เชฟร้านรถเข็นกับนายทุนจอมเขี้ยว•ตอนที่ 12

มื้อค่ำที่น่าหมั่นไส้

ผลงานโดย กาแฟโบราณแก้วโต
เสียงทัพพีโลหะกระทบกับกระทะเหล็กหล้าดัง *เคร้ง!* กังวานท่ามกลางเสียงจอแจของตลาดโต้รุ่งยามค่ำคืน กลิ่นหอมฟุ้งของกระเทียมเจียวใหม่ๆ และพริกไทยดำคั่วป่นที่ถูกความร้อนสะดุ้งจนแตกมัน ลอยตลบอบอวลไปทั่วรัศมีร้อยเมตร จนทำให้ขาจรที่เดินผ่านไปมาต้องชะงักฝีเท้าโดยอัตโนมัติ รินรดากวาดสายตามองกระทะในมือด้วยความรวดเร็ว สองมือของเธอทำงานประสานกันอย่างคล่องแคล่วราวกับร่ายรำ เมนู "ข้าวผัดกากหมูคั่วพริกเกลือ" บนรถเข็นคันเก่าถูกตักใส่กระทงใบตองรองด้วยใบตองสดสีเขียวขจีอย่างประณีต ความกรอบของกากหมูเจียวแห้งๆ ที่เคลือบด้วยเกลือสมุทรและพริกขี้หนูสวนตำหยาบ ส่งกลิ่นเย้ายวนจนโต๊ะไม้ริมทางเท้าที่แน่นขนัดอยู่แล้ว ยิ่งเบียดเสียดกันเข้ามาหนักขึ้นไปอีก ทว่า ท่ามกลางความชุลมุนของลูกค้าที่ยืนรอคิวจนล้นทะลัก มีโต๊ะพับสีตัวหนึ่งตั้งอยู่โดดเด่นสะดุดตาบริเวณหัวมุมฟุตปาธ—โต๊ะตัวนั้นถูกจับจองด้วยร่างสูงสง่าของชายหนุ่มในชุดสูทสีเข้มที่ดูขัดแย้งกับบรรยากาศข้างทางอย่างสิ้นเชิง แต่นั่นไม่ใช่ประเด็น... ประเด็นคือ "ศิลา" นั่งไขว่ห้างอยู่ตรงนั้นด้วยสีหน้าเรียบเฉย ท่ามกลางสายตาริษยาและหมั่นไส้จากกลุ่มลูกค้าประจำที่ต้องยืนรอคิวขาแข็ง "คุณศิลาครับ... โต๊ะนี้มันโต๊ะเสริมสำรองสำหรับคนมาต่อคิวไม่ใช่เหรอครับ ทำไมคุณถึงมานั่งจองแบบ VIP อยู่คนเดียว แถมยังกั้นพื้นที่ไว้ตั้งครึ่งซีกแบบนั้นล่ะครับเนี่ย" ลุงมั่น พ่อค้าขายน้ำปั่นเจ้าเก่าอดไม่ได้ที่จะเดินเข้ามาทักด้วยความหมั่นไส้ แกใช้ผ้าขาวม้าพาดบ่าแล้วชำเลืองมองชายหนุ่มผู้ดีตีนแดงคนนั้น ศิลาไม่แม้แต่จะชายตามองแก้วน้ำปั่นในมือลุงมั่น นิ้วเรียวยาวเคาะโต๊ะเป็นจังหวะช้าๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับลุงมั่นด้วยสายตาคมกริบที่ทรงพลังพอจะทำให้คนใจเสาะถอยหลังไปสามก้าว "ผมไม่ได้จอง... ผมแค่มา 'รอรับบริการพิเศษ' จากเชฟประจำตัวของผมครับ" ศิลาตอบด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่ม แต่นิ่งสนิทจนคนฟังรู้สึกหนสันหลังวาบ "อีกอย่าง พื้นที่ตรงนี้ ผมเหมาค่าเสียโอกาสของโต๊ะข้างเคียงไว้หมดแล้ว เพื่อความปลอดภัยและสุขצอนามัยที่ดีของอาหารที่จะลงมาเสิร์ฟ" คำว่า *'เหมาค่าเสียโอกาส'* หลุดออกมาจากปากคนหน้าตาดีที่นั่งอยู่บนเก้าอี้พลาสติกสีน้ำเงินราคาถูก ทำเอาเสียงเซ็งแซ่รอบโต๊ะเงียบลงไปชั่วขณะ ก่อนที่เสียงซุบซิบนินทาจะดังเซ็งแซ่ขึ้นกว่าเดิม *“ดูพ่อหนุ่มคนนั้นสิ แต่งตัวอย่างกับประธานบริษัท แต่มารอคิวรถเข็นข้างถนนเนี่ยนะ บ้าไปแล้ว!”* *“แถมยังเหมาโต๊ะข้างๆ อีก หมั่นไส้ชะมัด รวยนักหรือไงวะ แค่มากินข้าวผัดกากหมู”* *“นั่นสิฟะ รินรดาก็เหมือนกัน ไปทำเสน่ห์ใส่คุณชายไฮโซคนนี้หรือเปล่า ถึงได้ตามมาเปย์ไม่ห่างเหินแบบนี้”* เสียงนินทาดังเล็ดลอดเข้าหูรินรดาที่กำลังง่วนอยู่กับการตักซุปกระดูกหมูตุ๋นยาจีน เชฟสาวถอนหายใจเฮือกใหญ่ เธอยกหลังมือขึ้นปาดเหงื่อที่ผาก ก่อนจะเดินถือถาดอาหารร้อนๆ มาเสิร์ฟที่โต๊ะวีไอพีจำเป็นนั้นด้วยตัวเอง รินรดาวางจานข้าวผัดและถ้วยซุปกระดูกหมูลงตรงหน้าศิลาอย่างแรงจนเกิดเสียงดัง *ตุบ* พอเป็นพิธี เธอยืนเท้าสะเอว มองหน้าชายหนุ่มผู้สร้างความปั่นป่วนให้ร้านรถเข็นของเธออีกครั้งในค่ำคืนนี้ "คุณศิลาคะ—เอ๊ย คุณศิลาครับ" รินรดาเผลอหลุดคำเรียกติดปากเกือบตาย ดีที่ไหวตัวทันเปลี่ยนสรรพนามกลับมาเป็นทางการตามกฎเหล็กในใจ "คุณกำลังทำตัวให้ฉันตกเป็นเป้าสายตาของคนทั้งตลาดอยู่นะครับ รู้ตัวไหมเนี่ย ลูกค้าคนอื่นเขาบ่นกันอุบแล้วว่าคุณเล่นกั๊กที่นั่งแบบนี้" ศิลาเงยหน้าขึ้นมองหญิงสาว รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นเล็กน้อย ช่างเป็นรอยยิ้มที่ต่อให้เป็นน้ำแข็งขั้วโลกก็ยังต้องละลาย "ผมแค่อำนวยความสะดวกให้ตัวเองและตัวเชฟต่างหากครับ ริน... คุณดูเหงื่อออกขนาดนั้น เดี๋ยวผมช่วยเช็ดให้ดีไหมครับ" ว่าแล้วชายหนุ่มก็หยิบผ้าเช็ดหน้าผ้าฝ้ายสีขาวสะอาดออกจากกระเป๋าเสื้อสูท ยื่นออกไปหมายจะซับเหงื่อให้เธอจริงๆ รินรดาเบี่ยงตัวหลบแทบไม่ทัน หน้าแดงก่ำด้วยความเขินปนหมั่นไส้ "ไม่ต้องเลยครับ! มือฉันมี สะอาดดีอยู่แล้ว... รีบๆ กินแล้วก็ลุกออกไปได้แล้วครับ คนอื่นเขารอคิวจนจะกินหัวฉันอยู่แล้วเนี่ย" "ไม่รีบครับ" ศิลาตอบเสียงเรียบ หยิบช้อนสแตนเลสขึ้นมาตักข้าวผัดกากหมูเข้าปาก เคี้ยวช้าๆ อย่างพิจารณา ก่อนจะพยักหน้าชื่นชม "อืม... รสชาติวันนี้จัดจ้านขึ้นกว่าเมื่อวาน ความเผ็ดของพริกขี้หนูสวนตัดกับความมันกรุบของกากหมูได้ลงตัวพอดี ฝีมือคุณนี่พัฒนาไม่หยุดเลยนะครับรินรดา" "ชมไปก็ไม่ได้ลดราคาค่านะครับ" รินรดาเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย แววตาเป็นประกายด้วยความภาคภูมิใจในฝีมือตัวเอง "สูตรนี้ฉันคิดค้นขึ้นมาเพื่อสยบพวกปากมากที่ชอบมาหาเรื่องที่ร้านโดยเฉพาะเลยนะ" ในขณะที่บรรยากาศกำลังจะอบอวลไปด้วยความหวานชวนเลี่ยนที่ทำเอาคนรอบข้างแสบตา จู่ๆ เสียงฝีเท้าหนักๆ และเสียงโวยวายก็ดังแหวกฝูงชนเข้ามาจากทางด้านหลังตลาด "เฮ้ย! ร้านรถเข็นนี่สินะ ที่นังลูกอกตัญญูมันมาแอบซ่อนตัวอยู่ ยัยรินรดา! แกออกมาเดี๋ยวนี้เลยนะ!" เสียงแหลมปรี๊ดของ "ป้าเพ็ญ" ป้าแท้ๆ ของรินรดาผู้เคยประกาศกร้าวว่าจะฮุบที่ดินแปลงนี้มาเป็นของลูกชายตัวเองดังขึ้น พร้อมกับร่างอวบอ้วนที่เดินหน้าถมึงทึงตรงดิ่งมาที่รถเข็น ด้านหลังมี "น้าชิต" สามีของแก และ "ไอ้กอล์ฟ" ลูกชายตัวแสบเดินตามมาสมทบด้วยท่าทีหาเรื่อง ลูกค้าในตลาดต่างพากันเงียบกริบและถอยร่นออกไปเป็นวงกว้างเพื่อหลีกทางให้ความบันเทิงยามดึก รินรดาหุบยิ้มทันที แววตาที่เคยอ่อนโยนเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความเย็นชาและคมกริบทันทีที่เห็นหน้าญาติจอมปล้นสดมภ์เหล่านี้ แต่ก่อนที่รินรดาจะได้ก้าวเท้าออกไปเผชิญหน้า ศิลากลับวางช้อนในมือลงช้าๆ ชายหนุ่มใช้กระดาษทิชชูเช็ดปากอย่างใจเย็น ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงจนบังร่างของรินรดาไว้มิดชิด เขาสอดมือทั้งสองข้างลงในกระเป๋ากางเกงสูทรarmani แล้วปรายตามองกลุ่มคนมาใหม่ด้วยแววตาของนักล่าที่กำลังมองเหยื่อเดินเข้ากรง "เสียงดังรบกวนเวลาอาหารของผม... พวกคุณมีธุระอะไรกับเชฟของผมหรือครับ" ศิลาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่น้ำเสียงนั้นกลับกดดันจนบรรยากาศรอบตัวลดฮวบลงหลายองศา ป้าเพ็ญชะงักไปเล็กน้อยเมื่อเจอสายตาคู่นั้น แต่ก็ยังเชิดหน้าเถียงกลับ "นี่มันเรื่องในครอบครัวฉัน แกเป็นใครวะ ถึงมายุ่ง! ถอยไปเลยนะ นังรินรดา แกต้องเซ็นสัญญาโอนที่ดินคืนให้ตระกูลเราเดี๋ยวนี้ ไม่งั้นฉันจะแจ้งความว่าแกยักยอกทรัพย์!" ศิลาหัวเราะในลำคอเบาๆ เป็นเสียงที่น่ากลัวที่สุดเท่าที่รินรดาเคยได้ยินจากปากเขา ชายหนุ่มก้าวเท้าเข้าไปหาป้าเพ็ญทีละก้าวอย่างเชื่องช้า แต่ทรงพลัง "ยักยอกทรัพย์งั้นหรือครับ..." ศิลาหยิบเอกสารฉบับหนึ่งออกจากกระเป๋าเสื้อด้านใน กางออกให้ป้าเพ็ญดูผ่านๆ แวบเดียว "บังเอิญจริงๆ ที่ผมเพิ่งซื้อโฉนดที่ดินแปลงนี้และตึกแถวรอบข้างทั้งหมดมาเมื่อช่วงบ่ายวันนี้... ในฐานะ 'เจ้าของกรรมสิทธิ์คนใหม่' ผมคิดว่าคนที่ต้องออกไปจากที่นี่... น่าจะเป็นพวกคุณมากกว่านะครับ" ป้าเพ็ญ น้าชิต และไอ้กอล์ฟ ถึงกับหน้าซีดเผือก เบิกตากว้างด้วยความตกใจสุดขีด ศิลาหันกลับมามองรินรดาที่ยืนอ้าปากค้างอยู่ด้านหลัง แล้วส่งยิ้มละมุนที่ชวนให้คนมองใจเต้นแรงมาให้ ก่อนจะหันไปเอ่ยประโยคสุดท้ายใส่หน้าญาติจอมหิวเงิน **"เชิญไสหัวออกไปจากร้านของภรรยาผม... ก่อนที่ผมจะให้ตำรวจจับข้อหาบุกรุก"** ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนรสชาติชีวิตไปด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (กาแฟโบราณแก้วโต)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เชฟร้านรถเข็นกับนายทุนจอมเขี้ยว นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%