กลิ่นอับของกระดาษเก่าและฝุ่นผงที่ลอยวนอยู่ในลำแสงสลัวจากช่องหน้าต่าง ยิ่งทำให้บรรยากาศภายในห้องเก็บเอกสารชั้นใต้ดินของสำนักงานทนายความเก่าแก่ดูราวกับสุสานแห่งความทรงจำ รินรดายืนนิ่งอยู่หน้าตู้เหล็กทึบสีเขียวเข้มที่ถูกพ่นทับด้วยสนิมเขรอะ ปลายนิ้วเรียวยาวภายใต้ถุงมือหนังสีดำสัมผัสลงบนผิวโลหะเย็นเฉียบ หัวใจของทนายความสาวเต้นระรัวด้วยจังหวะที่ไม่ปกติ ไม่ใช่เพราะความกลัวต่อความมืดมิดเบื้องหน้า แต่เป็นเพราะแรงดึงดูดประหลาดจากสิ่งที่ถูกซ่อนไว้ใต้กาลเวลาอันยาวนาน
"คุณไม่ควรอยู่ที่นี่คนเดียวนะครับ รินรดา"
เสียงทุ้มต่ำและราบเรียบดังขึ้นจากความมืดตรงมุมห้อง กวินทร์ก้าวเท้าออกมาจากเงาสลัว ร่างสูงโปรดในชุดสูทสีเข้มไร้รอยยับทำให้เขากลายเป็นส่วนหนึ่งของบรรยากาศอันเคร่งขรึมนั้น ดวงตาคมกริบคู่นั้นมองตรงมายังเธอราวกับอ่านทะลุปรุโปร่งถึงความคิดที่เธอกำลังพยายามปกปิด
รินรดาไม่หันกลับไปมองทันที เธอยังคงจ้องมองรอยขีดข่วนบนตู้เหล็ก พยายามควบคุมน้ำเสียงให้ราบเรียบที่สุด "ความจริงมักซ่อนอยู่ในที่ที่มืดและสกปรกที่สุดเสมอค่ะ... คุณก็รู้ดีไม่ใช่เหรอครับ กวินทร์" เธอมักจะใช้สรรพนามและน้ำเสียงเย้ยหยันเพื่อสร้างกำแพงกั้นระหว่างเธอกับเขาเสมอ แม้ลึกๆ แล้วเธอจะรู้ดีว่า ชายคนนี้คือคนเดียวที่เข้าใจความโดดเดี่ยวของเธอในคดีนี้
กวินทร์ย่างสามขุมเข้ามาใกล้ กลิ่นอายจางๆ ของชา Earl Grey และกระดาษพิมพ์ดีดเก่าลอยมาแตะจมูก "ความจริงไม่ใช่สิ่งที่คุณจะขุดคุ้ยขึ้นมาได้ตามอำเภอใจหรอกนะครับรินรดา บางครั้ง... การปล่อยให้มันหลับใหล อาจเป็นการไว้ชีวิตความรู้สึกของคนที่ยังมีชีวิตอยู่มากกว่า"
"คุณกลัวอะไรกันแน่ กวินทร์?" รินรดาหมุนตัวกลับมาเผชิญหน้า ดวงตาคู่คมของทนายสาวจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของกวีหนุ่ม "กลัวว่าความจริงจะทำลายบทกวีสวยหรูที่คุณใช้หลอกตัวเองมาตลอดหลายปีงั้นหรือ?"
ระยะห่างระหว่างคนทั้งสองเหลือเพียงก้าวเดียว ความตึงเครียดในอากาศประทุขึ้นราวกับประจุไฟฟ้า ท่ามกลางอุดมการณ์ที่แตกต่าง—เธอผู้ศรัทธาในข้อเท็จจริงทางกฎหมายอันไร้ความปรานี และเขาผู้มองโลกผ่านสัญญะและเงื่อนไขทางจิตวิญญาณ—พวกเขากลับยืนอยู่บนจุดศูนย์กลางเดียวกันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ กวินทร์ไม่ได้ถอยหนี เขากลับโน้มตัวลงมาเล็กน้อย รอยยิ้มจางๆ ปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างมีความหมาย
"ผมไม่ได้กลัวความจริงครับ... ผมแค่กลัวว่า เมื่อคุณเปิดกล่อง Pandora ใบนี้ออกดูแล้ว คุณอาจจะไม่เหลือเหตุผลให้อยู่บนโลกใบนี้อีกต่อไป"
คำพูดนั้นเฉียบคมราวดาบที่ซ่อนอยู่ในฝัก รินรดากัดริมฝีปากแน่น เธอยื่นมือออกไปออกแรงดึงลิ้นชักล่างสุดของตู้เหล็กที่ติดขัดมานาน เสียงโลหะเสียดสีกันดังเอี๊ยดอ๊าดบาดแก้วหู ก่อนที่ลิ้นชักจะหลุดออกมาเผยให้เห็นกล่องไม้เนื้อแข็งสีมะฮอกกานีที่ถูกปิดผนึกไว้อย่างแน่นหนา
ไม่มีกุญแจ รินรดาจึงใช้ด้ามโลหะของคีมตัดลวดงัดฝากล่องออกด้วยความเด็ดเดี่ยว เสียงไม้ลั่นเปรี๊ยะดังสนั่นท่ามกลางความเงียบ ฝากล่องเปิดอ้าออก เผยให้เห็นสิ่งของภายในที่ถูกเก็บรักษาไว้อย่างดีท่ามกลางกาลเวลาที่ล่วงเลย
ภาพแรกที่ปรากฏแก่สายตาคือสมุดบันทึกปกหนังสีดำที่ซีดจาง และภาพถ่ายเก่าๆ ของครอบครัวที่มุมขอบเริ่มเหลืองกรอบ แต่สิ่งที่ดึงดูดสายตาทนายความสาวกลับเป็นซองจดหมายสีขาวนวลที่วางอยู่บนสุด บนซองนั้นมีลายมือที่เธอคุ้นเคยเป็นอย่างดี—ลายมือของพ่อของเธอเอง
รินรดานิ่งงั้น มือที่สวมถุงมือหนังเริ่มสั่นเทาอย่างควบคุมไม่อยู่ ความทรงจำในวัยเด็กที่พยายามฝังกลบไว้ไหลทะลักกลับเข้ามาในห้วงคำนึง กวินทร์ที่ยืนมองอยู่เงียบๆ ขยับเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด มือเรียวของเขาวางลงบนไหล่บางเบาๆ เป็นการสัมผัสที่ไร้การคุกคาม แต่เต็มไปด้วยน้ำหนักทางความรู้สึกที่ทำให้รินรดาสะดุ้งเล็กน้อยแต่ไม่ได้ปัดออก
"เปิดดูสิครับ" กวินทร์กระซิบด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัด "นั่นคือบทกวีบทสุดท้ายที่พ่อของคุณทิ้งไว้... ก่อนที่ทุกอย่างจะพังทลาย"
รินรดากลืนก้อนสะอื้นลงคอ เธอสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติกลับคืนมาในฐานะทนายความมืออาชีพ ปลายนิ้วเรียวบรรจงหยิบซองจดหมายฉบับนั้นขึ้นมาอย่างระมัดระวังราวกับกลัวว่ามันจะสลายกลายเป็นฝุ่นผงไปต่อหน้าต่อตา เธอพลิกซองจดหมายด้านหลังเพื่อดูรอยผนึก และพบกับบางสิ่งที่ทำให้ลมหายใจของเธอสะดุดกึก
ตราประทับขี้ผึ้งสีแดงเข้มรูปกางเขนไขว้...
ตราประทับเดียวกันกับที่ปรากฏในคดีฆาตกรรมอำพรางเมื่อสัปดาห์ก่อน และเป็นตราสัญลักษณ์เดียวกับที่ซ่อนอยู่ในห้องทำงานของกวินทร์
รินรดาชะงัก เธอกวาดสายตาคมกริบหันกลับไปมองชายหนุ่มที่ยืนอยู่เคียงข้างทันที ความสงสัยพุ่งทะยานขึ้นถึงขีดสุด ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยคำถามที่เฉียบคมราวกับใบมีด
กวินทร์ไม่ได้หลบสายตา รอยยิ้มจางๆ ที่มุมปากของเขากลับลึกลงไปอีก พร้อมกับประโยคสั้นๆ ที่หลุดออกมาจากริมฝีปากของเขาอย่างแผ่วเบา แต่กลับดังก้องกังวานในความรู้สึกของเธอ
"ยินดีต้อนรับสู่บทสรุปที่คุณเป็นคนไขว่คว้าหามาตลอดนะครับ รินรดา"
ขอขอบพระคุณผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านกาลเวลาและถ้อยคำมา ณ ที่นี้นะครับ
บทกวีที่ไม่มีวันจบ•ตอนที่ 24
บทกวีบทสุดท้ายของอดีต
ผลงานโดย บทกวีใต้ร่มเงา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (บทกวีใต้ร่มเงา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บทกวีที่ไม่มีวันจบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!