“คุณกำลังเล่นเกมที่ไม่มีวันชนะ กวินทร์... และที่น่าเวทนาที่สุด คือคุณหลงเชื่อไปเองว่าหมากตัวนี้เป็นของคุณ”
เสียงของรินรดาราบเรียบ เย็นเยียบราวกับคมมีดที่กรีดลงบนกระดาษสา เธอไม่ได้มองหน้าเขา แต่สายตาของเธอจับจ้องอยู่ที่แฟ้มเอกสารสีน้ำตาลที่วางอยู่กลางโต๊ะไม้โอ๊กตัวหนา ในห้องทำงานส่วนตัวของกวินทร์ที่เงียบสงัดจนได้ยินเสียงลมหายใจของตัวเอง
กวินทร์ชะงักมือที่กำลังรินไวน์ลงแก้วคริสตัล เสียงของเหลวสีทับทิมไหลกระทบแก้วดังกังวานเป็นจังหวะที่จงใจเนิบช้า เขาขยับยิ้มที่มุมปาก—ยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตาคู่คมที่มักจะซ่อนความหมายนับร้อยไว้เบื้องหลัง
“หมากทุกตัวบนกระดานนี้ ผมเป็นคนวางเองกับมือ รินรดา” กวินทร์ตอบกลับโดยไม่หันมามอง “แต่ความงามของกวีนิพนธ์ไม่ได้อยู่ที่ว่าใครเป็นผู้เขียน แต่อยู่ที่ว่าผู้อ่านจะตีความมันไปในทิศทางไหนต่างหาก”
“ในศาล... ความหมายไม่ได้มีไว้ตีความตามอำเภอใจ” รินรดาปิดแฟ้มเอกสาร ‘หลักฐาน’ ที่กวินทร์เพิ่งจะส่งมอบให้เธอเมื่อชั่วโมงก่อน “แต่มันมีไว้เพื่อพิสูจน์ความจริง และสิ่งที่อยู่ในนี้... มันคือกลลวงชั้นต่ำที่พยายามฉาบหน้าด้วยถ้อยคำสวยหรู”
กวินทร์หมุนตัวกลับมา วางแก้วไวน์ลงบนโต๊ะอย่างแผ่วเบา ก่อนจะเดินเข้ามาใกล้ เธอสัมผัสได้ถึงแรงกดดันที่แผ่ออกมาจากตัวเขา มันไม่ใช่ความเกลียดชัง แต่มันคือความรู้สึกของการเป็นนักล่าที่กำลังต้อนเหยื่อให้จนมุมในเขาวงกตที่เขาสร้างขึ้นเอง
“ความจริงเป็นเรื่องที่เปราะบางเกินไปสำหรับทนายความอย่างคุณ” เขากระซิบ น้ำเสียงทุ้มต่ำและแฝงไปด้วยความเวทนาที่เฉียบคม “คุณเชื่อในเอกสารที่ถูกปลอมแปลงขึ้นมาเพียงเพราะมันมีตราประทับของราชการ แต่คุณกลับมองข้ามสัญญะที่ผมทิ้งไว้ในบทกวีบทล่าสุด... บทกวีที่บอกใบ้ว่าจุดจบของเรื่องนี้คืออะไร”
รินรดาลุกขึ้นยืนประจันหน้ากับเขา ระยะห่างระหว่างทั้งคู่เหลือเพียงไม่กี่คืบ กลิ่นน้ำหอมจางๆ ผสมกับกลิ่นกระดาษเก่าและหมึกพิมพ์ในห้องนี้ทำให้บรรยากาศดูอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก
“ฉันไม่ได้อ่านกวีของคุณเพื่อหาความจริง กวินทร์” เธอกล่าวเน้นทีละคำ จ้องลึกเข้าไปในดวงตาของชายตรงหน้า “ฉันอ่านมันเพื่อหา ‘รอยรั่ว’... และวันนี้ ฉันก็พบมันแล้ว”
เธอหยิบปากกาหมึกซึมด้ามหนึ่งออกมาจากกระเป๋าเสื้อสูท มันไม่ใช่ปากกาธรรมดา แต่เป็นเครื่องบันทึกเสียงขนาดจิ๋วที่แฝงมากับเทคโนโลยีที่กวินทร์คาดไม่ถึง รินรดาโยนปากกานั้นลงบนโต๊ะ เสียงโลหะกระทบไม้ดังก้องไปทั่วห้อง กวินทร์ขมวดคิ้วเล็กน้อย—เป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่เขาสูญเสียความเยือกเย็นไปชั่วขณะ
“คุณไม่ได้แค่พยายามจะล่อให้ฉันติดกับด้วยเอกสารปลอมพวกนี้ แต่นี่คือกับดักที่เขาสร้างไว้เพื่อกำจัดคุณต่างหาก กวินทร์... ดูหน้าต่างบานนั้นให้ดี”
กวินทร์หันไปตามสัญชาตญาณ แสงไฟจากรถยนต์คันหนึ่งที่จอดซุ่มอยู่ฝั่งตรงข้ามถนนดับลงอย่างเป็นจังหวะ และเงาสีดำหลายร่างที่ยืนอยู่ใต้ร่มเงาไม้กำลังขยับตัวเข้ามาใกล้คฤหาสน์ของเขาอย่างรวดเร็ว
“คุณคิดว่าคุณเป็นคนเดียวที่เดินเกมเป็นหรือ?” รินรดาถามเสียงเย็น “คนที่คุณกำลังทำงานให้... เขาไม่เคยต้องการกวี เขาสิ่งที่เขาต้องการคือแพะรับบาปที่สมบูรณ์แบบที่สุด และคุณ... กวินทร์ คุณคือตัวเลือกเดียวที่มีค่ามากพอจะถูกบูชายัญ”
กวินทร์นิ่งเงียบ แววตาที่เคยลึกลับบัดนี้ฉายชัดถึงความตระหนักรู้ เขามองเห็นรอยยิ้มที่มุมปากของรินรดา ไม่ใช่ยิ้มแห่งชัยชนะ แต่เป็นยิ้มของคนที่เพิ่งเข้าใจว่าการเต้นรำบนเส้นด้ายที่ขาดสะบั้นมันเป็นอย่างไร
“คุณถอยหลังไม่ได้แล้ว” รินรดาพูดต่อ “ถ้าคุณอยากรอดจากคืนนี้ คุณต้องทิ้งอัตตาของกวี แล้วก้มหัวให้กับความจริงที่ผมมีในมือ... หรือคุณจะเลือกจบชีวิตด้วยความสวยงามตามอุดมการณ์บ้าๆ ของคุณในห้องนี้?”
ทันใดนั้น เสียงกระจกหน้าต่างด้านหลังกวินทร์แตกละเอียดด้วยแรงปะทะของบางอย่างที่พุ่งเข้ามาจากความมืด กวินทร์พุ่งตัวเข้าหารินรดาเพื่อผลักเธอให้พ้นจากวิถีกระสุนที่เจาะผ่านผนังปูนเข้ามาอย่างแม่นยำ เลือดอุ่นๆ กระเซ็นเปรอะใบหน้าของเขาเมื่อเศษกระจกบาดเข้าที่หัวไหล่
ความเงียบสงบถูกแทนที่ด้วยเสียงฝีเท้าหนักๆ ที่กำลังพังประตูไม้โอ๊กเข้ามา กวินทร์คว้าตัวรินรดาหลบไปหลังชั้นหนังสือขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยสมุดบันทึกเก่าแก่
“รินรดา...” เขาหอบหายใจพลางกระซิบ “เอกสารที่คุณมี... ในนั้นมีชื่อของคนที่ส่งคนมาเก็บผมใช่ไหม?”
รินรดามองเขาด้วยสายตาที่ซับซ้อน เธอดึงเอกสารแผ่นหนึ่งที่ซ่อนอยู่ในซับในเสื้อสูทออกมาให้เขาเห็น ดวงตาของกวินทร์เบิกกว้างเมื่ออ่านชื่อที่ปรากฏอยู่บนนั้น—มันไม่ใช่ชื่อศัตรูที่เขาสงสัยมาตลอด แต่มันคือชื่อของคนที่เขาเชื่อใจที่สุดในชีวิต
เสียงพังประตูจบลงด้วยเสียงรองเท้าบูทที่กระทบพื้นห้องอย่างมั่นคง เงาร่างหนึ่งก้าวเข้ามาท่ามกลางแสงสลัว คนผู้นั้นก้าวช้าๆ พลางหยิบไฟแช็กทองคำขึ้นมาจุดบุหรี่ แสงไฟจากเปลวเพลิงสะท้อนใบหน้าที่กวินทร์คุ้นเคยเป็นอย่างดี
“จบตอนที่สามสิบครับ...”
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ยังคงติดตามบทกวีที่เต็มไปด้วยรอยเลือดและคำลวงนี้ร่วมกันจนถึงวินาทีนี้ครับ
บทกวีใต้ร่มเงา
บทกวีที่ไม่มีวันจบ•ตอนที่ 30
กลยุทธ์กวีพ่ายแพ้
ผลงานโดย บทกวีใต้ร่มเงา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (บทกวีใต้ร่มเงา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บทกวีที่ไม่มีวันจบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!