"ถ้าคุณยังผัดเส้นด้วยความเร็วระดับนี้ เกรงว่าพรุ่งนี้เช้าแขกเหรื่อคงต้องเคี้ยวเหล็กแทนเส้นก๋วยเตี๋ยวแล้วล่ะครับคุณรินรดา"
เสียงทุ้มต่ำแต่นุ่มนวลดังขึ้นเหนือหัว ท่ามกลางเสียงฉ่าของกระทะเหล็กที่กระทบกับตะหลิวทองเหลืองในยามค่ำคืน รินรดาชะงักมือที่กำลังเหวี่ยงเส้นก๋วยเตี๋ยวจันทบูรลงในกระทะเคลือบเทฟลอนอย่างแรง เธอนิ่งค้างไปเสี้ยววินาที ดวงตากลมโตตวัดมองชายหนุ่มในชุดเชิ้ตพับแขนเสื้อขึ้นถึงข้อศอก ซึ่งกำลังยืนกอดอกพิงเคาน์เตอร์ครัวสเตนเลสเงางามที่เพิ่งถูกติดตั้งใหม่เมื่อบ่ายวานนี้
กลิ่นหอมของกระเทียมเจียวใหม่ๆ และน้ำซุปกระดูกหมูที่เคี่ยวจนงวดเป็นสีนวลลอยอบอวลไปทั่วห้องครัวขนาดกะทัดรัด แต่มันกลับถูกกลบด้วยรัศมีอันน่าหมั่นไส้ของ 'ท่านประธานศิลา' นายทุนจอมเขี้ยวผู้พลิกบทบาทมาเป็นผู้จัดระเบียบชีวิตเธออย่างเบ็ดเสร็จในสัปดาห์นี้
"ถ้าคุณรำคาญเสียงกระทะกระทบกันนัก เชิญกลับไปนั่งจิบไวน์ราคาแพงในห้องรับแขกเถอะค่ะ... เอ๊ย หมายถึง ครับ!" รินรดาเผลอหลุดปากเสียงเขียว แก้คำแทบไม่ทันเมื่อนึกขึ้นได้ว่าผู้ชายตรงหน้าไม่ใช่คู่ค้าหน้าเลือดทั่วไป แต่เป็นคนที่เพิ่งเหมาซื้อตึกแถวสามคูหาติดกันเพื่อไม่ให้เธอต้องกังวลเรื่องค่าเช่าจากพวกญาติจอมสูบเลือดสูบเนื้ออีกต่อไป
ศิลายกยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่ทำให้ใบหน้าคมคายนั้นดูอ่อนโยนขึ้นอย่างน่าประหลาด เขาเดินเข้ามาใกล้โดยไม่รอให้เธออนุญาต มือหนายื่นเข้าไปจับด้ามกระทะแทนเธออย่างนุ่มนวล ก่อนจะออกแรงกระดกข้อมือเพียงครั้งเดียว เส้นก๋วยเตี๋ยวที่คลุกเคล้าด้วยซอสสูตรโบราณก็พลิกกลับด้านอย่างสวยงามโดยไม่มีเศษเส้นกระเด็นออกนอกกระทะเลยแม้แต่น้อย
"การทำอาหารจานเด็ด ไม่ใช่การทำสงครามนะครับคุณริน... มันคือการเจรจาต่อรองระหว่างไฟ เครื่องปรุง และวัตถุดิบ เหมือนกับการบริหารธุรกิจนั่นแหละครับ ถ้าคุณใจร้อน ผลลัพธ์ที่ได้ก็จะมีแต่ความไหม้เกรียม" ศิษยาภิบาลจำเป็นเอ่ยสอนด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าแฝงความเอ็นดูไว้เต็มเปี่ยม จนรินรดาต้องเบือนหน้าหนีเพื่อซ่อนร่องรอยความร้อนผ่าวที่แล่นริ้วขึ้นมาบนพวงแก้ม
นี่คือความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่รินรดาต้องยอมรับอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ตลอดหลายปีที่ผ่านมาในฐานะเชฟมือหนึ่งที่ต้องต่อสู้กับการเมืองในห้องครัวโรงแรมห้าดาว เธอกลายเป็นคนระแวดระวังและแบกโลกไว้บนบ่าเพียงลำพัง ทว่านับตั้งแต่ศิลาเข้ามาแทรกแซงชีวิตด้วยข้อเสนอ "หุ้นส่วนทางธุรกิจ" ที่เจือกลิ่นอายความเอาแต่ใจแบบสุภาพบุรุษ เขากลับค่อยๆ รื้อถอนกำแพงเหล่านั้นออกทีละชั้นอย่างแนบเนียน
รถเข็นก๋วยเตี๋ยวเก่าๆ ที่เคยจอดตากแดดตากฝนอยู่ริมทางเท้า ถูกแทนที่ด้วยร้านอาหารกึ่งรถเข็นติดแอร์ดีไซน์วินเทจยุค 80s สวยงามคลาสสิก วัตถุดิบราคาแพงถูกจัดส่งมาส่งตรงถึงหน้าร้านทุกตีห้าโดยไม่ต้องให้เธอเอ่ยปาก และที่สำคัญที่สุด... บรรดาญาติฝ่ายพ่อที่คอยมาป้วนเปี้ยนหวังฮุบโฉนดที่ดินผืนนี้ ถูกทนายความมือฉกาจของศิลาจัดการส่งหมายศาลคดีหมิ่นประมาทและฟ้องร้องเรื่องทรัพย์มดกจนพวกมันไม่มีเวลาแม้แต่จะมาเหยียบแถวนี้อีก
"มองหน้าผมแบบนี้ แสดงว่ากำลังซาบซึ้งในความดีงามของหุ้นส่วนคนนี้ใช่ไหมครับ" ศิลาสอนงานเสร็จก็หันมาสบตาตรงๆ ดวงตาคมกริบพราวระยับด้วยประกายความขบขัน
"ฉันแค่กำลังคิดว่า คุณว่างงานมากหรือไงถึงได้มาวุ่นวายกับร้านก๋วยเตี๋ยวข้างทางแบบนี้" รินรดาเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย พยายามดึงศักดิ์ศรีเชฟใหญ่กลับคืนมา "จำได้ว่าบริษัทนำเข้าอัญมณีของคุณกำลังจะควบรวมกิจการครั้งใหญ่นี่คะ... เอ่อ ครับ!"
"งานใหญ่แค่ไหน ก็ไม่สำคัญเท่าการตรวจสอบคุณภาพ 'เส้นจันท์ผัดปู' ของเชฟประจำตัวผมหรอกครับ" ศิลาตอบหน้าตาเฉย ก่อนจะใช้ช้อนสั้นตักน้ำซุปที่เดือดปุดๆ ขึ้นมาเป่าเบาๆ แล้วชิม "อืม... รสชาติกลมกล่อมขึ้นกว่าเมื่อวานสามเปอร์เซ็นต์ ความหวานจากหัวหอมใหญ่เริ่มเข้าที่แล้ว ฝีมือไม่ตกเลยนะครับ"
รินรดาลอบถอนหายใจยาวเหยียด เธอรู้ดีว่าการเถียงกับผู้ชายคนนี้มีแต่จะเปลืองพลังงานเปล่าๆ แต่ลึกลงไปในอกด้านซ้าย ความรู้สึกบางอย่างกำลังสั่นไหวอย่างเงียบเชียบ มันไม่ใช่ความรู้สึกอึดอัดของการถูกควบคุม แต่เป็นความอุ่นวาบที่แปลกประหลาด ยามเมื่อเธอหันไปแล้วพบว่ามีใครอีกคนยืนอยู่ตรงนี้ คอยรับแรงกระแทกจากโลกภายนอกแทนเธอเสมอ
"ถ้าอย่างนั้น ในฐานะที่คุณเป็น 'หุ้นส่วน' ที่ตรวจงานอย่างละเอียด..." รินรดาหันกลับมาเผชิญหน้า ดวงตากลมโตฉายแววท้าทายเล็กน้อยตามประสาคนมือไวใจสู้ "คุณช่วยชิมเมนูใหม่สำหรับพรุ่งนี้หน่อยสิครับ... 'เส้นหมี่น้ำซุปกระดูกหมูตุ๋นยาจีนสูตรพิเศษ' ที่เพิ่งเคี่ยวเสร็จเมื่อกี้"
ศิลาเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยอย่างสนใจ เขายืนนิ่งรอคอยด้วยท่าทีสง่างามราวกับกำลังรอฟังผลการประชุมบอร์ดบริหาร รินรดาตักเส้นหมี่ลวกสุกกำลังดีใส่ชามกระเบื้องเคลือบสีขาวสะอาดตา ก่อนจะบรรจงตักน้ำซุปสีอำพันใสแจ๋วที่ลอยหน้าด้วยขิงแก่และเก๋ากี้ โรยหน้าด้วยผักชีฝรั่งซอยละเอียดและกระเทียมเจียวหอมกรุ่น ควันสีขาวพวยพุ่งขึ้นพร้อมกลิ่นหอมสมุนไพรจีนจางๆ ที่ชวนให้ท้องร้องโครกครากโดยไม่รู้ตัว
เธอยื่นชามกระเบื้องให้ชายหนุ่ม ศิลารับมาถือไว้ด้วยมือข้างหนึ่ง อีกมือหยิบตะเกียบไม้ไผ่ขัดเงาขึ้นมาคีเส้นหมี่ขึ้นเป่าเบาๆ ก่อนจะส่งเข้าปาก
เวลาในครัวราวกับหยุดเดินไปชั่วขณะ รินรดาลุ้นจนตัวเกร็ง แม้เธอจะมั่นใจในฝีมือตัวเอง แต่สายตาของนักธุรกิจผู้ผ่านการชิมอาหารระดับมิชลินมาทั่วโลกนั้นก็ไม่ใช่เรื่องที่จะมองข้ามได้ง่ายๆ
ศิลาเคี้ยวช้าๆ สีหน้าเรียบเฉยจนคาดเดาอารมณ์ไม่ได้ ก่อนที่เขาจะวางชามลงบนเคาน์เตอร์เบาๆ แล้วเงยหน้าขึ้นสบตากับเธอ
"เป็นยังไงคะ..." รินรดาเผลอหลุดเสียงห้วนด้วยความร้อนใจ "รสชาติใช้ไม่ได้เหรอ หรือว่าเค็มเกินไป...?"
"คุณรินครับ..." ศิลาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำเป็นพิเศษ ก้าวเข้าไปประชิดตัวเธออีกหนึ่งก้าว จนกลิ่นโคโลญจ์เจือจางผสมกับกลิ่นหอมสะอาดลอยเข้าจมูก "รสชาติน่ะยอดเยี่ยมไร้ที่ติอยู่แล้ว... แต่มีสิ่งหนึ่งที่คุณยังคำนวณพลาดไป"
"พลาดอะไรอีกคะ!"
"คุณลืมคำนวณไปว่า..." ศิลาโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนเธอสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นๆ "...หัวใจของหุ้นส่วนคนนี้ มันไม่ได้ต้องการแค่มากินก๋วยเตี๋ยวฟรีไปวันๆ แต่มันอยากจะ 'ผูกขาด' ร้านนี้ไว้เป็นของตัวเองคนเดียวตลอดไปต่างหากล่ะครับ"
รินรดานิ่งอึ้ง สมองประมวลผลไม่ทันกับคำพูดหยอกเย้าที่มาพร้อมสายตาร้อนแรงเกินกว่าระดับอุณหภูมิในครัว ก่อนที่เธอจะได้เอ่ยปากต่อว่าอะไร เสียงกริ่งหน้าร้านที่ติดไว้เพื่อต้อนรับลูกค้าก็ดังขึ้นขัดจังหวะเสียก่อน
*กริ๊ง...*
ทั้งคู่หันไปมองพร้อมกัน ร่างสูงโปรดของชายวัยกลางคนในชุดสูทสתลสากลคนหนึ่งยืนส่งยิ้มพินိพพิเทาอยู่หลังประตูกระจกใส ใบหน้านั้นละม้ายคล้ายคลึงกับคนในตระกูลที่รินรดาพยายามหนีมาตลอดชีวิต—คุณลุงแท้ๆ ของเธอผู้ถือโฉนดแปลงข้างเคียง ที่หายหน้าไปหลังโดนหมายศาล แต่ตอนนี้กลับมายืนยันรอยยิ้มเย็นเยียบพร้อมกระเป๋าเอกสารในมือยามวิกาลแบบนี้
ศิลาหรี่ตาลงทันที รัศมีเย็นชาและกดดันแผ่ซ่านออกมาจากตัวชายหนุ่มในเสี้ยววินาที ราวกับนักล่าที่กำลังมองเหยื่อเดินเข้ามาในอาณาเขต
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนรสชาติชีวิตไปด้วยกันนะครับ
เชฟร้านรถเข็นกับนายทุนจอมเขี้ยว•ตอนที่ 13
จังหวะชีวิตที่เปลี่ยนไป
ผลงานโดย กาแฟโบราณแก้วโต
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กาแฟโบราณแก้วโต)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เชฟร้านรถเข็นกับนายทุนจอมเขี้ยว นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!