเวลานี้ ความจริงนั้นกำลังนั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้หนังฝั่งตรงข้าม ใบหน้าของกวินทร์เรียบเฉย ไร้รอยยิ้ม เย็นชาดุจน้ำแข็งขั้วโลก แต่ในความนิ่งนั้นกลับมีความกดดันมหาศาลที่แผ่ออกมาจนแทบทำให้หายใจไม่ออก "คุณกำลังเล่นเกมอะไรอยู่กันแน่ กวินทร์" เสียงของรินรดาราบเรียบ ทว่าสั่นเครือเล็กน้อยด้วยความโกรธที่ถูกกักเก็บไว้ภายใต้มาดทนายความมืออาชีพ เธอวางมือลงบนโต๊ะ ประสานกันแน่นจนข้อต่องานนิ้วขึ้นสีขาว ปลายนิ้วสัมผัสได้ถึงความเย็นเฉียบของโลหะแหวนทนายความที่สืบทอดมาจากบิดา กวินทร์ไม่ตอบทันที ชายหนุ่มยกแก้วกาแฟดำที่เย็นชืดขึ้นจิบช้าๆ สายตาคมปلاบมองลอดผ่านขอบแก้ว คล้ายกำลังประเมินน้ำหนักคำพูดของเธอราวกับเธอกำลังยืนอยู่บนตาชั่งแห่งความยุติธรรมที่เขากำหนดน้ำหนักเอง "คุณเชื่อในหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ รินรดา" กวินทร์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่ม แต่น่าขนลุก "คุณเชื่อว่ารอยนิ้วมือ คราบดีเอ็นเอ และรอยวิถีกระสุนไม่เคยโกหกใคร... แต่นั่นเป็นเพราะคุณไม่เคยเรียนรู้ที่จะฟังเสียงสะท้อนของเงา" "อย่ามาพูดจาปรัชญาชวนปวดหัวกับฉัน!" รินรดาตบโต๊ะเบาๆ แต่เต็มไปด้วยแรงอารมณ์ ดวงตาสีเข้มวาวโรจน์ "เรากำลังพูดถึงคดีฆาตกรรมเมื่อเจ็ดปีก่อน เหยื่อ... ศศิธร หญิงสาวผู้ถูกพบเป็นศพริมแม่น้ำเจ้าพระยา คดีที่ตำรวจปิดแฟ้มว่าเป็นอุบัติเหตุ แต่คุณ... ทำไมชื่อของคุณถึงไปปรากฏอยู่ในสมุดบันทึกเล่มสุดท้ายที่ตำรวจเพิ่งกู้คืนมาได้?" เธอผลักสมุดปกหนังสีดำเก่าคร่ำคร่าเล่มหนึ่งไปตรงหน้าเขา หน้ากระดาษที่เปิดค้างไว้ปรากฏลายมือหวัดๆ ที่เขียนด้วยหมึกซึมสีน้ำเงิน เป็นชื่อของ 'กวินทร์' ซ้ำแล้วซ้ำเล่าในหน้ากระดาษนับสิบแผ่น และข้อความสุดท้ายที่เขียนด้วยลายมือสั่นระริก—*‘เขาคือผู้เดียวที่เข้าใจความตายของฉัน’* กวินทร์ก้มมองสมุดเล่มนั้น แววตาไหววับชั่วขณะก่อนจะกลับมาเรียบเฉยดังเดิม ชายหนุ่มหัวเราะในลำคอเบาๆ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความขบขัน "คุณฉลาดมาก รินรดา ที่ค้นหาสุดยอดสมุดบันทึกเล่มนี้เจอ... แต่คุณรู้ไหม ว่าทำไมตำรวจถึงหาก็ไม่เจอในตอนแรก?" กวินทร์เงยหน้าขึ้นสบตาเธอนิ่ง "เพราะมันไม่ได้ซ่อนอยู่ที่เกิดเหตุ แต่มันอยู่กับผม... ตลอดเจ็ดปีที่ผ่านมา" บรรยากาศในห้องดิ่งวูบลงทันที ความเงียบเข้าปกคลุมจนได้ยินเสียงเข็มนาฬิกาเดินดังติ๊กๆ รินรดารู้สึกเหมือนอากาศรอบตัวถูกสูบออกไปจนหมดสิ้น ร่างกายของเธอชาหนึบ สมองประมวลผลอย่างรวดเร็วด้วยสัญชาตญาณนักกฎหมาย "คุณหมายความว่า..." เสียงของเธอแหบพร่า "คุณมีส่วนเกี่ยวข้องกับการตายของเธอ?" "เกี่ยวข้อง?" กวินทร์ทวนคำ มุมปากหยักลึกยกขึ้นเป็นรอยยิ้มหยันที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน "คำว่าเกี่ยวข้องมันแคบเกินไปสำหรับความสัมพันธ์ของเรา รินรดา... ศศิธรไม่ใช่แค่เหยื่อฆาตกรรม หรือผู้หญิงธรรมดาในสังคม เธอกับผม... เราคือผู้ร่วมอุดมการณ์ในโลกที่เน่าเฟะใบนี้" ชายหนุ่มเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ แสงไฟสลัวตกกระทบสันจมูกโด่งเป็นสันและดวงตาที่ลึกล้ำราวกับห้วงมหาสมุทร เขาวางมือประสานกันบนตักท่าทีผ่อนคลายอย่างน่าประหลาด ตัดกับความตึงเครียดของหญิงสาวอย่างสิ้นเชิง "เจ็ดปีก่อน ผมไม่ได้ฆ่าเธอ... แต่ผมเป็นคนยื่นใบมีดเล่มนั้นให้เธอเอง" ประโยคสั้นๆ แต่ทว่าก้องกังวานในความรู้สึก รินรดาเบิกตากว้าง ลมหายใจสะดุดกัก เธอลุกพรวดขึ้นจากเก้าอี้โดยอัตโนมัติ สัญชาตญาณการป้องกันตัวสั่งให้ถอยหลังไปหนึ่งก้าว "คุณบ้าไปแล้วหรือไง! การยุยงส่งเสริมให้คนฆ่าตัวตายมันก็คือความผิดทางอาญา! คุณปล่อยให้เธอตาย ทั้งที่คุณช่วยเธอได้เนี่ยนะ!" เสียงของเธอตวาดลั่นด้วยความเดือดดาล ความทรงจำอันเจ็บปวดจากการสูญเสียครอบครัวพรั่งพรูขึ้นมาซ้ำเติม ความยุติธรรมที่เธอโหยหามาตลอดชีวิตถูกเหยียบย่ำด้วยคำสารภาพที่แสนเย็นชาของชายตรงหน้า "ความตายไม่ใช่จุดจบ รินรดา... มันคือบทกวีบทสุดท้ายต่างหาก" กวินทร์ลุกขึ้นยืนช้าๆ ร่างสูงสง่าในชุดสูทสีเข้มก้าวเข้ามาใกล้เธอทีละก้าวอย่างมั่นคง สายตาของเขามีแรงดึงดูดประหลาดที่ทำให้เธอขยับขาหนีไม่ได้ "ศศิธรต้องการหลุดพ้นจากอำนาจมืดของพ่อเธอ... พ่อของคุณไง รินรดา" กึก! ราวกับมีสายฟ้าฟาดผ่าลงกลางใจ ทนายความสาวชะงักงัน ร่างกายแข็งทื่อราวกับถูกสาปให้เป็นหิน ดวงตาสั่นระริกมองหน้าชายหนุ่มอย่างไม่เชื่อหู "คุณว่าอะไรนะ..." "พ่อของคุณ ผู้พิพากษาผู้ทรงเกียรติ ผู้ซึ่งซ่อนความโสมมไว้ใต้เสื้อคลุมสีดำ..." กวินทร์หยุดยืนอยู่ตรงหน้าเธอ ระยะห่างระหว่างทั้งคู่เหลือเพียงไม่กี่คืบ กลิ่นน้ำหอมเจือจางผสมกับกลิ่นบุหรี่จางๆ ลอยแตะจมูก "ศศิธรคือหนึ่งในเหยื่อที่พ่อของคุณทำลายชีวิต และเธอก็มาหาผม เพื่อขอร้องให้ผมช่วยเขียนบทกวีแห่งการพิพากษา... บทกวีที่ยุติธรรมที่สุดเท่าที่กฎหมายเน่าๆ ของพวกคุณให้ไม่ได้" รินรดากัดริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด ความโกรธ ความสับสน และความเจ็บปวดปะปนกันจนแยกไม่ออก มือของเธอสั่นเทารem สัญชาตญาณทนายความสั่งให้เธอหยิบโทรศัพท์มือถือเพื่อบันทึกคำสารภาพนี้ แต่ปลายนิ้วกลับไร้เรี่ยวแรง "คุณกำลังโกหก... พ่อฉันตายเพราะอุบัติเหตุทางรถยนต์! มันไม่มีทางเป็นเรื่องโกหก!" "อุบัติเหตุงั้นหรือ?" กวินทร์หัวเราะในลำคอแผ่วเบา เป็นเสียงหัวเราะที่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ "คุณคิดจริงๆ หรือว่าเบรกของรถคันนั้นแตกเองตามธรรมชาติ... ทั้งที่ในคืนนั้น ผมเป็นคนยืนมองรถคันนั้นพุ่งตกหน้าผาไปต่อหน้าต่อตา?" ความจริงสีเทาที่ถูกซ่อนเร้นภายใต้ร่มเงาแห่งกาลเวลาถูกเปิดเผยออกมาทีละน้อย ความมืดมิดในอดีตกำลังคืบคลานเข้ามาโอบล้อมทั้งคู่ไว้ รินรดารู้สึกเหมือนโลกทั้งใบกำลังหมุนเคว้ง ความเกลียดชังที่เธอมีต่อกวินทร์บัดนี้กลับกล2ายเป็นการเผชิญหน้ากับปีศาจตนเดียวกันในอดีต ทว่า ก่อนที่เธอจะทันได้กล่าวคำใดเพื่อทวงถามความจริงทั้งหมด เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นขัดจังหวะสามครั้งติดต่อกันอย่างเร่งรีบ *ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!* "คุณรินรดาครับ! แฟคซิไมล์ด่วนจากสำนักงานอัยการส่งถึงคุณ... มีหลักฐานใหม่เพิ่งถูกค้นพบในที่เกิดเหตุคดีเก่าเมื่อเจ็ดปีก่อนครับ!" เสียงของลูกน้องหนุ่มหน้าประตูตะโกนเข้ามาด้วยความตื่นตระหนก รินรดาสะดุ้งสุดตัว หันไปมองประตูสลับกับใบหน้าของกวินทร์ที่ยังคงเรียบเฉย ทว่าแววตาคู่คมนั้นกลับฉายประกายบางอย่างที่เธออ่านไม่ออก กวินทร์ก้มลงกระซิบข้างใบหูของเธอแผ่วเบา ลมหายใจอุ่นๆ รดรินต้นคอจนขนลุกซู่ "เปิดประตูสิครับ... แล้วคุณจะรู้ว่า ความจริงสีเทาน่ะ มันไม่ได้มีแค่เรื่องของผมกับเธอ... แต่ยังมีเรื่องของคุณด้วย ที่คุณยังไม่รู้" ……………………………………………………………………………………………… ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านบทกวีและเงาอดีตไปด้วยกันในตอนนี้นะครับ
สารจากนักเขียน (บทกวีใต้ร่มเงา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บทกวีที่ไม่มีวันจบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%