บทกวีที่ไม่มีวันจบ•ตอนที่ 18

ในห้องทดลองของความรู้สึก

ผลงานโดย บทกวีใต้ร่มเงา
เสียงปิดล็อกประตูกระจกนิรภัยดัง *คลิก* เบาๆ ทว่าดังก้องกังวานในความเงียบงันของห้องทำงานไร้แสงไฟ มีเพียงแสงสีส้มสลัวจากหลอดไฟนีออนดัดรูปตัวอักษรภายนอกอาคารที่สาดลอดผ่านมู่ลี่อะลูมิเนียม เกิดเป็นเงาทาบทับเป็นเส้นขนานทอดทับบนร่างของคนทั้งสอง รินรดายืนนิ่งอยู่หลังโต๊ะทำงาน เอกสารสำนวนคดีฉบับจริงหนากว่าสามร้อยหน้ากางแผ่หลาอยู่ตรงหน้า ห่อหุ้มด้วยความจริงอันเย็นเยียบที่เธียรเพียรไขว่คว้า แต่ทว่า... บุรุษที่นั่งอยู่บนโซฟาหนังสีชาด้านตรงข้ามกลับไม่ได้มองมันเลยสักนิด ดวงตาสีเข้มภายใต้กรอบแว่นโลหะของกวินทร์กำลังจดจ้องมาที่เธอ นิ่งสนิท ทว่าคมกริบราวกับใบมีดที่ซ่อนอยู่ในฝักผ้าแพร "คุณกำลังใช้ตรรกะที่บิดเบี้ยวเพื่อหลีกหนีความจริงบางอย่าง รินรดา" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบราวกับหินที่ถูกโยนลงบนผิวน้ำนิ่งสนิท ทนายความสาวสูดลมหายใจเข้าลึกจนอกเสื้อสูทสีเข้มกระเพื่อมไหว เธอไม่หลบสายตา ปลายเล็บเรียวยาวจิกเข้ากับสันกระดาษสำนวนคดีจนยับย่นเล็กน้อย "ตรรกะของฉันสร้างขึ้นจากพยานวัตถุ ลายนิ้วมือ และเวลาที่สอดคล้อง... สิ่งที่คุณเรียกว่าความจริง มันเป็นเพียงบทกวีที่แต่งแต้มขึ้นมาเพื่อหลอกลวงกระบวนการยุติธรรมต่างหากล่ะ กวินทร์" กวินทร์แค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแหบพร่าและเจือด้วยความเย้ยหยัน เขาขยับตัวลุกขึ้นยืนช้าๆ ร่างสูงโปรดในชุดสูทเข้ารูปก้าวเข้ามาใกล้โต๊ะทำงานทีละก้าว เสียงรองเท้าหนังกระทบพื้นปาร์เกต์ดังเป็นจังหวะ ราวกับเสียงเข็มนาฬิกานับถอยหลังสู่จุดระเบิดของความอดทน "กฎหมายที่คุณกราบไหว้ มันมองไม่เห็นรอยแผลเป็นในจิตใจมนุษย์หรอกนะ" เขาก้าวมาหยุดยืนอยู่ห่างจากเธอเพียงก้าวเดียว กลิ่นกายจางๆ ของชาเอิร์ลเกรย์และกลิ่นกระดาษเก่าผสมผสานกับบรรยากาศรอบตัวจนน่าอึดอัด "คุณใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือในการสมานแผลในใจจากการสูญเสียครอบครัวเมื่อสิบปีก่อน... แต่คุณก็รู้ดีแก่ใจว่า ต่อให้ชนะคดีนี้กี่ร้อยคดี ความว่างเปล่าในอกของคุณก็ไม่เคยถูกเติมเต็มเลยแม้แต่น้อย" คำพูดนั้นเฉียบคมและแม่นยำรา과ศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่กรีดลงบนแผลเป็นโดยตรง รินรดาชะงักไปชั่วขณะ ลมหายใจสะดุดกึก ดวงตาสั่นไหวด้วยความโกรธกรุ่นที่ถูกล่วงล้ำเขตแดนส่วนตัว แต่เธอก็รวบรวมสติกลับมาได้อย่างรวดเร็ว "อย่ามาทำตัวเป็นจิตแพทย์จำเป็นที่นี่" เธอกัดฟันกรอด ก้าวประชิดขอบโต๊ะจนระยะห่างระหว่างทั้งคู่เหลือเพียงแค่ปลายนิ้วกั้น "เรากำลังพูดถึงคดีฆาตกรรม ไม่ใช่บทความปรัชญาไร้สาระของคุณ หลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ชี้ชัดว่าจำเลยอยู่ในที่เกิดเหตุ..." "หลักฐานโกหกได้ รินรดา" กวินทร์โน้มตัวลงมา ใบหน้าของเขาอยู่ห่างจากเธอเพียงไม่กี่คืบ แววตาคู่คมฉายประกายบางอย่างที่เธอไม่อาจคาดเดา มันทั้งดุดัน เย้ายวน และเปี่ยมด้วยแรงดึงดูดอันตราย "แต่หัวใจที่กำลังสั่นเทาของคุณในตอนนี้... มันกำลังโกหกผมไม่ได้" บรรยากาศในห้องราวกับถูกสูบออกจนหมดสิ้น ความตึงเครียดทางวิชาชีพที่เคยคานอำนาจกันมาตลอด พังทลายลงในชั่วพริบตา เหลือเพียงแรงดึงดูดทางจิตวิญญาณที่รุนแรงจนแทบหายใจไม่ออก รินรดารู้สึกเหมือนตนเองกำลังยืนอยู่บนปากเหว ขอบเหวแห่งตรรกะที่เธอยึดมั่นมาตลอดชีวิตกำลังจะพังทลายลงเพียงเพราะสัมผัสทางสายตาของชายตรงหน้า "คุณคิดว่าตัวเองเหนือกว่าคนอื่นเสมอสินะ..." เสียงของเธอเบาหวิวลง ทว่าเต็มไปด้วยแรงพยศ "คิดว่าอ่านความรู้สึกของทุกคนออก ผ่านตัวอักษรและบทกวีที่ไร้แก่นสาร" กวินทร์ไม่ได้ตอบคำถามนั้น มือเรียวยาวของเขาเอื้อมออกไปช้าๆ ปลายนิ้วอุ่นจัดแตะลงบนสันกระดาษแผ่นที่เธอกำลังใช้มันเป็นโล่กำบัง รินรดาสะดุ้งเฮือกแต่ไม่ยอมถอยหลัง เธอยืนหยัดเผชิญหน้ากับเขา แม้ว่าหัวใจในอกจะเต้นรัวเร็วกระหน่ำจนแทบทะลุออกมานอกซี่โครง "บางครั้ง..." เสียงของกวินทร์กระซิบแผ่วเบา ชิดริมฝีปากของเธอจนรู้สึกได้ถึงไออุ่น "ความจริงที่มืดมนที่สุด ก็มักจะซ่อนอยู่ใต้เงาของคนที่คุณพยายามปกป้องมากที่สุดนั่นแหละ" ก่อนที่รินรดาจะได้เอ่ยคำโต้แย้งใดๆ ออกมาเพื่อทำลายกำแพงความใกล้ชิดนี้ เสียงเคาะประตูก็จู่โจมเข้ามาในความเงียบสามครั้งติดๆ กันอย่างร้อนรน *ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...* ทั้งสองร่างผละออกจากกันราวกับมีกระแสไฟฟ้าสถิต รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เธอยืดตัวตรงพยายามปรับลมหายใจให้เป็นปกติ ก่อนจะเอ่ยอนุญาตด้วยน้ำเสียงที่พยายามบังคับไม่ให้สั่น "เข้ามา" ประตูห้องทำงานถูกผลักเปิดออกอย่างแรง แสงไฟสว่างจ้าจากโถงทางเดินสาดเข้ามาจนทั้งสองต้องหรี่ตาลง ร่างของสารวัตรภาคภูมิยืนหอบหายใจโยนแฟ้มเอกสารสีน้ำตาลลงบนโต๊ะทำงานเสียงดัง *ปึก* สีหน้าของนายตำรวจใหญ่เคร่งเครียดจนน่ากลัว "คุณรินรดา... กวินทร์... พวกคุณต้องดูนี่" สารวัตรภาคภูมิพูดด้วยน้ำเสียงขาดห้วง "เราเพิ่งได้ผลตรวจดีเอ็นเอชิ้นใหม่จากเสื้อผ้าของเหยื่อที่เพิ่งกู้ขึ้นมาจากแม่น้ำ... และผลลัพธ์มันพลิกคดีทั้งหมด" รินรดากวาดสายตาคมกริบมองหน้าสารวัตรสลับกับกวินทร์ที่ยืนนิ่งสนิท ทว่าดวงตากลับหรี่ลงเล็กน้อยด้วยความระแวง "ผลตรวจว่ายังไงคะ สารวัตร?" รินรดาถาม น้ำเสียงกลับมาเยือกเย็นและเฉียบคมดังเดิม สารวัตรภาคภูมิกลืนน้ำลายอึกใหญ่ ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้เลือดในกายของทนายความสาวเย็นเฉียบลงถึงขั้วกระดูก "ดีเอ็นเอใต้เล็บของเหยื่อ... ไม่ใช่ของจำเลยในศาล... แต่มันตรงกับลายนิ้วมือและคราบเลือดของพยานปากเอก... คนที่นั่งอยู่ตรงนี้กับคุณในห้องนี้ เมื่อสามปีก่อนต่างหากล่ะ" ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งไปในเงาสลัวแห่งความจริงนี้ด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (บทกวีใต้ร่มเงา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บทกวีที่ไม่มีวันจบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%