เสียง "ฉ่า" ของน้ำมันร้อนๆ ที่กระทบเข้ากับผิวเนื้อหมูหมักสมุนไพรสูตรโบราณ ดังกลบเสียงซุบซิบของบรรดาญาติผู้พี่ที่ยืนกอดอกรอจ้องความล้มเหลวอยู่ริมฟุตบาทได้อย่างชะงัดนัก
รินรดากระชับทัพพีในมือมั่น เหงื่อเม็ดเป้งผุดพรายขึ้นตามไรผม แต่นัยน์ตากลับพราวระยับด้วยประกายความมั่นใจ เตาถ่านสีแดงฉานเบื้องหน้ากำลังส่งความร้อนระอุผสานกับกลิ่นหอมของรากผักชี กระเทียม และพริกไทยดำที่โขลกจนละเอียดเข้าเนื้อ กลิ่นหอมล้ำลึกที่อบอวลด้วยกลิ่นอายแบบยุคเก่าเตะจมูกผู้คนในย่านการค้าแห่งนี้เข้าอย่างจัง จนคนที่กำลังเดินผ่านไปมาต้องชะงักเท้า
"กลิ่นอะไรวะ... หอมฉุนเตะจมูกชะมัด" ชายวัยกลางคนผู้มีศักดิ์เป็นลุงแท้ๆ ของเธอ ซึ่งหวังจะฮุบที่ดินแปลงนี้มาเนิ่นนาน เปรยขึ้นด้วยความหมั่นไส้ "เปิดวันแรกทำเป็นอวดดี เดี๋ยวก็ขายไม่ออกจนต้องหอบผ้าหนีกลับบ้านหรอกนังริน"
รินรดาส่งยิ้มเย็นเยียบให้โดยไม่ปริปากพูดอะไร เธอตักข้าวสวยร้อนๆ ที่หุงด้วยเตาถ่านจนเมล็ดเรียงตัวสวยงามลงในจานสังกะสีเคลือบสีเขียวอ่อน ก่อนจะราดหน้าด้วยหมูทอดกระเทียมพริกไทยสูตรลับที่ทอดจนกรอบนอกนุ่มใน น้ำมันหมูใสๆ และกระเทียมเจียวสีเหลืองทองอร่ามราดตามลงไปอย่างไม่หวงเครื่อง ปิดท้ายด้วยการโปะไข่ดาวทอดกรอบที่ไข่แดงยังเยิ้มสุกกำลังดี
"ข้าวหน้าหมูทอดโบราณจานแรกเสร็จแล้วครับ"
เสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลังดังขึ้นจากด้านหลัง ศิลาก้าวเข้ามาในชุดสูทเนื้อดีที่ดูขัดกับบรรยากาศร้านรถเข็นข้างทางอย่างสิ้นเชิง แต่ชายหนุ่มกลับไม่ยี่ห้อ เขากวาดสายตาคมกริบมองไปยังกลุ่มญาติจอมหิวเงินพวกนั้นด้วยแววตานิ่งสนิท จนอีกฝ่ายต้องถอยกรูดไปคนละก้าวด้วยความเกรงกลัว
"คุณศิลา..." รินรดากระซิบด้วยความแปลกใจ
"ผมบอกแล้วว่าผมจะเป็นลูกค้ารายแรกของร้านคุณ" ศิลานั่งลงบนเก้าอี้พลาสติกสีน้ำเงินอย่างไม่ถือตัว ดวงตาคมกวาดมองจานอาหารตรงหน้าก่อนจะตักชิ้นหมูเข้าปาก รสสัมผัสกรอบนอกนุ่มใน รสชาติกลมกล่อมของพริกไทยดำที่เผ็ดร้อนกำลังดีตัดกับความเค็มหวานเคี่ยวเคี่ยวอย่างลงตัว ทำให้ชายหนุ่มผู้ผ่านร้านอาหารหรูมาทั่วสารทิศต้องพยักหน้ารับอย่างชื่นชม "ฝีมือไม่ตกเลยนะครับ อร่อยจนน่าตกใจ"
คำชมนั้นไม่ได้ดังเกินไป แต่มันดังพอที่จะทำให้ฝูงชนที่ยืนลังเลอยู่รอบๆ ตัดสินใจก้าวเข้ามามุงหน้าร้านรถเข็นคันเล็กๆ นั้นทันที
"น้องสาว ขอแบบนี้จานนึง! กลิ่นเตะจมูกจนท้องร้องไม่ไหวแล้วโวย!" ลูกค้ารายแรกที่ไม่ใช่คนรู้จักตะโกนสั่ง
บรรยากาศการค้าขายวันแรกดำเนินไปอย่างดุเดือดและคึกคัก รินรดาแทบไม่มีเวลาแม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมาเช็ดเหงื่อ มือเรียวขยับตักข้าว ทอดหมู และจัดจานด้วยความรวดเร็วและแม่นยำ ศิลาไม่ได้แค่นั่งกินเฉยๆ แต่เขายังช่วยจัดระเบียบคิว และส่งสายตาดุดันไล่พวกญาติจอมวุ่นวายให้ออกไปพ้นรัศมีหน้าร้าน จนพวกมันทำได้แค่มองตาปริบๆ ด้วยความแค้นเคืองที่ทำอะไรหลานสาวคนนี้ไม่ได้
เวลาล่วงเลยจนเข้าสู่ช่วงบ่ายแก่ๆ วัตถุดิบทั้งหมดที่เตรียมมาสำหรับวันแรกถูกเกลี้ยงหม้อในเวลาอันรวดเร็ว เสียงฮือฮาของลูกค้าที่พลาดโอกาสกินเมนูซิกเนเจอร์ดังเซ็งแซ่ แต่รinรดากลับยิ้มกว้างด้วยความเหนื่อยล้าและภูมิใจ
ทว่า ในขณะที่รินรดากำลังจะปิดเตาถ่านและเก็บร้านนั่นเอง รถมอเตอร์ไซค์คันหรูสีดำสนิทก็แล่นมาจอดเทียบฟุตบาทอย่างไร้เสียง ชายสูงวัยในชุดสูทสั่งตัดพิเศษก้าวลงจากรถ ใบหน้าเรียบเฉยแต่แววตากลับคมกริบราวกับพญาอินทรี กวาดสายตามองไปรอบๆ ร้านรถเข็นก่อนจะหยุดอยู่ที่ตัวรินรดา
"ทำได้ไม่เลวนี่... หลานสาวตัวดี" เสียงทุ้มแหบพร่าเอ่ยขึ้น พร้อมกับยื่นซองเอกสารสีน้ำตาลเก่าๆ มาวางบนโต๊ะไม้ "แต่เธอลืมไปแล้วหรือเปล่า ว่าที่ดินตรงนี้... ไม่ใช่สิทธิ์ของเธอคนเดียว"
รินรดาชะงักมือที่กำลังถือผ้าเช็ดโต๊ะ ศิลาหรี่ตาลงทันที บรรยากาศรอบตัวลดฮวบลงจนเย็นเยียบในพริบตา
ขอขอบคุณทุกท่านที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับรสชาติแห่งชีวิตนี้นะครับ
เชฟร้านรถเข็นกับนายทุนจอมเขี้ยว•ตอนที่ 2
รสชาติของเตาถ่าน
ผลงานโดย กาแฟโบราณแก้วโต
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กาแฟโบราณแก้วโต)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เชฟร้านรถเข็นกับนายทุนจอมเขี้ยว นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!