เชฟร้านรถเข็นกับนายทุนจอมเขี้ยว•ตอนที่ 14

ความลับใต้เงาเตาไฟ

ผลงานโดย กาแฟโบราณแก้วโต
คราบน้ำมันสีดำสนิทที่เกรอะกรังอยู่บนสันแฟ้มเอกสารเก่าๆ แผ่นนั้น ฟ้องชัดเจนว่ามันถูกซุกซ่อนไว้ในซอกอับชื้นใต้ฐานเตาถ่านมานานนับปี ไม่ใช่แค่กระดาษบัญชีรายรับรายจ่ายธรรมดา แต่เป็นเอกสารสิทธิ์การถือครองที่ดินแปลงริมคลอง ที่ถูกสลักชื่อโอนย้ายอย่างไร้ร่องรอย ผ่านลายเซ็นปลอมแปลงที่มือสมัครเล่นอาจดูไม่ออก แต่สำหรับสายตาของทายาทผู้เคยผ่านตำรากฎหมายและบริหารธุรกิจมาอย่างโชกโชนอย่างศิลา มันคือหลักฐานชิ้นโบแดงที่มัดตัว "ลุงประจักษ์" และเครือญาติจอมหิวเงินของรินรดาได้อย่างอยู่หมัด "คุณศิลา... นี่มันหมายความว่ายังไงคะ" เสียงของรินรดาแผ่วเบาลง ขณะที่นิ้วเรียวยาวเปื้อนเขม่าควันของเชฟสาวสั่นเทาเล็กน้อย เธอกวาดสายตามองตัวเลขและชื่อบริษัทอสังหาริมทรัพย์คู่ค้ารายใหญ่ของตระกูล ที่บังเอิญไปพ้องกับชื่อนิติบุคคลในเครือของศิลาพอดิบพอดี ศิลาไม่ตอบในทันที ชายหนุ่มร่างสูงโปรดในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนเผยให้เห็นกล้ามเนื้อสมส่วน ก้าวเข้ามาใกล้จนกลิ่นหอมสะอาดของกาแฟคั่วบดผสมกลิ่นไอร้อนจากเตาถ่านลอยอบอวลอยู่ระหว่างกัน เขาหยิบแฟ้มกระดาษเปื้อนคราบเขม่าออกจากมือเธออย่างระมัดระวัง ราวกับกำลังหยิบจับวัตถุโบราณล้ำค่า ก่อนจะวางมันลงบนโต๊ะไม้สักเก่าๆ ข้างรถเข็นขายอาหาร "มันหมายความว่า ที่ดินที่คุณตาทิ้งไว้ให้คุณ และสัญญาจัดซื้อจัดจ้างล๊อตใหญ่ที่บริษัทของผมเพิ่งอนุมัติไปเมื่อเดือนก่อน ถูกชักใยโดยคนกลุ่มเดียวกัน" ศิลาเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ นิ่งสงบ แต่แฝงไว้ด้วยกระแสความเฉียบขาดที่ทำให้อุณหภูมิรอบตัวลดฮวบลงหลายองศา "พวกเขาสมรู้ร่วมคิดกันปล่อยข่าวว่าร้านรถเข็นของคุณใกล้เจ๊ง เพื่อกดราคาซื้อที่ดินแปลงนี้ในราคาถูก แล้วส่งต่อให้บริษัทนวมินทร์โฮลดิ้งส์ ซึ่งก็คือเครือญาติฝ่ายแม่ของคุณเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่เบื้องหลัง" ดวงตากลมโตของรินรดาวาวโรจน์ขึ้นด้วยความโกรธกรณรงค์ ความทรงจำเกี่ยวกับรอยยิ้มจอมปลอมกระเช้าปีใหม่ที่ญาติๆ นำมามอบให้พร้อมคำพูดห่วงใยจอมปลอม พรั่งพรูเข้ามาในหัว แท้จริงแล้วเบื้องหลังรอยยิ้มเหล่านั้น คือคมมีดที่จ้วงแทงจากข้างหลังอย่างเลือดเย็น "พวกเขากล้าดียังไง..." รินรดากัดริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด ความกดดันตลอดหลายเดือนที่เธอต้องอดทนต่อคำดูถูกเหยียดหยาม พยายามสร้างเนื้อสร้างตัวด้วยสองมือและรถเข็นคู่ชีพ พรั่งพรูเป็นหยาดน้ำตาแห่งความคับแค้น แต่ถูกสะกดไว้ด้วยความแข็งแกร่งที่ถูกหล่อหลอมมาจากการยืนหยัดหน้าเตาไฟร้อนระอุ ศิลายื่นมือหนาออกไปแตะไหล่บางเบาๆ สัมผัสอบอุ่นนั้นส่งผ่านความมั่นคงมายังร่างที่สั่นเทา ชายหนุ่มโน้มตัวลงกระซิบข้างใบหูของเธอ น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความโอ๋และพร้อมจะถางทางให้ราบคาบ "อย่าเพิ่งร้องไห้ครับ ริน... น้ำตาของคุณมีค่าเกินกว่าจะเสียให้คนพวกนั้น หน้าที่ของคุณตอนนี้คือทำ 'ข้าวผัดกากหมูสูตรโบราณ' จานเด็ดให้ลูกค้าขาประจำของเรากิน ส่วนเรื่องบัญชีสกปรกพวกนี้...ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของสามีสายเปย์คนนี้จัดการเองครับ รับรองว่าผมจะทำให้พวกเขาได้ลิ้มรสชาติของความล่มจมที่หอมหวานยิ่งกว่าน้ำตาลเคี่ยวเสียอีก" คำว่า 'สามี' ที่หลุดออกมาจากปากผู้บริหารหนุ่มผู้เคร่งขรึม ทำให้พวงแก้มใสของเชฟสาวแดงก่ำขึ้นมาทันที แม้ในสถานการณ์ตึงเครียด เธอก็อดไม่ได้ที่จะค้อนค้อนวงหน้าคมคายนั้นด้วยความหมั่นไส้ระคนเขินอาย "ใครเป็นสามีคุณกันคะ พูดจาตามอำเภอใจอีกแล้วนะคุณศิลา" "ก็คนที่กำลังจะซื้อตึกแถวสามคูหาตรงข้ามตลาด เพื่อให้คุณขยายร้านเป็นภัตตาคารติดแอร์ ไม่ต้องมาทนยืนตากควันรถเข็นอีกไงครับ... หรือคุณจะปฏิเสธว่าไม่อยากได้?" ศิลาเลิกคิ้วขึ้นอย่างท้าทาย พร้อมรอยยิ้มมุมปากที่เปี่ยมด้วยความเจ้าเล่ห์แต่จริงใจ รินรดาชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะสูดลมหายใจเข้าลึก and ปลดปล่อยรอยยิ้มเยيยหยันที่มุมปาก ในเมื่อพวกมันเล่นสกปรกกับเธอก่อน ก็อย่าหาว่าเธอใจร้ายที่จะเสิร์ฟความพินาศให้ถึงหน้าบ้านเช่นกัน กลิ่นหอมฉุยของกระเทียมเจียวใหม่ๆ และกากหมูกรอบฟูที่กำลังถูกผัดคลุกเคล้าในกระทะเหล็กใบใหญ่ ส่งกลิ่นหอมฟุ้งกระจายไปทั่วตรอกซอกซอยยามวิกาล เสียงตะหลิวกระทบก้นกระทะดังเช้งวับราวกับเสียงประกาศศึก รินรดาตักข้าวผัดร้อนๆ ใส่กระทงใบตอง ยื่นให้ศิลาชิมคำแรกเพื่อทดสอบรสชาติ ท่ามกลางบรรยากาศที่อบอุ่นและเปี่ยมด้วยพลังขับเคลื่อน ทว่า ในจังหวะที่ศิลากำลังจะเอื้อมมือมารับกระทงใบตองจากมือเธอ เสียงเคาะประตูรั้วไม้หน้าบ้านพักทรุดโทรมก็ดังขึ้นสามครั้งติดๆ กันอย่างเร่งรีบ ตามด้วยเสียงทุบประตูปึงปังและเสียงตะโกนโหววกเหวกโวยวายของลุงประจักษ์ที่ดังทะลุเข้ามาในความมืด "นังรดา! เปิดประตูเดี๋ยวนี้! แกซ่อนเอกสารอะไรไว้ในครัว! ออกมาคุยกันให้รู้เรื่อง ไม่งั้นฉันจะแจ้งตำรวจจับแกข้อหาลักทรัพย์!" ศิลาหรี่ตาลงเล็กน้อย รอยยิ้มเยือกเย็นปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมสัน ชายหนุ่มวางจานข้าวผัดลงช้าๆ ก่อนจะหันมามองรินรดาที่ยืนถือทัพพีตักข้าวด้วยแววตานิ่งสงบแต่ดุดัน ประตูไม้เก่าแก่กำลังจะถูกพังลงในอีกไม่กี่วินาทีข้างหน้า พร้อมกับความลับเบื้องหลังมรดกเลือดที่ถูกเปิดโปงออกอย่างไม่เหลือชิ้นดี... ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทาง สั่งสมรสชาติความสุข และลิ้มลองความสะใจไปด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (กาแฟโบราณแก้วโต)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เชฟร้านรถเข็นกับนายทุนจอมเขี้ยว นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%