บทกวีที่ไม่มีวันจบ•ตอนที่ 25

ปมที่ขมวดแน่นขึ้น

ผลงานโดย บทกวีใต้ร่มเงา
เสียงกระแทกของแฟ้มเอกสารปกหนังสีเข้มลงบนโต๊ะไม้สักทองดังสะท้อนก้องห้องทำงานที่ไร้แสงไฟ มีเพียงแสงสีส้มสลัวจากหลอดไฟนีออนริมถนนด้านนอกที่สาดผ่านม่านโปร่งเข้ามา ทาบทับใบหน้าด้านข้างของรินรดาให้ดูราวกับรูปปั้นหินอ่อนที่กำลังถูกกัดกร่อนด้วยความจริงอันบิดเบี้ยว "คุณกำลังเล่นกับไฟ, รินรดา" กวินทร์เอ่ยขึ้น น้ำเสียงของเขาเรียบสนทนาแต่ทรงพลัง ชายหนุ่มนั่งไขว่ห้างอยู่มุมห้อง แสงเงาปกคลุมร่างสูงสง่าในชุดสูทสีเทาเข้มจนแทบกลืนไปกับความมืด นิ้วเรียวยาวเคาะเบาๆ ลงบนพนักพิงโซฟา เป็นจังหวะเดียวกับเสียงหัวใจที่เต้นระรัวในอกของหญิงสาว รินรดาไม่ตอบ เธอยังคงจ้องมองเอกสารแผ่นสุดท้ายในแฟ้มนั้น—กระดาษคำสั่งโยกย้ายงบประมาณลับที่มีลายเซ็นตวัดไว้อย่างหวัดๆ แต่ทรงอำนาจยิ่ง ลายเซ็นของ "ท่านประธานศาลสูงสุด" บุคคลผู้เปรียบเสมือนเสาหลักแห่งความยุติธรรมของประเทศ ผู้ซึ่งมือทั้งสองข้างสะอาดสะอ้านในสายตาประชาชนเสมอมา แต่กลับเปื้อนเลือดและคราบน้ำตาของครอบครัวเธอในเงาสลัว "ฉันไม่ได้เล่นกับไฟ กวินทร์" รินรดากัดฟันกรวด น้ำเสียงสั่นเครือเล็กน้อยด้วยความโกรธที่อัดแน่นในอก "ฉันกำลังจะเผาบ้านหลังนี้ให้มันราพณาสูรต่างหาก คดีเมื่อสิบปีก่อน... พ่อแม่ของฉันไม่ได้ตายเพราะอุบัติเหตุ แต่มันคือการฆาตกรรมเชิงนโยบายเพื่อปิดปากคนที่รู้เรื่องโครงการนี้" กวินทร์ลุกขึ้นยืนช้าๆ ร่างสูงก้าวเข้ามาใกล้ แสงไฟสลัวขับเน้นให้เห็นแววตาคู่คมที่เต็มไปด้วยความซับซ้อน เขายื่นมือออกไปราวกับจะแตะไหล่เธอ แต่แล้วก็ชักกลับ ปล่อยให้ปลายนิ้วเฉียดผ่านอากาศว่างเปล่า "ความยุติธรรมที่คุณตามหามันไม่มีอยู่จริงในตำรากฎหมายหรอกครับ มันเป็นแค่ตัวอักษรที่คนมีอำนาจเขียนขึ้นเพื่อใช้ล่ามโซ่คนที่ไร้อำนาจ" กวินทร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่บาดลึก "คุณมีหลักฐานชิ้นนี้ในมือจริง แต่มันก็เป็นแค่กระดาษแผ่นเดียวที่สามารถถูกทำลายได้ในพริบตา หากคนๆ นั้นรู้ว่าคุณกำลังขุดคุ้ย" "แล้วคุณล่ะ?" รินรดาหันขวับมาสบตาเขา แววตาสั่นระริกแต่ดื้อรั้น "คุณเข้ามาในชีวิตฉันเพื่ออะไรกันแน่ กวินทร์? ทุกบทกวีที่คุณส่งมา ทุกสัญญะที่คุณทิ้งไว้ มันนำทางฉันมาถึงจุดนี้... คุณอยากให้ฉันลากเขาลงมา หรือคุณแค่สนุกที่ได้ดูฉันเดินเข้าไปในกรงเล็บของเสือ?" บรรยากาศในห้องเงียบงันลงทันที เสียงเครื่องปรับอากาศทำงานเบาๆ แข่งกับเสียงลมหายใจที่กระชั้นชิดของคนทั้งคู่ กวินทร์มองลึกเข้าไปในดวงตาของทนายความสาว เผยให้เห็นร่องรอยความเจ็บปวดที่เขาซ่อนไว้ภายใต้ท่าทีเย็นชามาตลอด "บทกวีไม่ได้ถูกเขียนขึ้นเพื่อให้คนอ่านมีความสุขเสมอไปหรอกครับ..." กวินทร์โน้มตัวเข้ามาใกล้จนได้กลิ่นหอมจางๆ ของโคโลญจน์ผสมกลิ่นกระดาษเก่าจากตัวเขา "บางครั้ง... มันถูกเขียนขึ้นเพื่อเตือนสติว่า ผีเสื้อที่โผบินเข้าหาเปลวไฟ ย่อมรู้ดีว่าจุดจบคือความมอดไหม้ แต่เธอก็ยังเลือกที่จะบิน" รินรดาแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคลอหน่วยด้วยหยาดน้ำตาแห่งความคับแค้นใจ "ถ้าเช่นนั้น ฉันขอเป็นผีเสื้อที่แผดเผาคนพวกนั้นให้เป็นจุลไปพร้อมกันก็แล้วกัน" กิริยาเด็ดเดี่ยวของหญิงสาวทำให้แววตาของกวินทร์ไหววูบชั่วขณะ ชายหนุ่มยกย่องมุมปากขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่ผสมผสานระหว่างความชื่นชมและความหวาดหวั่น เขาสอดมือเข้าไปในกระเป๋าเสื้อสูท หยิบแฟ้มเอกสารอีกเล่มหนึ่งออกมาวางทับลงบนโต๊ะ "ถ้าคุณต้องการจะเผาจริงๆ..." กวินทร์กระซิบเสียงต่ำ ชิดริมหูเธอจนสัมผัสได้ถึงไออุ่น "คุณต้องมีฟืนที่แห้งกว่านี้ นี่คือรายชื่อบัญชีลับของธนาคารในสวิสเซอร์แลนด์ ที่เชื่อมโยงโดยตรงกับมูลนิธิการกุศลของท่าน... และคนที่ส่งเอกสารนี้ให้ผมเมื่อครึ่งชั่วโมงก่อน ก็คือเลขาฯ ส่วนตัวของเขาเอง ที่เพิ่งถูกพบเป็นศพในรถยนต์จมน้ำเมื่อสิบนาทีที่แล้ว" ร่างของรินรดาชาไปทั้งตัว ความหนาวยะเยือกแล่นริ้วจากสันหลังขึ้นสู่สมอง เมื่อตระหนักได้ทันทีว่าเกมนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของการทวงคืนความยุติธรรมอีกต่อไป แต่มันคือการไล่ล่าที่พวกเขากำลังถูกล่าเช่นกัน ก่อนที่ใครจะได้เอื้อnเอวาจาใดเพิ่มเติม เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสคู่ก็ดังขึ้นที่หน้าประตูห้องทำงาน เสียงเคาะสามครั้งตามด้วยการบิดลูกบิดอย่างไร้มารยาท และวินาทีต่อมา ประตูไม้บานใหญ่ก็ถูกถีบกระเด็นเปิดผางด้วยกลุ่มชายชุดดำสวมหน้ากากอนามัยสีดำสนิท พร้อมกระบอกปืนเก็บเสียงที่ยกเล็งตรงมายังจุดที่พวกเขายืนอยู่! ขอขอบพระคุณผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านกาลเวลาและถ้อยคำมา ณ ที่นี้นะครับ
สารจากนักเขียน (บทกวีใต้ร่มเงา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บทกวีที่ไม่มีวันจบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%