"ค้านครับ ท่านผู้พิพากษา! เอกสารบันทึกการประชุมประจำเดือนพฤษภาคมฉบับนี้ เป็นเอกสารปลอมที่เพิ่งถูกจัดทำขึ้นเพื่อบิดเบือนข้อเท็จจริง!"
เสียงทุ้มกังวานของทนายความฝ่ายจำเลยดังสะท้อนก้องไปทั่วห้องพิจารณาคดีอันโอ่อ่า คราบหยาดเหงื่อบางๆ ผุดขึ้นบนขมับของทนายความหนุ่มใหญ่ผู้กุมชะตากรรมของบริษัทมหาชนยักษ์ใหญ่เอาไว้ ทว่า... ในสายตาของรินรดา ทนายความสาวมือฉกาจผู้ยืนสงบนิ่งอยู่หลังโพเดียมฝั่งโจทก์ สีหน้าของชายผู้นั้นไม่ได้มีความตื่นตระหนกแม้แต่น้อย มันคือความมั่นใจของคนที่กุมไพ่เหนือกว่า—ไพ่ที่ถูกซ่อนไว้ใต้โต๊ะตั้งแต่เกมยังไม่ทันเริ่ม
รินรดากวาดสายตาคมกริบมองไปยังแฟ้มเอกสารในมือ ปลายนิ้วเรียวยาวภายใต้ถุงมือผ้าสีดำกำขอบกระดาษแน่นจนยับยู่ยี่ หัวใจของเธอกำลังเต้นรัวด้วยจังหวะที่ควบคุมไม่ได้ ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะความตระหนักรู้ที่แล่นริ้วเข้ามาในสมองราวกับกระแสไฟฟ้า
*หลักฐานชิ้นเอก... หายไปแล้ว*
แฟ้มคดีหมายเลข 408 ที่บรรจุแผ่นดิสก์บันทึกภาพกล้องวงจรปิดในคืนเกิดเหตุ—หลักฐานชิ้นเดียวที่สามารถเชื่อมโยงเส้นทางการเงินและการทุจริตของจำเลยเข้ากับโศกนาฏกรรมเมื่อสามปีก่อน บัดนี้... ภายในซองพลาสติกใสบนโต๊ะของผู้พิพากษา กลับว่างเปล่า มีเพียงกระดาษเปล่าแผ่นเดียวที่แนบมาพร้อมกับลายเซ็นรับรองการตรวจสอบความถูกต้องซึ่งถูกสับเปลี่ยนอย่างแนบเนียน
"ทนายรินรดา ทางศาลได้รับคำร้องและพิจารณาหลักฐานชุดใหม่ที่ทางจำเลยนำเสนอแล้ว..." เสียงของผู้พิพากษาอาวุโสดังก้องผ่านไมโครโฟน น้ำเสียงนั้นราบเรียบและไร้อารมณ์ ราวกับสายธารที่ไหลผ่านซากปรักหักพัง "เนื่องจากหลักฐานชิ้นสำคัญฝ่ายโจทก์—แผ่นบันทึกข้อมูลภาพดิจิทัล—ไม่ปรากฏอยู่ในสารบบหลักฐานของศาลตั้งแต่ช่วงพักเที่ยง และไม่มีสำเนาสำรองที่มีลายมือชื่อรับรองอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ทางศาลจึงจำต้องมีคำสั่ง... ไม่รับฟังพยานวัตถุดังกล่าว"
ราวกับโลกทั้งใบหยุดหมุน เสียงค้อนไม้กระทบฐานดังปัง! ตัดสินชะตากรรมของคดีที่เธอกัดฟันต่อสู้มานานแรมปีในเสี้ยววินาที
รินรดายืนนิ่งสนิท ดวงตาสีนิลคู่สวยเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย เธอมองไม่เห็นรอยยิ้มเยาะหยันที่มุมปากของทนายฝั่งตรงข้าม และไม่ได้ยินเสียงกระซิบกระซาบจากแนวที่นั่งผู้ฟัง สิ่งเดียวที่ก้องอยู่ในโสตประสาทคือเสียงหัวใจของตัวเองที่เต้นระรัวราวกับกลองศึก ความทรงจำอันเลือนรางแต่เจ็บปวดจากการสูญเสียครอบครัวในคดีที่ "หลักฐานไม่เพียงพอ" เมื่ออดีตชาติซ้อนทับเข้ามาในห้วงความคิด ความพยายามนับร้อยคืน การอดหลับอดนอนตรวจสอบตัวเลขบัญชี และความยุติธรรมที่เธอกำลังจะไขว่คว้า... กำลังพังทลายลงต่อหน้าต่อตาโดยไม่มีแม้แต่เสียงกรีดร้อง
เธอกำลังจะแพ้... แพ้ให้กับความสกปรกของระบบที่เธออุทิศทั้งชีวิตเพื่อปกป้อง
การพิจารณาคดีสิ้นสุดลงด้วยคำพิพากษายกฟ้องตามคาด รินรดาเดินออกมาจากห้องพิจารณาคดีด้วยฝีเท้าที่มั่นคงแต่ไร้ซึ่งวิญญาณ แสงแดดยามบ่ายที่สาดส่องผ่านกระจกสีชาของอาคารศาลยุติธรรมไม่ได้ให้ความอบอุ่น แต่มันกลับสะท้อนภาพเงาของหญิงสาวผู้พ่ายแพ้ในสงครามกฎหมายอย่างน่าเวทนา
เธอเดินตรงไปยังสวนหย่อมร่มรื่นด้านหลังศาล ที่ซึ่งผู้คนมักมาหลบพักความตึงเครียด รินรดาทรุดตัวลงนั่งบนม้าหินอ่อนใต้ร่มเงาของต้นจามจุรีขนาดใหญ่ ปล่อยให้ความเงียบงันทำหน้าที่เยียวยาร่างกายที่ชาหนึบ ทว่า... ในความเงียบนั้นเอง เสียงฝีเท้าที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นใกล้ๆ
"บทกวีที่แต่งขึ้นด้วยคราบน้ำตา มักมีรสชาติขมปร่าเสมอ... คุณว่าอย่างนั้นไหมครับ ทนายรินรดา"
น้ำเสียงทุ้มนุ่มนวลแต่แฝงไว้ด้วยความเย็นชาดังขึ้นเหนือศีรษะ รินรดาเงยหน้าขึ้นช้าๆ ปรับโฟกัสสายตาผ่านแพขนตางอนงามที่เปียกชื้นด้วยหยาดเหงื่อและความเครียด
กวินทร์ยืนพิงลำต้นจามจุรี สวมเสื้อเชิ้ตสีขาวพับแขนเสื้อขึ้นถึงข้อศอก มือข้างหนึ่งถือหนังสือรวมบทกวีเก่าๆ เล่มเดิม ดวงตาคมปลาวาฬคู่นั้นมองเธอด้วยความรู้สึกที่อ่านไม่ออก—มีทั้งความเห็นอกเห็นใจ ความเย้ยหยัน และ... ความลึกลับที่ยากจะหยั่งถึง
"คุณมาทำอะไรที่นี่ กวินทร์" รินรดาถามเสียงแหบพร่า น้ำเสียงของเธอไม่มีเรี่ยวแรงจะต่อปากต่อคำเหมือนทุกครั้ง "มาดูความล้มเหลวของฉันอย่างนั้นหรือ? หรือว่าคุณเป็นคนหนึ่งที่อยู่เบื้องหลังการหายไปของแผ่นดิสก์แผ่นนั้น"
กวินทร์ไม่ได้ตอบคำถามทันที เขาย่อตัวลงนั่งยองๆ ให้สายตาอยู่ในระดับเดียวกับเธอ นิ้วเรียวพลิกเปิดหน้าหนังสือกระดาษสีเหลืองกรอบ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลราวกับกระซิบ
"ความยุติธรรมในศาล ก็เหมือนตัวอักษรบนกระดาษทรายครับ... ยิ่งคุณพยายามขัดถูมันให้สะอาดเท่าไหร่ เนื้อแท้ของมันก็ยิ่งสึกกร่อนหายไปมากเท่านั้น คุณเชื่อมั่นในตัวบทกฎหมายมากเกินไป จนลืมไปว่ากฎหมายถูกสร้างขึ้นโดยมนุษย์ และมนุษย์... ย่อมมีความโลภเป็นเครื่องนำทาง"
"ฉันใช้หลักฐาน ฉันใช้ตรรกะ!" รินรดาตวาดกลับเบาๆ แต่เต็มไปด้วยความอัดอั้นตันใจ ดวงตาดำขลับวาวโรจน์ด้วยหยาดน้ำตาที่พยายามสะกดกลั้นไว้ "ฉันไม่ได้งมงายในอุดมคติเหมือนคุณ กวินทร์! ฉันต้องการความจริง ความจริงที่จับต้องได้!"
"ความจริงหรือครับ..." กวินทร์ยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่ทำให้หัวใจของหญิงสาวกระตุกวูบ "ความจริงที่คุณตามหา มันไม่ใช่สิ่งที่ถูกซ่อนไว้ในแฟ้มคดีหรอกครับ... แต่มันคือสิ่งที่คุณจงใจมองข้ามต่างหาก"
เขายื่นกระดาษแผ่นเล็กๆ ที่ฉีกมาจากสมุดบันทึกส่งให้เธอ บนนั้นมีลายมือหวัดๆ เขียนตัวเลขชุดหนึ่งเอาไว้ พร้อมกับชื่อสถานที่ที่เธอคุ้นเคยเป็นอย่างดี—โกดังสินค้าหมายเลข 7 ท่าเรือร้างริมแม่น้ำเจ้าพระยา สถานที่เดียวกันกับที่ครอบครัวของเธอเคยประสบอุบัติเหตุเมื่อสามปีก่อน
"นี่คืออะไร?" รินรดาขมวดคิ้วแน่น จ้องมองหน้าตั๋วหรือพิกัดนั้นด้วยความระแวง
"กุญแจดอกสุดท้ายที่จะไขประตูห้องใต้ดินที่คุณกลัวที่สุด" กวินทร์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ปิดหนังสือในมือลงเบาๆ "ถ้าคุณยังมีความกล้าพอที่จะเผชิญหน้ากับความจริงที่ไม่ใช่แค่ตัวเลขและข้อกฎหมาย... คืนนี้ ตอนเที่ยงคืนตรง ไปที่นั่นสครับ แล้วคุณจะรู้ว่า... ใครกันแน่ที่เป็นคนขโมยแฟ้มคดีของคุณไปในวันนี้"
พูดจบ กวินทร์ก็หมุนตัวเดินหายลับไปในร่มเงาของแมกไม้ ปล่อยให้รินรดานั่งนิ่งค้างอยู่กับความสับสนและหัวใจที่เต้นรัวระทึกอีกครั้ง
เธอก้มมองเศษกระดาษในมือ สัมผัสความเย็นเยียบของกระดาษแผ่นนั้นที่ราวกับกำลังแผดเผาปลายนิ้วของเธอ ความพ่ายแพ้ในศาลเมื่อช่วงบ่ายมลายหายไป เหลือเพียงสัญชาตญาณดิบของการเป็นนักล่าที่ตื่นขึ้นมาในความมืดมิด
รินรดากัดริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด สายตาจับจ้องไปยังทิศทางที่ชายหนุ่มหายลับไป ก่อนที่มือเรียวจะกำเศษกระดาษแผ่นนั้นแน่นจนยับยู่ยี่
ความลับที่ถูกฝังกลบมาสามปี... กำลังจะถูกขุดคุ้ยขึ้นมาในคืนนี้
และก่อนที่เธอจะทันได้ตั้งตัว เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อสูทก็แผדเสียงดังขึ้นอย่างกะทันหัน รินรดากดรับด้วยมือที่สั่นเทา เสียงปลายสายไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นเสียงสังเคราะห์แหบพร่าที่เธอไม่เคยได้ยินมาก่อน—
*"ทนายรินรดา... ถ้าคุณก้าวเท้าเข้าไปในโกดังหมายเลข 7 คืนนี้ สิ่งที่คุณจะได้พบ จะไม่ใช่ความจริง... แต่จะเป็นศพที่สองของตระกูลคุณ"*
**************************************************
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านตัวอักษรและเงาแห่งความจริงนี้ด้วยกันนะครับ
บทกวีที่ไม่มีวันจบ•ตอนที่ 29
เสียงเพรียกจากอดีต
ผลงานโดย บทกวีใต้ร่มเงา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (บทกวีใต้ร่มเงา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บทกวีที่ไม่มีวันจบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!