กลิ่นอายของกระดาษเก่าและหมึกราคาแพงในห้องทำงานส่วนตัวของรินรดา ไม่เคยให้ความรู้สึกปลอดภัยอีกต่อไป นับตั้งแต่กวินทร์ก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่หน้าตู้เอกสารคดีสะเทือนขวัญเมื่อสิบปีก่อน
เสียงกระดาษพลิกดังแกรกกรอบท่ามกลางความเงียบงัน มันไม่ใช่เสียงของหลักฐานที่ถูกตรวจสอบตามกระบวนการยุติธรรม แต่มันคือเสียงหัวใจของทนายความสาวที่กำลังร่วงหล่นลงทีละนิด
"คุณไม่มีสิทธิ์แตะต้องแฟ้มนั้น" รินรดาเอ่ยขึ้น น้ำเสียงของเธอราบเรียบราวกับผิวน้ำในคืนไร้จันทร์ ทว่าซ่อนแรงสั่นไหวเล็กๆ ไว้ที่ปลายประโยค ดวงตาคู่คมจ้องมองแผ่นหลังกว้างในชุดสูทสีเข้มของชายหนุ่มด้วยความระแวดระวัง
กวินทร์ไม่ได้หันกลับมาทันที เขายังคงยืนนิ่งราวกับรูปปั้นสลัก ปลายนิ้วเรียวยาวแตะสัมผัสกระดาษแผ่นสุดท้ายในแฟ้มสีน้ำตาลเก่าคร่ำคร่า ก่อนจะค่อยๆ หันกลับมาเผชิญหน้า รอยยิ้มจางๆ ที่มุมปากของกวีหนุ่มช่างเยือกเย็นและบาดลึกเกินกว่าจะคาดเดา
"สิทธิ์งั้นหรือครับ... รินรดา" กวินทร์ทวนคำ น้ำเสียงนุ่มทุ้มแต่เปี่ยมด้วยแรงกดดัน "ทนายความผู้ยึดมั่นในตัวบทกฎหมายและพยานวัตถุอย่างคุณ กำลังกลัวอะไรอยู่หรือครับ? กลัวว่าความจริงที่ถูกฝังกลบด้วยหยดน้ำตา จะไม่ได้ถูกพิสูจน์ด้วยศาล... แต่อยู่ในบทกวีที่ผมเขียนขึ้นมาต่างหาก"
รินรดากัดกรามแน่นจนสันกรามขึ้นเป็น The TENSION เส้นเลือดที่ขมับเต้นตุบ เธอขยับตัวเข้าประชิดชายหนุ่มด้วยระยะห่างที่ไม่ยอมจำนนต่อกัน กลิ่นกายเย็นยะเยือกปนกลิ่นบุหรี่จางๆ ของกวินทร์ลอยปะทะจมูก แต่มันไม่อาจกลบความจริงที่ว่า เขากำลังถือไพ่เหนือกว่า
"คุณรู้เรื่องนั้นได้ยังไง..." รินรดาเค้นเสียงลอดไรฟัน แววตาที่มักฉายความเฉลียวฉลาดและมั่นใจในทุกคดีความ บัดนี้กลับสั่นไหวด้วยความหวาดระแวงขั้นสุด "คดีนั้นถูกปิดตายในชั้นความลับของสำนวนสอบสวน ไม่มีใครเข้าถึงบันทึกการชันสูตรพลิกศพของพ่อฉันได้... นอกจากคนที่อยู่ในเหตุการณ์คืนนั้น"
กวินทร์ก้าวเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด จนรินรดาต้องเงยหน้าขึ้นสบตา ดวงตาสีนิลของกวีหนุ่มลึกล้ำราวกับห้วงมหาสมุทรที่ไม่มีก้นบึ้ง เขาไม่ได้ตอบคำถามในทันที แต่กลับยกกระดาษแผ่นหนึ่งขึ้นมา—มันคือสำเนาบันทึกการให้การของพยานปากเอก ที่ถูกระบุว่า 'เสียชีวิต' ไปก่อนจะได้ขึ้นศาล
"ความลับไม่มีในโลกหรอกครับ คุณรินรดา" กวินทร์กระซิบแผ่วเบา ราวกับเสียงกระซิบของปีศาจในคราบกวี "โดยเฉพาะความลับที่ถูกแลกมาด้วยความเงียบงันของคุณ... ในคืนที่รถคันนั้นพุ่งชนราวสะพาน คุณไม่ได้อยู่บนรถคันนั้นด้วยใช่ไหมครับ? คุณเป็นคนเดียวที่ยืนมองมันจากฝั่งถนน... และปล่อยให้พวกเขาจมดิ่งลงไปในแม่น้ำลำนั้นเอง"
ราวกับสายฟ้าฟาดผ่ากลางใจ ทั่วทั้งร่างของรินรดาชาหนับจนไร้ความรู้สึก ลมหายใจของเธอติดขัด ร่างเพรียวถอยหลังกรูดจนสะดุดเข้ากับมุมโต๊ะทำงาน ความทรงจำสีเลือดในคืนฝนตกพรั่งพรูเข้ามาในโสตประสาท เสียงเหล็กบดขยับ เสียงกรีดร้อง และความกลัวที่เธอพยายามฝังกลบมันมาตลอดสิบปี พังทลายลงในชั่วพริบตา
"คุณ... คุณมันปีศาจ" รินรดาเสียงสั่นเครือ หยดน้ำตาแห่งความคับแค้นเอ่อคลอเบ้า แต่เธอพยายามกะพริบตามันกลับเข้าไปอย่างสุดกำลัง ความเป็นมืออาชีพและศักดิ์ศรีของทนายความไม่อนุญาตให้เธอดูอ่อนแอต่อหน้าผู้ชายคนนี้
"ผมไม่ใช่ปีศาจครับ" กวินทร์ย่างสามขุมเข้ามาใกล้ ร่างสูงใหญ่ทาบทับเงาร่างของเธอจนมิด "ผมคือกรรมตามสนอง... และในขณะเดียวกัน ผมก็คือคนเดียวที่ถือหลักฐานชิ้นสุดท้ายที่จะล้างมลทินให้ครอบครัวของคุณ... หรือทำลายอนาคตของคุณให้พินาศในคราวเดียว"
บรรยากาศในห้องทำงานอึดอัดเสียจนแทบหายใจไม่ออก ทั้งสองยืนประจันหน้ากันด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อนเกินกว่าจะบรรยาย อุดมการณ์ที่เคยขัดแย้ง ความรู้สึกดึงดูดทางจิตวิญญาณ และความลับอันดำมืด ทั้งหมดหลอมรวมกันเป็นความตึงเครียดที่พร้อมจะระเบิดได้ทุกเมื่อ
ทว่า ก่อนที่รินรดาจะได้เอื้อนเอ่ยคำแก้ตัวใดๆ ออกมา เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นสามครั้ง—ก๊อก ก๊อก ก๊อก
ทั้งสองสะดุ้งเล็กน้อย กวินทร์ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่สบอารมณ์ ขณะที่รินรดากำลังจะหันไปมองประตู เสียงบานพับก็ถูกผลักเปิดออกอย่างช้าๆ พร้อมกับร่างของบุคคลที่ไม่คาดฝันก้าวเข้ามาในความสลัว
แสงไฟจากโถงทางเดินสาดส่องกระทบใบหน้าของแขกยามวิกาลคนนั้นชัดเจน... มันคืออัยการสูงสุดผู้ทรงอิทธิพล ผู้ซึ่งเซ็นคำสั่งปิดตายคดีของพ่อเธอเมื่อสิบปีก่อน และในมือของเขากำลังถือแฟ้มเอกสารคดีล่าสุด ที่มีชื่อของ "กวินทร์" เป็นผู้ต้องหาในคดีฆาตกรรมอำพราง!
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งไปในเงาสลัวแห่งความจริงนี้ด้วยกันนะครับ
บทกวีใต้ร่มเงา
บทกวีที่ไม่มีวันจบ•ตอนที่ 22
ค่ำคืนที่คำลวงพังทลาย
ผลงานโดย บทกวีใต้ร่มเงา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (บทกวีใต้ร่มเงา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บทกวีที่ไม่มีวันจบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!