บทกวีที่ไม่มีวันจบ•ตอนที่ 21

การปะทะด้วยวาทศิลป์

ผลงานโดย บทกวีใต้ร่มเงา
เสียงกระแทกแฟ้มเอกสารหนาลงบนโต๊ะไม้สักขัดเงา ดังสะท้อนก้องไปทั่วห้องสอบสวนที่เย็นเยียบจนลมหายใจกลายเป็นไอจางๆ รินรดาไม่ได้มองหน้าชายวัยกลางคนฝั่งตรงข้าม สายตาคมกริบของเธอไล่ระดับจากปลายนิ้วที่สั่นเทาเล็กน้อย ไปจนถึงรอยย่นที่หางตาของ “อำนาจ” อดีตประธานกรรมการบริหารผู้กุมความลับทั้งหมดของคดีนี้ ความเงียบงันปกคลุมอยู่ชั่วอึดใจ เป็นความเงียบที่หนักหน่วงราวกับแรงดันใต้น้ำลึก "มาตรา 84 แห่งประมวลกฎหมายอาญา... คุณน่าจะคุ้นเคยดีนะครับ คุณอำนาจ" รินรดาเอ่ยขึ้น น้ำเสียงราบเรียบทว่าทรงพลัง ไร้ซึ่งความลังเล "การใช้ให้ผู้อื่นกระทำความผิด แม้คุณจะไม่ได้ลงมือจับพลั่วขุดหลุมฝังศพด้วยตัวเอง แต่รอยนิ้วมือทางความคิดของคุณ มันประทับอยู่บนทุกบรรทัดของสัญญาฉบับนี้อย่างชัดเจน" อำนาจหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแหบพร่าและแห้งแล้ง เขาเอนหลังพิงพนักเก้าอี้หนังอย่างพยายามรักษาท่าทีเย่อหยิ่ง แม้เหงื่อกาฬจะเริ่มผุดพรายตามไรผม "ทนายสาว... กฎหมายที่คุณศรัทธาหนักหนา มันก็เป็นแค่ตัวอักษรบนกระดาษที่คนมีอำนาจเขาเขียนขึ้นเพื่อปกป้องพวกเดียวกันเอง คุณไม่มีหลักฐานมัดตัวผมหรอก เอกสารพวกนั้น... มันเป็นแค่ร่องรอยการลงทุนทางธุรกิจทั่วไป" "ธุรกิจหรือครับ?" น้ำเสียงทุ้มนุ่มแต่เยียบเย็นดังแทรกขึ้นจากมุมมืดของห้อง กวินทร์ก้าวออกมาจากเงาสลัวของเสาหิน แสงไฟสีส้มสลัวจากโคมไฟตั้งโต๊ะตกกระทบลงบนสันจมูกโด่งและดวงตาที่ยากจะคาดเดา เขาสวมเสื้อโค้ทสีเข้ม กลิ่นอายของความโดดเดี่ยวและกระดาษเก่าลอยมาแตะจมูก รินรดาชำเลืองมองเขาเพียงเสี้ยววินาที ความขัดแย้งทางอุดมการณ์ระหว่างเธอกับกวินทร์มักจะเด่นชัดที่สุดในยามที่พวกเขาต้องร่วมสนามรบเดียวกัน เธอเชื่อมั่นในตรรกะและข้อเท็จจริงทางกายภาพ ขณะที่กวินทร์มักมองทะลุปรุโปร่งถึงแรงขับเคลื่อนทางจิตวิญญาณและสัญญะเบื้องหลังอาชญากรรม กวินทร์หยุดยืนข้างเก้าอี้ของรินรดา นิ้วเรียวยาววางลงบนสันแฟ้มเอกสารของเธอแผ่วเบา "คุณอำนาจพูดถูก... กฎหมายเป็นเพียงตัวอักษรบนกระดาษ" กวินทร์กล่าวด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำราวกับกำลังท่องบทกวีโศกนาฏกรรม "แต่กวีบทสุดท้ายของเหยื่อผู้เคราะห์ร้าย เขากลับไม่ได้เขียนมันด้วยหมึกพิมพ์... เขากลั่นมันออกมาจากหยดเลือดและความหวาดกลัว คุณคิดว่ากระดาษแผ่นไหนในโลกนี้ จะซึมซับความผิดบาปของคุณได้หมดจดล่ะครับ?" อำนาจขบกรามแน่น กล้ามเนื้อบริเวณกรามกระตุกไหว สายตาตื่นตระหนกวูบไหวผ่านม่านตาของเขาชั่วขณะ ก่อนจะถูกแทนที่ด้วยรอยยิ้มเยาะ "คำพูดสวยหรูของพวกก sĩ นักฝัน... ใช้บนศาลไม่ได้หรอก" รินรดาไม่ปล่อยให้จังหวะนี้หลุดมือ เธอโน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย ระยะห่างระหว่างเธอกับผู้ต้องสงสัยหดแคบลงจนเกิดแรงกดดันทางจิตวิทยาอย่างมหาศาล ปลายนิ้วเรียวเปิดแฟ้มเอกสารไปที่หน้าสุดท้าย หน้าที่อำนาจคิดว่าถูกทำลายไปแล้ว "คุณพูดถูกว่าคำพูดใช้บนศาลไม่ได้... แต่ 'กระดาษคาร์บอน' แผ่นนี้ใช้ได้ครับ" รินรดาดึงแผ่นกระดาษสำเนาสีฟ้าซีดขึ้นมา แสงไฟส่องผ่านลายมือชื่อที่กดน้ำหนักลงไปจนทะลุผ่านอีกด้าน "ลายมือชื่อของคุณที่สั่งการโอนเงินเข้าบัญชีลับเมื่อสามปีก่อน ไม่ได้ถูกเขียนขึ้นด้วยปากกาธรรมดา แต่เป็นหมึกพิมพ์ชนิดพิเศษที่ใช้เฉพาะในห้องทำงานส่วนตัวของคุณ... ห้องที่กวินทร์บังเอิญไปพบบทกวีบทหนึ่งตกอยู่" กวินทร์ส่งยิ้มบางเบา เป็นรอยยิ้มที่เย็นเยียบและเฉียบคมราวกับใบมีดโกนที่ซ่อนอยู่ในกลีบกุหลาบ อำนาจหน้าซีดเผือด สีเลือดบนใบหน้าสูญหายไปในพริบตา มือที่วางอยู่บนตักเริ่มสั่นเทาอย่างควบคุมไม่อยู่ ริมฝีปากอ้าพะงาบคล้ายอยากจะเอ่ยปฏิเสธ แต่ลำคอกลับตีบตันไร้ซึ่งเสียง รินรดากำลังจะเอמהประโยคปิดตายเพื่อตอกฝาโลงคดีนี้ ทว่า ก่อนที่เสียงของเธอจะทันหลุดจากริมฝีปาก เสียงฝีเท้าหนักหน่วงหลายคู่ก็ดังขึ้นจากทางเดินด้านนอก *กึก... กึก... กึก...* ไม่ใช่เสียงฝีเท้าของเจ้าหน้าที่ตำรวจประจำศาล เพราะจังหวะจะโคนนั้นดุดันและไร้ซึ่งความเกรงกลัวต่อกฎหมาย ประตูห้องสอบสวนถูกผลักเปิดออกอย่างไร้มารยาท ลมเย็นยะเยือกพัดกรรโชกเข้ามาจนเปลวไฟในตะเกียงไหววูบ ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีดำสนิทก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่ตรงธรณีประตู ใบหน้าครึ่งหนึ่งซ่อนอยู่ภายใต้เงาสลัวของปีกหมวกปานามา ดวงตาคู่นั้นคมปลาบและเต็มไปด้วยความเหี้ยมเกรียม เขากวาดสายตามองรินรดา กวินทร์ และอำนาจด้วยรอยยิ้มเยาะที่มุมปาก "เก่งมาก... ทนายรินรดา" เสียงทุ้มต่ำและแหบพร่าเอ่ยขึ้น พร้อมกับโยนซองเอกสารสีน้ำตาลอีกซองลงบนโต๊ะกลางห้อง "แต่คุณคงลืมคิดไป... ว่าพยานปากเอกที่คุณตามหาตลอดสามปีที่ผ่านมา ตอนนี้เขานั่งรอคุณอยู่ที่ล็อบบี้ชั้นล่างแล้ว... ในสภาพที่ไร้ลมหายใจ" หัวใจของรินรดากระตุกวูบ ความเย็นเยียบแล่นริ้วจากปลายนิ้วลามเลียขึ้นสู่กระดูกสันหลัง ในขณะที่กวินทร์หรี่ตาลงทันที เขาก้าวเท้าขวางหน้าหญิงสาวไว้โดยสัญชาตญาณ พร้อมกับที่รอดازตาสบเข้ากับเอกสารบนโต๊ะที่เพิ่งถูกโยนเข้ามาใหม่ บนหน้าซองเอกสารนั้น... มีคราบหยดหมึกสีแดงฉานเขียนทับชื่อของรินรดาด้วยลายมือที่เธอคุ้นเคยยิ่งกว่าสิ่งใด ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งไปในเงาสลัวแห่งความจริงนี้ด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (บทกวีใต้ร่มเงา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บทกวีที่ไม่มีวันจบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%