คราบกาแฟแห้งกรังบนก้นแก้วกระดาษใบนั้น บอกเล่าเรื่องราวได้ดีกว่าคำแก้ตัวใดๆ
กวินทร์วางแก้วลงบนโต๊ะไม้เนื้อแข็ง เสียงกระแทกเบาๆ ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงัดของห้องทำงานกระจกฝ้า ในสำนักงานทนายความของรินรดาเวลานี้ มีเพียงแสงไฟสีส้มสลัวจากโคมไฟตั้งโต๊ะสาดส่องลงบนกองแฟ้มคดีฆาตกรรมอำพรางที่ยังไม่ปิดฉาก สายตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นโลหะของกวีนิพนธ์อิสระผู้นี้ไม่ได้มองไปที่ตัวอักษรทางกฎหมาย แต่กำลังพิจารณารอยนิ้วมือบนกระจกบานใหญ่ที่สะท้อนเงาของใครบางคน
"คุณกำลังมองหาอะไรในสำนักงานของผม... อ้อ, ของรินรดาต่างหาก" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นเรียบๆ ขณะที่เขายกมือขึ้นสัมผัสสันปกแฟ้มคดีที่วางเรียงราย
รินรดายืนกอดอกพิงขอบประตูกระจก สายตาของเธอเต็มไปด้วยความระแวงระวังและความเหนื่อยล้า เธอปรายตามองผู้ชายที่เข้ามาปั่นป่วนโลกอันเป็นระเบียบเรียบร้อยของเธอด้วยตรรกะและบทกวีที่เธอเกลียดชังแต่สลัดไม่หลุด
"นี่ไม่ใช่ห้องสมุดส่วนตัวของคุณ กวินทร์" รินรดากล่าวด้วยน้ำเสียงเยียบเย็น รักษาระยะห่างอย่างมืออาชีพ "ถ้าคุณว่างมากจนไม่มีบทกวีจะเขียน เชิญไปเดินเล่นที่สวนสาธารณะ แต่ที่นี่มีงานที่ต้องใช้ความน่าเชื่อถือ ไม่ใช่ปริศนาคำกลอน"
กวินทร์หันกลับมาสบตาเธอ รอยยิ้มจางๆ ผุดขึ้นที่มุมปากอย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาว "ความน่าเชื่อถือคือภาพลวงตาที่กฎหมายสร้างขึ้นเพื่อปลอบประโลมคนอ่อนแอ คุณก็รู้ดีรินรดา... คดีนี้ไม่ได้มีแค่จำเลยกับโจทก์ แต่มันมี 'มือที่สาม' คอยชักใยอยู่เบื้องหลัง และมือคู่นั้น... อยู่ใกล้คุณมากกว่าที่คุณคิด"
คำพูดนั้นทำให้แววตาของรินรดาไหววูบไปชั่วขณะ แต่เธอเก็บอาการไว้อย่างรวดเร็วด้วยการเชิดคางขึ้น "คุณหมายความว่าอย่างไร"
"ผมหมายความว่า..." กวินทร์ก้าวเข้าไปใกล้เธอทีละน้อย กลิ่นจางๆ ของกระดาษเก่าและหมึกพิมพ์ลอยวนอยู่ในอากาศ "เอกสารสำนวนคดีฉบับจริงที่ควรจะอยู่ใกล้มือคุณที่สุด กลับมีรอยนิ้วมือของคนที่ไม่ควรแตะต้องมันวนเวียนอยู่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า รอยนิ้วมือของคนที่ยิ้มให้คุณทุกเช้า ชงกาแฟให้คุณทุกบ่าย และคอยจัดตารางนัดหมายให้คุณอย่างไร้ที่ติ"
หัวใจของรินรดากระตุกวูบ ภาพของ 'ปกรณ์' ผู้ช่วยหนุ่มผู้แสนเรียบร้อยและภักดีตลอดห้าปีที่ผ่านมาผุดขึ้นมาในหัว แต่น้ำเสียงของเธอยังคงแข็งกร้าว "คุณกำลังใส่ร้ายคนของผม"
"ผมไม่ได้ใส่ร้าย ผมแค่อ่านสัญญะ" กวินทร์หยิบกระดาษแผ่นเล็กๆ ที่คั่นไว้ในแฟ้มยื่นให้เธอ บนแผ่นกระดาษโน้ตสีเหลืองมีลายมือหวัดๆ เขียนด้วยหมึกสีน้ำเงิน—สีเดียวกับปากกาที่ปกรณ์ใช้ประจำ—ข้อความสั้นๆ ที่เขียนไว้ว่า *'หลักฐานชิ้นที่สามอยู่ที่ฉัน'* พร้อมสัญลักษณ์รูปขนนกที่คล้ายคลึงกับบทกวีที่กวินทร์มักจะใช้
รินรดารับกระดาษแผ่นนั้นมามือไม้เย็นเฉียบ เธอมองหน้ากวินทร์สลับกับกระดาษในมือ ความสงสัยที่เคยมีต่อกวินทร์บัดนี้ถูกเบี่ยงเบนไปสู่ความจริงอันน่าสะพรึงกลัวที่ซ่อนอยู่ใต้จมูกของเธอเอง
ก่อนที่รินรดาจะได้เอ่ยปากซักถาม เสียงฝีเท้าฝปลาบที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นจากทางเดินมืดสนิทด้านนอก ประตูกระจกบานเลื่อนค่อยๆ ถูกผลักเปิดออกช้าๆ พร้อมกับร่างของปกรณ์ที่ยืนถือแฟ้มเอกสารชุดใหม่ด้วยรอยยิ้มสุภาพ ทว่าแววตาหลังกรอบแว่นของเขากลับว่างเปล่าและเย็นชาอย่างประหลาด
"คุณรินรดายังไม่กลับอีกหรือครับ... เอ๊ะ คุณกวินทร์ก็ยังอยู่ด้วยเหรอครับเนี่ย ดึกป่านนี้แล้ว มีอะไรให้ผมช่วยตรวจสอบเพิ่มไหมครับ" ปกรณ์เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลตามเคย แต่สายตาของเขากลับเหลือบมองไปที่กระดาษโน้ตในมือของรินรดาซึ่งวางอยู่บนโต๊ะ
ห้องทำงานทั้งห้องพลันเงียบงัดลงทันที ราวกับอากาศทั้งหมดถูกสูบออกไป กวินทร์หันไปสบตากับปกรณ์ด้วยรอยยิ้มมุมปากที่อ่านไม่ออก ขณะที่รินรดากำกระดาษในมือแน่นจนยับยู่ยี่เมื่อเธอเหลือบไปเห็นรอยหมึกซึมที่ปลายนิ้วชี้ข้างขวาของปกรณ์—รอยหมึกชนิดเดียวกับที่ใช้เขียนข้อความมรณะฉบับนั้น
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งไปในเงาสลัวแห่งความจริงนี้ด้วยกันนะครับ
บทกวีที่ไม่มีวันจบ•ตอนที่ 19
คนนอกที่มองเห็นทุกอย่าง
ผลงานโดย บทกวีใต้ร่มเงา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (บทกวีใต้ร่มเงา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บทกวีที่ไม่มีวันจบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!