เชฟร้านรถเข็นกับนายทุนจอมเขี้ยว•ตอนที่ 11

เมื่อทุนใหญ่บุกถิ่น

ผลงานโดย กาแฟโบราณแก้วโต
เสียงปิดประตูรถตู้สีดำสนิทดังขึ้น *ปัง* สะท้อนก้องไปทั่วตรอกแคบๆ หน้า "ร้านรถเข็นคุณริน" กลิ่นอายของความกดดันแผ่ซ่านเข้ามาในอากาศทันที รินรดายังคงยืนนิ่ง มือบางที่ถือตะหลิวสเตนเลสสตีลสั่นเทาเล็กน้อยไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะคลื่นความทรงจำเมื่อสิบปีก่อนที่ถูกกระชากกลับมาอย่างรุนแรง ภาพเอกสารสิทธิ์ที่ดินผืนนี้ที่เคยหายไปอย่างไร้ร่องรอย ภาพพี่ชายผู้หิวเงินเดินยิ้มกริ่มพร้อมโฉนดในมือ และบุคคลที่ก้าวลงจากรถคันนั้นในเวลานี้... คือจิ๊กซอว์ชิ้นสุดท้ายที่ต่อภาพทั้งหมดให้สมบูรณ์ ชายวัยกลางคนในชุดสูทสากลราคาแพงตัดเย็บอย่างไร้ที่ติ ก้าวเท้าลงมาเหยียบพื้นถนนคอนกรีตเก่าๆ ที่ยังมีคราบน้ำมันจากการผัดอาหาร ใบหน้าเรียบเฉยแต่แฝงแววตาดดูแคลนระคนเย้ยหยัน เขาคือ "ประภาส" ทนายความมือหนึ่งของตระกูลใหญ่ และเป็นคนสนิทของลุงผู้ต้องการฮุบที่ดินทำกินของเธอ "ไม่เจอกันนานนะ แม่หนู" ประภาสเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่บาดลึก ทอดสายตามองรถเข็นขายอาหารเก่าๆ ก่อนจะแค่น้ำเสียงหัวoเราะในลำคอ "ไม่คิดเลยว่าทายาทตระกูลดัง จะลดตัวมาเป็นแม่ค้าขายข้าวแกงข้างถนนแบบนี้... น่าสมเพชเสียจริง" รินรดากำตะหลิวในมือแน่นจนข้อต่อนิ้วขึ้นสีขาว เธอกำลังจะอ้าปากสวนกลับด้วยวาจาเชือดเฉือนตามสไตล์ของเธอเอง ทว่า... มีมือหนาของใครบางคนเอื้อมมาแตะที่ไหล่ของเธอเบาๆ กระแสความอบอุ่นมั่นคงแผ่ซ่านผ่านเนื้อผ้าเข้ามา ราวกับเป็นเครื่องยืนยันว่าเธอไม่ได้เผชิญหน้ากับเรื่องนี้เพียงลำพัง ศิลาขยับตัวก้าวออกมายืนบังหน้ารินรดาไว้ครึ่งตัว ท่วงท่าของเขาสงบนิ่งราวกับผืนน้ำลึก แต่แววตาที่มองประภาสกลับคมกริบดั่งใบมีดที่ซ่อนอยู่ในฝัก รอยยิ้มบางเบาที่มุมปากไม่ได้บ่งบอกถึงความMิตรไมตรีแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม มันคือรอยยิ้มของนักล่าที่กำลังมองเหยื่อเดินเข้ากรง "ถ้าคำว่า 'น่าสมเพช' ของคุณ หมายถึงการทำมาหากินด้วยลำแข้งของตัวเองโดยไม่ต้องไปแย่งชิ้นปลามันจากใคร... ผมเกรงว่าคำศัพท์ในหัวของคุณคงต้องได้รับการอัปเกรดใหม่แล้วล่ะครับ ท่านทนาย" ศิลาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงนุ่มทุบทว่ากังวานชัดเจน ทุกคำพูดเว้นจังหวะจะโคนอย่างทรงพลัง สร้างความอึดอัดให้แก่ฝ่ายผู้มาเยือนทันที ประภาสขมวดคิ้วมุ่น ไล่สายตามองสำรวจชายหนุ่มตรงหน้าตั้งแต่หัวจรดเท้า เมื่อเห็นชุดสูทสั่งตัดแบรนด์ดังระดับโลกที่แม้แต่คนในแวดวงธุรกิจยังหาใส่ยาก รวมถึงนาฬิกาข้อมือเรือนหรูที่สะท้อนแสงไฟข้างทาง ประภาสก็ชะงักไปครู่หนึ่ง "คุณเป็นใคร? เรื่องนี้เป็นเรื่องภายในครอบครัวของตระกูล... ไม่เกี่ยวข้องกับคนนอก" ประภาสพยายามรักษาฟอร์ม เชิดหน้าขึ้นเล็กน้อยเพื่อข่มขวัญ "คนนอกงั้นหรือครับ?" ศิลาหัวoเราะในลำคอเบาๆ ก้าวเท้าเข้าไปประชิดอีกฝ่ายทีละน้อย บรรยากาศรอบตัวกดดันจนประภาสต้องถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว "ผมคงต้องแนะนำตัวอย่างเป็นทางการสินะครับ... ผมคือคู่ชีวิตและผู้สนับสนุนหลักของเชฟรินรดา หมายความว่า หนี้สิน ปัญหา หรือแม้แต่ขยะที่เดินเข้ามาในอาณาเขตของภรรยาผม... มันคือธุระของผมโดยตรงทั้งหมด" คำว่า "คู่ชีวิต" และ "ภรรยา" หลุดออกมาจากปากของศิลาอย่างหน้าตาเฉย ทำเอารินรดาที่ยืนอยู่ด้านหลังถึงกับใบหน้าเห่อร้อนขึ้นมาวูบหนึ่ง หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวอย่างไม่เป็นจังหวะ แม้จะรู้ว่าเป็นคำพูดเพื่อข่มขวัญอีกฝ่าย แต่เคมีและความหนักแน่นในน้ำเสียงของเขากลับทำให้เธอรู้สึกปลอดภัยอย่างประหลาด ประภาสกัดฟันกรอด สีหน้าเริ่มเปลี่ยนเป็นความเกรี้ยวกราด "อย่ามาปากดี เด็กนี่ไม่มีสิทธิ์ในที่ดินตรงนี้ โฉนดระบุชัดเจนว่าถูกยกให้ทางเราโดยชอบธรรม... เอกสารสิทธิ์ฉบับจริงอยู่ที่นี่แล้ว พวกแกไม่มีทางสู้คดีได้หรอก เลิกดื้อด้านแล้วไสหัวไปซะ ไม่งั้นหมายศาลข้อหาบุกรุกจะไปถึงหน้าบ้านพวกแกพรุ่งนี้เช้าแน่นอน!" ทนายความเฒ่าชูซองเอกสารสีน้ำตาลขึ้นขู่ ทว่าศิลากลับไม่สะท้านแม้แต่น้อย ชายหนุ่มเพียงแค่ยกยิ้มมุมปาก ยื่นมือไปหยิบสมาร์ทโฟนรุ่นล่าสุดออกจากกระเป๋าเสื้อสูท กดหน้าจอสองสามครั้งแล้วพลิกหน้าจอให้ประภาสดู ภาพบนหน้าจอคือสำเนาเอกสารราชการที่มีตราประทับสีแดงสด พร้อมกับเส้นทางการเงินที่ถูกตรวจสอบย้อนหลังอย่างละเอียดยิบ "คุณประภาสครับ... การใช้เอกสารที่ได้มาจากการปลอมแปลงลายมือชื่อเมื่อสิบปีก่อน โดยมีเส้นทางการเงินจากบัญชีลับของบริษัทคุณโอนเข้าบัญชีพี่ชายของรินรดาเพื่อแลกกับการเซ็นยกมรดก... แบบนี้ในทางกฎหมายเขาเรียกว่า 'สมคบกันฉ้อโกงและปลอมแปลงเอกสารราชการ' นะครับ โทษจำคุกกี่ปีดีล่ะครับ? หรืออยากให้ผมคำนวณให้ฟังตอนนี้เลย?" สีหน้าของประภาสถอดสีทันที เม็ดเหงื่อผุดพรายขึ้นตามไรผม ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจสุดขีด ความมั่นใจทั้งหมดมลายหายไปในพริบตาเมื่อรู้ว่าอีกฝ่ายไม่ได้มามือเปล่า แต่กำหลักฐานชิ้นสำคัญที่สามารถส่งเขาเข้าคุกได้ตลอดชีวิต "แก... แกเป็นใครกันแน่?!" ประภาสเสียงสั่นเครือ ชี้หน้าศิลาอย่างลืมตัว "ผมก็แค่... สามีที่ขี้หวงคนหนึ่งครับ" ศิลาตอบด้วยน้ำเสียงสุภาพนิ่มนวล แต่แววตากลับเยียบเย็นจนน่ากลัว "และบอกไว้ตรงนี้เลยนะ฻รับว่า ร้านรถเข็นคันนี้ รวมถึงที่ดินผืนนี้... ใครหน้าไหนก็ไม่มีสิทธิ์แตะต้องทั้งนั้น ถ้ายังไม่อยากให้สำนักงานกฎหมายของคุณถูกตรวจสอบจนแทบไม่เหลือซาก เชิญขึ้นรถแล้วไสหัวกลับไปซะ ก่อนที่ผมจะเปลี่ยนใจไม่แจ้งความ" ประภาสหน้าซีดเผือด สั่นเทิ้มด้วยความกลัวจนพูดไม่ออก เขาหันไปมองหน้าลูกน้องสองคนที่ยืนอยู่ข้างรถตู้ ก่อนจะรีบก้าวขึ้นรถแล้วสั่งคนขับออกรถด้วยความลนลาน รถตู้สีดำคันนั้นพุ่งทะยานออกไปจากตรอกอย่างรวดเร็วราวกับหนีตาย ความเงียบสงบกลับคืนสู่ตรอกแคบๆ อีกครั้ง รินรดายังคงยืนอึ้ง มองแผ่นหลังกว้างของศิลาที่ยืนนิ่งสงบ เธอสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อปรับอารมณ์ ก่อนจะเอ่ยขึ้นเสียงเบา "คุณ... รู้เรื่องพวกนี้ได้ยังไงคะ... เอ๊ย... ครับ?" เธอเกือบหลุดคำคุ้นเคยตามความเคยชิน ศิลาหันกลับมา รอยยิ้มเย็นชาเมื่อครู่หายวับไป แทนที่ด้วยแววตาอ่อนโยนและรอยยิ้มอบอุ่นที่มักจะมีให้เธอเสมอ เขาเอื้อมมือมาเกลี่ยเส้นผมที่ปรกหน้าผากให้อย่างเบามือ "ไม่มีเรื่องไหนของภรรยาผมที่ผมไม่รู้หรอกครับ... หิวหรือยังครับ? เมื่อกี้คุณผัดผัดผักบุ้งไฟแดงค้างไว้ จนตอนนี้กลิ่นหอมฟุ้งไปทั่วซอยแล้วนะ" คำพูดเปลี่ยนเรื่องหน้าตาเฉยของศิลาทำให้รินรดาอดไม่ได้ที่จะค้อนใส่ค้อนหนึ่ง แต่กลิ่นหอมเย้ายวนของซอสถั่วเหลืองที่กระทะเหล็กยังคงคุกรุ่นอยู่ เธอหันกลับไปจัดการตักอาหารใส่จานร้อนๆ พร้อมเสิร์ฟให้ลูกค้าประจำที่เริ่มทยอยเดินกลับมามุงดูเหตุการณ์ด้วยความสนใจ ทว่า... ในวินาทีที่รินรดากำลังจะยื่นจานอาหารให้ลูกค้ารายแรก เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงเคาะไม้เท้ากระทบพื้นถนนดังขึ้นจากปากตรอกอีกด้าน ร่างของหญิงชราในชุดผ้าไหมไทยราคาแพงผู้มีศักดิ์เป็น "คุณย่า" ของเธอ พร้อมด้วยบอดี้สอย์ดอีกสี่คนกำลังเดินตรงดิ่งเข้ามาที่ร้านด้วยสีหน้าถมึงทึง ดวงตาคู่นั้นจ้องมองรินรดาราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ! --- ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนรสชาติชีวิตไปด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (กาแฟโบราณแก้วโต)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เชฟร้านรถเข็นกับนายทุนจอมเขี้ยว นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%