เสียงถอนหายใจแผ่วเบาที่ดังลอดออกมาจากริมฝีปากของรินรดา ไม่ได้สะท้อนความอ่อนล้า หากแต่เป็นสัญญาณเตือนภัยสีแดงฉานในห้วงความคิดของเธอ เอกสารกระดาษสาบางเบาแผ่นนั้น—สำเนาบันทึกข้อตกลงลับระหว่างบริษัทรับเหมาและกองทุนนอกระบบ—ถูกวางไว้บนโต๊ะทำงานไม้สักสีเข้ม ราวกับเป็นซากศพที่จงใจทิ้งไว้ให้สุนัขป่าดมกลิ่น
มันคือเหยื่ออันโอชะ... และพวกเขากำลังรอให้ปลาตัวใหญ่ติดเบ็ด
"คุณมั่นใจแค่ไหนว่าสารวัตรธนาจะกัดเหยื่อชิ้นนี้" เสียงทุ้มต่ำของกวินทร์ดังขึ้นจากมุมมืดของห้องสมุดในยามวิกาล แสงไฟสีส้มสลัวจากโคมไฟตั้งโต๊ะทาบทับโครงหน้าคมคายและเงาสะท้อนในแว่นสายตาของเขา ร่างสูงโปรดในชุดสูทลำลองสีเทาเข้มกำลังยืนไขว่ห้างพิงกรอบหน้าต่าง สายตาทอดมองออกไปเบื้องล่างที่สายฝนโปรยปรายลงมาอย่างเงียบเชียบ
รินรดาเงยหน้าขึ้นจากแฟ้มเอกสาร ดวงตาคู่คมฉายแววเยียบเย็นและคำนวณ เธอยกปลายนิ้วขึ้นดันกรอบแว่นเล็กน้อยท่าทางราวกับผู้พิพากษาบนบัลลังก์ "เหยื่อชิ้นนี้ไม่ได้ออกแบบมาให้เขากัด, กวินทร์... แต่มันถูกออกแบบมาให้เขา 'หวาดกลัว'"
เธอเว้นจังหวะ ปล่อยให้ความเงียบงันทำหน้าที่ขับเน้นความตึงเครียดในห้อง
"คนอย่างสารวัตรธนาไม่ได้กระหายเงิน เขา 'กระหายอำนาจ' และเกลียดความไร้การควบคุมที่สุด เอกสารชิ้นนี้ระบุวันที่และลายเซ็นปลอมที่เชื่อมโยงตรงไปยังบัญชีลับของเขาในสвисс... ถึงมันจะเป็นหลักฐานเท็จที่เราจงใจกุขึ้น แต่ในมุมมองของคนที่กำลังจะจมน้ำ ฟางเส้นนี้คือสิ่งที่เขาคว้าไว้ด้วยความตื่นตระหนกเสมอ"
กวินทร์แค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแหบพร่าและเจือด้วยรอยยิ้มหยันที่มุมปาก เขาก้าวเท้าช้าๆ ออกมาจากเงาดำ ร่างสูงใหญ่หยุดยืนตรงหน้าโต๊ะทำงานของเธอ ระยะห่างระหว่างทั้งคู่เหลือเพียงความกว้างของโต๊ะไม้ แต่แรงดึงดูดทางจิตวิญญาณกลับบีบอัดจนแทบหายใจไม่ออก
"คุณกำลังเล่นกับไฟที่ไร้ควัน, รินรดา" กวินทร์โน้มตัวลงเล็กน้อย ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ "ความยุติธรรมในแบบของคุณ... บางครั้งก็สกปรกไม่แพ้ความชั่วร้ายของพวกมันเลยนะ"
"และกวีผู้สูงส่งอย่างคุณ... มีทางเลือกที่ดีกว่านี้หรือไง?" รินรดาโต้กลับทันควัน น้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคมราวใบมีดโกน เธอมองสบตาเขาอย่างไม่หลบเลี่ยง "คุณใช้บทกวีซ่อนความจริง ส่วนฉันใช้กฎหมายขุดคุ้ยมัน เราต่างก็เป็นพวกนอกรีตในโลกที่ถูกครอบงำด้วยผลประโยชน์ด้วยกันทั้งคู่... อย่ามาทำเป็นไขسือกเรื่องคุณธรรมกับฉันหน่อยเลย"
บรรยากาศในห้องหยุดนิ่งไปชั่วขณะ มีเพียงเสียงฝนที่กระทบกระจกหน้าต่างด้านนอกเป็นจังหวะ
ความขัดแย้งทางอุดมการณ์ระหว่างพวกเขาไม่ใช่เรื่องใหม่ รินรดาเชื่อมั่นในโครงสร้าง กฎเกณฑ์ และหลักฐานที่จับต้องได้ แม้ว่าบางครั้งเธอจะต้องบิดมันให้เข้าทางเพื่อความอยู่รอด ในขณะที่กวินทร์มองโลกผ่านสัญญะ ปรัชญา และความเน่าเฟะของจิตใจมนุษย์ที่กฎหมายเอื้อมไม่ถึง ทว่า ในเกมกระดานนี้ ทั้งสองกลับต้องเดินหมากร่วมกันโดยมีอิสรภาพ—และอาจรวมถึงลมหายใจ—เป็นเดิมพัน
แผนการถูกวางไว้รัดกุม เอกสารปลอมชุดดังกล่าวถูกส่งต่อไปยัง "แหล่งข่าว" นิรนามที่เชื่อมโยงกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยจงใจให้ไปตกอยู่ในมือของสารวัตรธนาในช่วงเวลาเปลี่ยนกะที่เจ้าตัวมักอยู่ลำพังในห้องทำงาน เพื่อกระตุ้นสัญชาตญาณการเอาตัวรอดขั้นสุด
รินรดาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เอกสารบนโต๊ะถูกเก็บเข้าซองอย่างเรียบร้อย "ถ้าแผนนี้สำเร็จ พยานปากเอกที่ซ่อนตัวอยู่จะยอมเปิดปาก และเราจะกระชากหน้ากากของฆาตกรที่ฆ่าครอบครัวฉันได้เสียที... รวมถึงคดีที่คุณพยายามปกปิดด้วย"
ประโยคสุดท้ายของเธอทำให้แววตาของกวินทร์ไหววับไปชั่วพริบตา รอยยิ้มเย้ยหยันหายวับไปจากใบหน้า แทนที่ด้วยความเย็นชาที่ลึกล้ำยิ่งกว่าเดิม
"คุณคิดว่าตัวเองกำลังล่า... แต่ระวังนะ รินรดา ว่าบางที กลิ่นเลือดที่คุณปล่อยออกไป อาจจะเรียกสัตว์ประหลาดที่น่ากลัวกว่าสารวัตรธนาออกมาจากป่าทึบ" กวินทร์เอ่ยเสียงกระซิบแผ่วเบา ใบหน้าของเขาโน้มเข้ามาใกล้จนสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่น
ก่อนที่รินรดาจะทันได้โต้ตอบ เสียงโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะก็กรีดร้องขึ้นทำลายความเงียบงัน
มันเป็นเสียงเรียกเข้าจากหมายเลขลับ—เบอร์เดียวกับที่พวกเขาใช้ประสานงานกับสายสืบภายในสถานีตำรวจ
รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เธอเหลือบมองกวินทร์ชั่วแวบหนึ่ง ก่อนจะกดรับและเปิดสปีดโฟน
*“ทนายริน... เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ”* เสียงปลายสายหอบสะท้านและเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกจนแทบฟังไม่ได้ศัพท์ *“สารวัตรธนา... เขาไม่ได้ตื่นตระหนกอย่างที่เราคิด... เมื่อกี้ หน่วยปฏิบัติการพิเศษเพิ่งบุกเข้าไปในห้องทำงานของเขา...”*
รินรดาขมวดคิ้วแน่น "บุกเข้าไปทำไม? เขากำลังทำลายหลักฐานงั้นเหรอ?"
*“เปล่าครับ...”* เสียงปลายสายกลืนน้ำลายเอื้อม *“...สารวัตรธนาเป็นศพไปแล้วครับ เขาถูกยิงตายคาโต๊ะทำงาน... และบนหน้าอกของเขา มีกระดาษโน้ตแผ่นหนึ่งเสียบไว้ด้วยมีดสั้น... มันเป็นบทกวีบทเดียวกับที่คุณ... เอ่อ... บทกวีที่เขียนด้วยลายมือของกวินทร์ครับ!”*
ความเย็นวาบแล่นพล่านจากปลายนิ้วลามขึ้นมาถึงสันหลัง รินรดาชะงักงัน ดวงเบิกกว้างด้วยความตกใจ เธอนิ่งค้างไปชั่วขณะสมองประมวลผลไม่ทันกับเหตุการณ์ที่พลิกผันราวกับภาพตัดต่อ
เธอหันขวับกลับไปมองชายหนุ่มที่ยืนอยู่เบื้องหน้าทันที
กวินทร์ไม่ได้แสดงอาการตกใจเลยแม้แต่น้อย เขายังคงยืนกอดอกนิ่งสนิท ริมฝีปากหยักลึกแย้มยิ้มบางเบา—รอยยิ้มที่ลึกล้ำ เย็นชา และเปี่ยมไปด้วยความลับที่เธอไม่เคยล่วงรู้
แสงไฟจากหน้าจอมือถือส่องกระทบใบหน้าด้านข้างของเขา ในขณะที่เสียงกระซิบสุดท้ายจากปลายสายดังสะท้อนก้องในความเงียบ
*“และที่สำคัญที่สุด... กล้องวงจรปิดในห้องนั้น บันทึกภาพคนที่เดินเข้าไปหาก่อนเกิดเหตุฆาตกรรม... เป็นภาพของคุณกวินทร์ครับ!”*
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งไปในเงาสลัวแห่งความจริงนี้ด้วยกันนะครับ
บทกวีที่ไม่มีวันจบ•ตอนที่ 20
กับดักลวงตา
ผลงานโดย บทกวีใต้ร่มเงา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (บทกวีใต้ร่มเงา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บทกวีที่ไม่มีวันจบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!