เสียงกระดาษแผ่นบางถูกพลิกด้วยปลายนิ้วที่สั่นเทาเล็กน้อย เป็นเพียงเสียงเดียวที่ทำลายความเงียบงันภายในห้องทำงานของรินรดา ยามนี้ นาฬิกาบอกเวลาตีสองสิบห้านาที โคมไฟตั้งโต๊ะสีทองเหลืองส่องแสงสีนวลสาดสว่างลงบนกองเอกสารทางกฎหมายและสมุดบันทึกปกหนังสีเข้ม คราบกาแฟที่เย็นชืดในแก้วเซรามิกสะท้อนเงาความเหนื่อยล้าบนใบหน้าของทนายความสาว
เธอมองไม่เห็นความงามในตัวอักษรเหล่านั้นอีกต่อไปแล้ว
กวินทร์นั่งอยู่บนเก้าอี้หนังฝั่งตรงข้าม ร่างสูงโปรดในชุดสูทสีเข้มคลายเนกไทออกเล็กน้อย ใบหน้าด้านข้างอยู่ในเงาสลัวของมุมห้อง ดวงตาคมกริบหลังกรอบแว่นสายตาคู่นั้นไม่ได้มองมาที่เธอ แต่มันมองออกไปนอกหน้าต่างกระจกบานใหญ่ที่สะท้อนแสงไฟนีออนจากถนนเบื้องล่าง ความนิ่งเงียบของเขาให้ความรู้สึกราวกับประติมากรรมหินอ่อนที่ซ่อนความลับอันตรายเอาไว้
"คุณกำลังเล่นเกมอะไรอยู่กันแน่ กวินทร์"
เสียงของรินรดาแหบพร่าแต่มั่น.คง เธอดันแฟ้มคดีฆาตกรรมของนักธุรกิจผู้ทรงอิทธิพลคนหนึ่งไปตรงหน้าเขา เอกสารชุดนี้คือสิ่งที่เธอใช้เวลาแรมเดือนในการแกะรอย คดีที่ตำรวจสรุปว่าเป็นอุบัติเหตุ แต่เธอกลับพบรอยร้าวในสำนวน
กวินทร์หันกลับมา ชายหนุ่มยกยมุมปากขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่เธอไม่เคยอ่านขาด
"คุณมองหาฆาตกรในบทกวีของผม รินรดา..." น้ำเสียงทุ้มนุ่มของเขาเจือความเย้ยหยันจางๆ "นั่นคือข้อผิดพลาดแรกที่คุณทำในฐานะทนายความ"
รินรดาขมวดคิ้วแน่น หัวใจเต้นระรัวด้วยความฉุนเฉียว "หมายความว่ายังไง? ทุกบาททุกสตางค์ที่หายไปจากบัญชีบริษัท และร่องรอยการอำพรางศพ มันสอดคล้องกับบทกลอนที่คุณตีพิมพ์ในรวมเล่มชุด 'เงาเหลื่อม' บทที่สี่... โครงสร้างคำประพันธ์ของคุณมันบอกตำแหน่งและเวลาอย่างชัดเจน!"
กวินทร์ลุกขึ้นยืนช้าๆ เขาก้าวเข้ามาใกล้โต๊ะทำงาน กลิ่นอายจางๆ ของโคโลญจ์ผสมกับกลิ่นกระดาษเก่าลอยมาแตะจมูก ชายหนุ่มโน้มตัวลงใช้มือสองข้างค้ำขอบโต๊ะโน้มเข้าหาเธอ ระยะห่างระหว่างทั้งคู่เหลือเพียงไม่กี่คืบ แววตาของเขาลึกล้ำจนน่ากลัว
"คุณมองเห็นแต่เลือดและศพ เพราะคุณถูกหล่อหลอมให้มองโลกด้วยกรอบของกฎหมายอาญา" กวินทร์กระซิบ เสียงของเขาต่ำพร่าแต่ทรงพลัง "แต่คุณมองข้ามตัวเลข... ตัวเลขที่ถูกซ่อนไว้ในฉันทลักษณ์"
รินรดาชะงัก ลมหายใจสะดุดไปชั่วขณะ สายตาของเธอตวัดกลับไปมองกระดาษโน้ตที่เธอจดถอดรหัสพยางค์และวรรคตอนของบทกวีบทนั้น สมองอันเฉียบคมของทนายความสาวเริ่มประมวลผลด้วยความเร็วสูง คำแต่ละคำ... จังหวะจะโคน... จำนวนพยางค์ในแต่ละวรรค...
ไม่ใช่พิกัดศพ ไม่ใช่เวลาลงมือฆ่า
มันคือรหัสสวิฟต์ (SWIFT code) และตัวเลขบัญชีธนาคารนอกชายฝั่ง (Offshore Account)
"พระเจ้า..." รินรดาอุทานออกมาเบาๆ ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก ความเย็นวาบแล่นพล่านตั้งแต่ปลายนิ้วขึ้นมาถึงสันหลัง "นี่ไม่ใช่คดีฆาตกรรมอำพราง... แต่นี่คือแผนการฟอกเงินระดับพันล้าน! คุณใช้บทกวีพวกนี้เป็นสื่อกลางในการส่งคำสั่งโอนเงินระหว่างประเทศ!"
กวินทร์ไม่ได้ปฏิเสธ เขายังคงจ้องมองเธอด้วยแววตาที่ผสมผสานระหว่างความชื่นชมและความระแวดระวัง รอยยิ้มจางๆ ปรากฏบนริมฝีปากของเขาอีกครั้ง
"ฉลาดมาก... ทนายความรินรดา คุณใช้เวลาเร็วกว่าที่ผมคิดเสียอีก" กวินทร์ผละตัวออกมายืนตรงตามเดิม น้ำเสียงเรียบเฉยทว่าเต็มไปด้วยนัยยะ "และนั่นคือเหตุผลว่าทำไมคุณถึงถอนตัวจากคดีนี้ไม่ได้อีกต่อไปแล้ว"
รินรดาลุกขึ้นยืนเผชิญหน้ากับเขา ความโกรธเกรี้ยวและสัญชาตญาณการป้องกันตัวปะปนกันในอก "คุณรู้ตัวไหมว่ากำลังทำอะไรอยู่? การฟอกเงินให้กลุ่มทุนพลังงานเถื่อนและนักการเมืองคอร์รัปชัน มันมีโทษถึงประหารชีวิตในทางอ้อม! คุณเอาชีวิตตัวเองมาแลกกับอะไรกวินทร์? บทกวีบ้าๆ ของคุณเนี่ยนะ?"
"บางครั้ง ความจริงที่บริสุทธิ์ที่สุด ก็ไม่อาจซ่อนอยู่ภายใต้ภาษาภาษากฎหมายที่แห้งแล้งได้หรอกครับ" กวินทร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่บาดลึก "กฎหมายของคุณมองเห็นเฉพาะคนผิดและคนถูก แต่มันมองไม่เห็นระบบที่เน่าเฟะที่คอยหล่อเลี้ยงพวกมัน ผมไม่ได้เขียนบทกวีเพื่อฟอกเงิน... ผมเขียนมันเพื่อบันทึกหลักฐานการล่มสลายของระบบนี้ต่างหาก"
บรรยากาศในห้องตึงเครียดจนแทบจะหยิบจับได้ ทั้งคู่ยืนประจันหน้ากันด้วยอุดมการณ์ที่แตกต่างสุดขั้ว คนหนึ่งยึดมั่นในตรรกะและข้อกฎหมายที่ต้องผดุงความยุติธรรม อีกคนใช้ศิลปะและสัญญะเพื่อเปิดโปงความเน่าเฟะโดยไม่สนวิธีการ ทั้งฉลาด ทันกัน และดึงดูดกันอย่างประหลาดในความขัดแย้งนั้น
ทว่า ก่อนที่รินรดาจะได้ตอบโต้ด้วยถ้อยคำใด เสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่ก็ดังขึ้นที่หน้าประตูห้องทำงานด้านนอก เสียงโลหะกระทบกันเบาๆ คล้ายกระบอกปืนสั้นที่ถูกขึ้นลำกล้อง
กวินทร์หันขวับไปมองประตู สีหน้าเรียบเฉยเมื่อครู่เปลี่ยนเป็นความเคร่งเครียดในพริบตา
"ดูเหมือนว่า... เราจะคุยกันเพลินจนแขกที่ไม่ได้รับเชิญมาถึงเร็วกว่ากำหนด" กวินทร์หันมาสบตารินรดา นัยน์ตาคู่นั้นไม่มีความตื่นตระหนก มีเพียงการตัดสินใจเด็ดขาด "ถ้าคุณยังอยากมีชีวิตอยู่เพื่อใช้กฎหมายลงโทษพวกเขา จงหยิบสมุดบันทึกเล่มนั้นแล้วออกไปทางระเบียบด้านหลังซะ... ตอนนี้!"
รินรดายังไม่ทันได้ขยับตัว ประตูห้องก็ถูกถีบพังกระเด็นด้วยแรงมหาศาล พร้อมกับแสงไฟฉายสว่างจ้าที่สาดส่องเข้ามาแยงตา ร่างของชายชุดดำสามคนก้าวเข้ามาพร้อมอาวุธปืนครบมือ และบุคคลที่ก้าวตามหลังเข้ามาด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบคืออัยการสูงสุดผู้ทรงอิทธิพล... ผู้ซึ่งควรจะอยู่ที่บ้านในยามวิกาลนี้
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งไปในเงาสลัวแห่งความจริงนี้ด้วยกันนะครับ
บทกวีที่ไม่มีวันจบ•ตอนที่ 17
หลักฐานที่ซ่อนอยู่ในกวี
ผลงานโดย บทกวีใต้ร่มเงา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (บทกวีใต้ร่มเงา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บทกวีที่ไม่มีวันจบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!