กลิ่นอายของกระดาษเก่าและกาแฟดำเข้มข้นลอยอวลอยู่ในห้องทำงานที่แสงไฟถูกหรี่ให้สลัว กวินทร์ไม่ได้เงยหน้าขึ้นจากสมุดบันทึกปกหนังสีเข้มที่วางอยู่ตรงหน้า แม้เสียงเปิดประตูไม้สักจะดังขึ้นและตามมาด้วยฝ่าเท้าที่มั่นคงของทนายความสาว รินรดาไม่รอให้เชื้อเชิญ เธอก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่หน้าโต๊ะทำงานตัวใหญ่ ระยะห่างระหว่างทั้งคู่มีเพียงแฟ้มคดีหนาเตอะที่วางคั่นกลาง ราวกับเส้นแบ่งเขตแดนระหว่างตรรกะทางกฎหมายกับโลกแห่งสัญญะที่เธอกำลังก้าวล่วงเข้าไป
"คุณมาช้าไปเจ็ดนาที ทนายริน สำหรับคนทีเชื่อมั่นในเวลาและความถูกต้องอย่างคุณ ถือว่าน่าแปลกใจนะครับ" กวินทร์เอ่ยขึ้นโดยไม่ละสายตาจากตัวอักษรลายมือหวัดบนหน้ากระดาษ น้ำเสียงของเขาราบเรียบ เย็นชา แต่กลับมีแรงดึงดูดประหลาดที่ทำให้รินรดาต้องขบกรามแน่น
"ความจริงไม่ได้วิ่งตามเข็มนาฬิกากวินทร์ และบางครั้ง... การรอคอยอะไรบางอย่างให้ตกผลก ก็คุ้มค่ามากกว่าการรี L ร้อนสรุป" รินรดาตอบกลับทันควัน นัยน์ตาคมกริบกวาดมองไปทั่วห้องที่มีเพียงชั้นหนังสือสูงจรดเพดานและเงาสลัวของโคมไฟตั้งโต๊ะ เธอยื่นแฟ้มเอกสารคดีคั่งค้างลงบนโต๊ะ เสียงกระดาษกระทบไม้ดังสะท้อนความตึงเครียดในอากาศ "ฉันไม่ได้มาเพื่อต่อปากต่อคำกับกวีตกอับ แต่ฉันมาเพื่อถอดรหัส... สิ่งที่คุณทิ้งไว้เมื่อคืน"
กวินทร์เงยหน้าขึ้น ดวงตาคมปลาบสีสนิมมองทะลุผ่านกรอบแว่นสายตา เขาหัวเราะในลำคอเบาๆ เสียงนั้นแหบพร่าและเต็มไปด้วยความหมายแฝง "คุณคิดว่ามันเป็นรหัสลับฆาตกรรมเหรอครับ ทนายริน... บางที ผมอาจจะแค่อยากเขียนกลอนรักให้ผู้หญิงสักคนอ่านก่อนนอนก็ได้"
"กลอนรักที่พูดถึงรอยเลือดบนพื้นพรมและคราบน้ำตาเนี่ยนะ?" รินรดาโน้มตัวลงไปข้างหน้า มือเรียวบางกดลงบนขอบโต๊ะจนข้อต่อนิ้วขาวซีด เธอกดดันเขาด้วยสายตาที่ใช้พิพากษาพยานในชั้นศาล "เลิกเล่นลิ้นสักที กวินทร์ หน้ากระดาษที่คุณฉีกให้ฉันเมื่อคืน มันเชื่อมโยงกับคดีฆาตกรรมตระกูลวงศ์สุวรรณเมื่อสิบปีก่อน... คดีที่ตำรวจปิดแฟ้มไปอย่างไร้ร่องรอย แต่สำนวนการเขียนในบันทึกนั่น มันคือสำนวนเดียวกับจดหมายขู่ที่พ่อฉันได้รับก่อนตาย คุณรู้เห็นอะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้กันแน่"
บรรยากาศในห้องเงียบงันลงทันที เสียงเครื่องปรับอากาศทำงานเบาหวิวแทบไม่ได้ยิน ชายหนุ่มเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ ดวงตาของเขายังคงจับจ้องอยู่ที่เธอ ไม่มีความหวาดกลัว ไม่มีความตื่นตระหนก มีเพียงความลึกซึ้งที่อ่านไม่ออก ราวกับเขากำลังมองดูเหยื่อที่เดินเข้าสู่กรงขังด้วยความสมัครใจ
"คุณเป็นคนฉลาด รินรดา... ฉลาดจนน่ากลัว" กวินทร์ลุกขึ้นยืนช้าๆ ร่างสูงใหญ่ในเสื้อเชิ้ตสีดำพับแขนเสื้อเผยให้เห็นท่อนแขนแข็งแรง เขาก้าวเข้ามาใกล้โต๊ะฝั่งที่เธอยืนอยู่ "คุณใช้ชีวิตอยู่บนโลกที่ต้องมีขาวกับดำ ผิดกับถูก มีหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์รองรับทุกย่างก้าว แต่คุณเคยฉุกคิดบ้างไหมว่า... โลกที่คุณปกป้องอยู่นั้น มันอาจถูกสร้างขึ้นบนคำโกหกที่แนบเนียนที่สุด?"
รินรดาไม่ถอยหลังหนีแม้แต่ก้าวเดียว เธอยืดอกเผชิญหน้ากับเขา ระยะห่างระหว่างทั้งคู่ใกล้จนได้ยินเสียงลมหายใจ "ฉันเชื่อในสิ่งที่พิสูจน์ได้ ไม่ใช่วาทศิลป์สวยหรูที่คุณใช้กลบเกลื่อนความผิด"
"งั้นเหรอครับ..." กวินทร์โน้มใบหน้าลงมาใกล้ กระซิบด้วยน้ำเสียงแผ่วเบaแต่ก้องกังวานในความรู้สึก "ถ้าคุณเชื่อในหลักฐานนัก... ทำไมคุณถึงยังเก็บสร้อยข้อมือทองคำขาวที่เปื้อนเลือดของพ่อคุณไว้ในลิ้นชักลับใต้โต๊ะทำงานล่ะครับ ทั้งที่ตามกฎหมายแล้ว ของกลางชิ้นนั้น... ควรจะถูกส่งมอบให้พนักงานสอบสวนตั้งแต่คืนแรก"
หัวใจของรินรดากระตุกวูบ เลือดในกายเย็นเฉียบลงชั่วขณะ ความตื่นตระหนกฉายชัดขึ้นในแววตาเพียงเสี้ยววินาที ก่อนที่เธอจะรีบควบคุมสีหน้าให้กลับมาเป็นปกติอย่างรวดเร็ว แต่ทุกอาการทางจิตวิทยาเหล่านั้นไม่รอดพ้นสายตาของกวินทร์
"คุณ... รู้ได้ยังไง" น้ำเสียงของเธอสั่นพร่าเล็กน้อยอย่างควบคุมไม่ได้
กวินทร์ไม่ได้ตอบคำถามนั้น เขายื่นมือออกไปหยิบแฟ้มคดีที่เ帶來มาเปิดออก หน้ากระดาษที่ถูกพับไว้เผยให้เห็นภาพถ่ายที่เกิดเหตุเก่าคร่ำคร่า เขานิ้วเรียวยาวเคาะลงเบาๆ ที่มุมขว็ล่างของภาพ ซึ่งเป็นเงาสะท้อนในกระจกเงาของห้องพักที่เกิดเหตุ—เงาของชายคนหนึ่งที่สวมเสื้อโค้ทสีเข้มและถือสมุดบันทึกเล่มเดียวกับที่เขากำลังถืออยู่
"เพราะผมไม่ได้เป็นแค่นักเขียนบทกวี... รินรดา" กวินทร์สบตาเธอตรงๆ แววตาคู่นั้นไม่มีความเย้าแหย่หลงเหลืออยู่เลย มีเพียงความจริงอันหนักหน่วงที่ถูกเก็บงำมานานแรมปี "และคนที่ฆ่าพ่อของคุณ... ก็ไม่ได้ทิ้งร่องรอยไว้ให้คุณตามหา แต่เขากำลังรอให้คุณเดินไปหาเขาด้วยตัวเองต่างหาก"
ก่อนที่รินรดาจะทันได้เอ่ยปากซักถาม เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งติดกันอย่างเร่งรีบ—ก๊อก ก๊อก ก๊อก—ตามด้วยเสียงบิดลูกบิดประตูที่ถูกผลักเปิดออกโดยไม่ได้รับอนุญาต ร่างของชายในชุดสูทสีเข้มเปียกชุ่มไปด้วยหยาดฝนก้าวเข้ามา พร้อมกับโทรศัพท์มือถือในมือที่หน้าจอยังคงกะพริบแสงสีแดง
"เจ้านายครับ... เราเจอตัวพยานปากเอกของคดีวงศ์สุวรรณแล้วครับ แต่... เขาเพิ่งถูกพบเป็นศพอยู่ในแม่น้ำเจ้าพระยาเมื่อสิบนาทีที่แล้ว และในมือของศพ... กำลังกำสมุดฉีกหน้าหนึ่ง ที่มีลายมือของคุณกวินทร์เขียนเอาไว้ครับ"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปในถ้อยคำและเงาปริศนานี้ด้วยกัน แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
บทกวีที่ไม่มีวันจบ•ตอนที่ 2
จังหวะที่ผิดเพี้ยน
ผลงานโดย บทกวีใต้ร่มเงา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (บทกวีใต้ร่มเงา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บทกวีที่ไม่มีวันจบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!