บทกวีที่ไม่มีวันจบ•ตอนที่ 16

เกมไล่ล่าที่ไม่มีเสียง

ผลงานโดย บทกวีใต้ร่มเงา
“ถ้าคุณยังมองหาความยุติธรรมในตัวบทกวี... คุณก็จะไม่มีวันมองเห็นเงื่อนไขของความตาย, คุณรินรดา” เสียงทุ้มต่ำของกวินทร์ดังขึ้น ท่ามกลางความเงียบงันของห้องทำงานที่ถูกห้อมล้อมด้วยกองสำนวนคดีและกระดาษโน้ตสีเหลืองซีด แสงไฟจากโคมไฟตั้งโต๊ะสาดส่องลงมาเพียงครึ่งซีกของใบหน้าเขา เผยให้เห็นสันจมูกคมกริบและแววตาที่ยากจะคาดเดา เขากำลังใช้ปลายปากกาหมึกซึมเคาะลงบนแผ่นกระดาษราคาแพงอย่างเป็นจังหวะ ราวกับกำลังนับถอยหลังเวลาชีวิตของใครบางคน รินรดาขยับตัวเล็กน้อยบนโซฟาหนัง เธอนั่งไขว่ห้างด้วยท่าทีสงبนิ่ง ทว่าดวงตากลับคมกราบราวกับใบมีดที่ซ่อนอยู่ในฝัก มือเรียวบางประสานกันไว้ที่หน้าตักเพื่อสะกดกลั้นความรู้สึกคุกรุ่นที่กำลังตีรวนอยู่ในอก “ฉันไม่ได้มองหาบทกวีค่ะ... อภัยด้วย ฉันหมายถึง ฉันไม่ได้มองหาความสวยงามในโศกนาฏกรรมเหมือนอย่างที่คุณทำหรอกนะคะ—กวินทร์” เธอยั้งปากไว้ได้ทันท่วงที เกือบจะเผลอหลุดคำพูดที่แสดงความอ่อนแอออกมาต่อหน้าชายผู้มีอุดมการณ์ขัดแย้งกับเธอสุดขั้ว “สิ่งที่ฉันต้องการคือหลักฐานที่สามารถส่งตัวฆาตกรเข้าห้องขังได้ ไม่ใช่ปรัชญาชั้นต่ำที่ซ่อนอยู่หลังตัวอักษรสวยหรู” กวินทร์หัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแหบพร่าและเยียบเย็น มันไม่ใช่เสียงหัวเราะแห่งความขบขัน แต่เป็นการเย้ยหยันต่อความไร้เดียงสาของระบบกฎหมายที่เธอพยายามปกป้อง เขายื่นซองเอกสารสีน้ำตาลเข้มขอบยับย่นมาตรงหน้า “ลองอ่านดูสิครับ... บทกวีบทใหม่ที่คุณตามหา มันไม่ได้ถูกส่งมาทางไปรษณีย์ และไม่ได้ถูกพิมพ์ด้วยเครื่องพิมพ์ดีดธรรมดา แต่มีใครบางคนจงใจ ‘วาง’ มันไว้ในจุดที่คุณมองข้ามไปตลอดคดีนี้” รินรดาชำเลืองมองซองเอกสารนั้น หัวใจเต้นกระหน่ำด้วยจังหวะที่ผิดเพี้ยนไปจากความควบคุม เธอยืดตัวตรง ปรับลมหายใจให้สม่ำเสมอ ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบซองเอกสารขึ้นมาอย่างระมัดระวังราวกับมันเป็นวัตถุระเบิดที่พร้อมจะทำงานได้ทุกเมื่อ กลิ่นจางๆ ของกระดาษเก่าและกลิ่นหอมประหลาดคล้ายดอกไม้แห้งลอยแตะจมูก มันคือกลิ่นเดียวกันกับที่เธอเคยพบในที่เกิดเหตุคดีแรก—คดีที่พรากครอบครัวของเธอไปตลอดกาล นิ้วเรียวแกะเชือกสีขาวที่พันรอบกระดุมกระดาษออกอย่างใจเย็น แม้ข้างในจะร้อนรุ่มราวกับมีไฟสุม เธอดึงกระดาษโน้ตแผ่นหนาสสีครีมออกมา ด้านบนมีลายมือเขียนด้วยหมึกสีดำสนิท ตัวอักษรบรรจงราวกับงานศิลปะชั้นครู แต่มันกลับบอกเล่าเรื่องราวที่ชวนให้ขนลุกเกรียว *“เมื่อความจริงถูกฝังกลบด้วยตัวบทกฎหมาย* *เสียงร้องขอความเมตตาจึงกลายเป็นเพียงเสียงกระซิบของสายลม* *ความยุติธรรมที่เจ้าดิ้นรนไขว่คว้า* *แท้จริงแล้ว... เป็นเพียงกรงขังที่เจ้าสร้างขึ้นมาขังตัวเอง* *เปิดตาเสียเถอะ ทนายสาวผู้โง่เขลา* *เพราะผู้พิพากษาที่แท้จริง กำลังยืนมองเจ้าจากเงาเบื้องหลัง”* ด้านล่างสุดของกระดาษ มีการวาดสัญลักษณ์รูปตาชั่งที่เอียงเทอย่างไร้ความสมดุล และมีรอยหยดของหมึกสีแดงเข้มราวกับหยดเลือดแต้มไว้ที่ฐานรองรับ รินรดากำกระดาษแผ่นนั้นแน่นจนปลายนิ้วเปลี่ยนเป็นสีขาว ขากรรไกรของเธอขบเข้าหากันจนเป็นสันนูน ความทรงจำอันเจ็บปวดที่เธอพยายามกดทับไว้ใต้ก้นบึ้งของจิตใจผุดพรายขึ้นมาอีกครั้ง เสียงกรีดร้องในคืนนั้น ภาพรถยนต์ที่พังยับเยิน และความรู้สึกไร้พลังเมื่อกฎหมายไม่สามารถคืนความยุติธรรมให้ได้ “ฝีมือเขา...” เสียงของรินรดาแหบพร่าลงเล็กน้อย แต่ยังคงไว้ซึ่งความแข็งกร้าว “ฆาตกรคนเดิม... คนที่ฆ่าครอบครัวฉัน” กวินทร์หรี่ตาลง มองปฏิกิริยาของหญิงตรงหน้าด้วยความสนใจใคร่รู้ราวกับนักวิทยาศาสตร์กำลังสังเกตการณ์ทดลองที่กำลังจะถึงจุดไคลแม็กซ์ เขาวางปากกาลง ขยับตัวโน้มไปข้างหน้าเล็กน้อยเพื่อลดระยะห่างระหว่างเขากับเธอ “คุณมั่นใจขนาดนั้นเชียวหรือครับว่ามันคือคนเดียวกัน?” กวินทร์เอ่ยถาม น้ำเสียงเจือความท้าทายอย่างจงใจ “บางที... อาจจะเป็นแค่พวกโรคจิตที่เลียนแบบคดีดัง เพื่อปั่นหัวทนายความสาวผู้รักความยุติธรรมอย่างคุณก็เป็นได้” “ไม่ใช่!” รินรดาตวัดสายตากลับมามองเขาอย่างดุดัน แววตาคู่นั้นวาวโรจน์ด้วยเพลิงโทสะที่ถูกจุดขึ้น “กลิ่นนี้... ลายมือแบบนี้ และนัยยะที่ซ่อนอยู่ มันคือลายเซ็นของมัน! คนที่หัวเราะอยู่บนความพินาศของคนอื่น คนที่คิดว่าตัวเองเหนือกฎหมาย!” “ถ้าเช่นนั้น... ทำไมคุณถึงยังอยู่ที่นี่ล่ะครับ?” กวินทร์เอ่ยสวนกลับทันควัน น้ำเสียงของเขาจริงจังขึ้นจนน่าตกใจ ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาทรงเสน่ห์แต่เต็มไปด้วยความร้าวราญของเธอ “ทำไมคุณถึงไม่เอาหลักฐานชิ้นนี้ไปให้ตำรวจ แล้วปล่อยให้มันเป็นไปตามกระบวนการยุติธรรมที่คุณศรัทธนักเล่า?” คำถามนั้นราวกับคมมีดที่กรีดลงบนแผลสด รินรดาชะงักงัน เธออ้าปากจะตอบ แต่กลับไม่มีเสียงใดเล็ดลอดออกมา ความเงียบเข้าปกคลุมห้องทำงานชั่วขณะ มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานเบาๆ และเสียงหัวใจของเธอกำลังเต้นโครมคราม เพราะลึกๆ แล้ว เธอก็รู้ดี... กฎหมายปกป้องคนผิดได้มากกว่าคนบริสุทธิ์ และความยุติธรรมในระบบราชการ ไม่เคยชำระล้างความแค้นในใจเธอได้เลย กวินทร์ยเหยียดยิ้มบางๆ รอยยิ้มที่อ่านไม่ออกระหว่างความสมเพชหรือความเห็นใจ เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างสูงโปรสง่างามในชุดสูทสีเข้มเดินอ้อมโต๊ะทำงานมาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าเธอ ก้มลงมองหญิงสาวที่ยังคงนั่งนิ่งอยู่บนโซฟา “เพราะคุณเองก็เริ่มมองเห็นความจริงแล้วอย่างไรล่ะครับ...” กวินทร์กระซิบแผ่วเบา ร่างของเขายืนประชิดจนเธอรับรู้ได้ถึงไออุ่นและกลิ่นบุหรี่จางๆ ผสมผสานกับกลิ่นน้ำหอมราคาแพง “...ว่าเกมนี้ คุณไม่มีทางชนะด้วยกติกาของกฎหมาย” รินรดาเงยหน้าขึ้นสบตาเขา ระยะห่างระหว่างทั้งคู่เหลือเพียงแค่คืบเดียว อารมณ์ที่หลากหลายทั้งความโกรธ ความหวาดกลัว และความดึงดูดทางจิตวิญญาณที่ปฏิเสธไม่ได้ กำลังหลอมรวมกันเป็นแรงเหวี่ยงอันมหาศาล ก่อนที่เธอจะได้เอ่ยคำใดโต้แย้ง เสียงเคาะประตูก็จดังขึ้นสามครั้งติดๆ กันอย่างเร่งรีบ ตามด้วยเสียงเปิดประตูผางเข้ามาโดยไม่รออนุญาต “คุณรินรดาครับ! เกิดเรื่องแล้วครับ!” ลูกน้องหนุ่มวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาในห้อง ลมหายใจหอบกระชั้น ใบหน้าซีดเผือกจนแทบไร้สีเลือด เขายื่นโทรศัพท์มือถือหน้าจอแสดงข้อความแจ้งเตือนข่าวสดให้เธอดูด้วยมือที่สั่นเทา “เกิดอะไรขึ้น?” รินรดาผุดลุกขึ้นยืนทันที สัญชาตญาณนักกฎหมายและเหยื่อพุ่งพล่าน “มี... มีการพบศพใหม่อีกแล้วครับคุณรินรดา” ลูกน้องกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก “สภาพศพถูกจัดท่าทางไว้บนเก้าอี้กลางลานกว้างหน้าศาลฎีกา... และที่หน้าอกของศพ มีบทกวีอีกบทหนึ่งปักอยู่ด้วยมีดสั้นเล่มเดียวกันกับคดีเมื่อห้าปีก่อนครับ!” รินรดาชะựngงัน ราวกับถูกสายฟ้าฟาดลงกลางกระหม่อม เลือดในกายเย็นเฉียบลงในชั่วพริบตา เธอก้มมองกระดาษโน้ตในมือสลับกับหน้าจอโทรศัพท์ สมองประมวลผลอย่างรวดเร็วจนแทบระเบิด นี่ไม่ใช่แค่การท้าทาย... แต่มันคือ ‘การประกาศสงคราม’ อย่างเต็มรูปแบบ เธอมองหน้ากวินทร์ที่ยืนนิ่งสงบอยู่ข้างกาย ใบหน้าของชายหนุ่มไม่ได้มีความตกใจแม้แต่น้อย มีเพียงรอยยิ้มมุมปากที่ลึกล้ำและอันตรายยิ่งกว่าเดิม ราวกับเขารู้ล่วงหน้าอยู่แล้วว่าเหตุการณ์นี้จะเกิดขึ้น และในวินาทีที่เธอกำลังจะหันไปสั่งการลูกน้อง เสียงข้อความเข้าจากเบอร์แปลกปริศนาในโทรศัพท์ส่วนตัวก็ดังขึ้นขัดจังหวะ ท่ามกลางความเงียบงันที่น่าสะพรึงกลัว หน้าจอเปล่งแสงสว่างวาบพร้อมกับประโยคสั้นๆ ที่ทำให้ลมหายใจของเธอสะดุดกึก *“ตาต่อไป... ถึงตาเจ้าแล้ว ผู้ตรวจการความยุติธรรม หันหลังกลับไปมองสิ... ข้ากำลังยืนอยู่หลังประตูห้องนี้เอง”* ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งไปในเงห้วงแห่งความมืดนี้ด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (บทกวีใต้ร่มเงา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บทกวีที่ไม่มีวันจบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%