เชฟร้านรถเข็นกับนายทุนจอมเขี้ยว•ตอนที่ 3

แขกที่ไม่ได้รับเชิญ

ผลงานโดย กาแฟโบราณแก้วโต
ผ้าเช็ดโต๊ะสีสะอาดในมือของรินรดาหยุดชะงักลงกลางคัน ไอร้อนจากเตาถ่านที่กำลังคุโชนส่งเสียงปะทุเบาๆ คล้ายจังหวะหัวใจที่เต้นรัวผิดจังหวะ บรรยากาศรอบโต๊ะไม้ตัวเก่าในซอกตึกแคบๆ นี้ลดอุณหภูมิลดฮวบลงจนเย็นเยียบในพริบตาเดียว แรงกดดันจากร่างสูงใหญ่ที่ยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้าไม่ได้มาจากความดุดันภายนอก หากแต่มาจากนัยน์ตาคมกริบที่กวาดมองทุกรายละเอียด ตั้งแต่คราบเขม่าจางๆ บนกำแพงอิฐ ไปจนถึงเศษกระเทียมเจียวที่กระเด็นตกอยู่ข้างเตา “ผมคิดว่ารสชาติของน้ำซุปกระดูกหมูตุ๋นยาจีนเมื่อครู่ มันขาดความนุ่มลึกไปหน่อยนะครับ” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ น้ำเสียงเรียบเรื่อยแต่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ รินรดาสูดหายใจเข้าลึกๆ เพื่อดึงสติที่กระเจิดกระเจิงกลับมา เธอค่อยๆ วางผ้าเช็ดโต๊ะลง เงยหน้าขึ้นสบตาชายหนุ่มผู้สร้างความปั่นป่วนให้ชีวิตเธอตั้งแต่ก้าวแรกที่เหยียบเข้ามาในตรอกนี้ “ถ้าคุณศิลาหมายถึงน้ำซุปสูตรดั้งเดิมที่เคี่ยวมาสามชั่วโมงเต็มจนไขมันละลายหายไปจนหมดเกลี้ยง เพื่อให้ลูกค้ากลุ่มคนทำงานตอนดึกได้ซดน้ำร้อนๆ แบบไม่เลี่ยนคอ… ผมคิดว่ามันน่าจะกลมกล่อมพอแล้วนะครับสำหรับร้านรถเข็นข้างทางแบบนี้” รินรดาตอบกลับด้วยรอยยิ้มบางๆ ที่เคลือบไว้ด้วยความท้าทาย ปลายเสียงเชิดขึ้นเล็กน้อยอย่างคนที่ไม่ยอมจำนนต่อใครง่ายๆ ศิลาไม่ตอบในทันที เขายกมือขึ้นกอดอก สายตาคมกวาดมองไปรอบร้านอีกครั้งราวกับกำลังประเมินมูลค่ากิจการขนาดสามโต๊ะนี้ ชายหนุ่มโน้มตัวลงเล็กน้อย กลิ่นอายน้ำหอมราคาแพงผสมผสานกับกลิ่นบุหรี่จางๆ ลอยปะปนมากับกลิ่นควันถ่าน “คุณกำลังเอาใจลิ้นของคนกลุ่มใหญ่เกินไป จนลืมไปว่าวัตถุดิบระดับพรีเมียมอย่างซี่โครงหมูคุโรบูตะที่แอบซ่อนอยู่ในหม้อนั้น มันสมควรถูกยกระดับให้ส่งกลิ่นอายที่ลึกล้ำกว่าการทำแค่ซุปยาจีนธรรมดาๆ” ศิลาหรี่ตาลง “หรือว่าเชฟรินกำลังกลัวที่จะก้าวออกจากกรอบความปลอดภัยเดิมๆ กันแน่ครับ” คำพูดจี้ใจดำนั้นทำให้รินรดาต้องเม้มริมฝีปากแน่น เธอกำมือเข้าหากันแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาวโพลน ชายคนนี้ไม่ใช่แค่ลูกค้าทั่วไป เขามีความรู้เรื่องอาหารอย่างลึกซึ้ง และที่สำคัญ… เขารู้ทันเกมของเธอทุกอย่าง ตั้งแต่เรื่องที่เธอยอมลดทอนความซับซ้อนของรสชาติลงเพื่อให้เข้าถึงง่าย ไปจนถึงการหลบหนีความวุ่นวายจากตระกูลใหญ่ที่จ้องจะฮุบที่ดินแปลงนี้ ก่อนที่รินรดาจะได้สวนกลับด้วยประโยคที่เจ็บแสบกว่าเดิม เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงหัวเราะเยาะเย้ยก็ดังแว่วมาจากปากตรอกเสียก่อน “ฮ่าๆๆ นึกว่าหนีมาซ่อนตัวอยู่ที่ไหน ที่แท้ก็มาเล่นขายของอยู่หลังตึกเก่าๆ นี่เองรินรดา!” เสียงแหลมสูงอันเป็นเอกลักษณ์ที่รินรดาจำได้ขึ้นใจดังแทรกเข้ามาในบรรยากาศตึงเครียด ร่างอวบอ้วนของ ‘คุณนายนาตยา’ ป้าแท้ๆ ของเธอเดินน치นเข้าามาในร้าน พร้อมกับ ‘กวิน’ ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนที่แต่งตัวด้วยสูทแบรนด์เนมราคาแพงแต่กลับดูน่าเกลียดเมื่ออยู่ท่ามกลางคราบเขม่าควัน รินรดาหน้าเสียไปชั่วขณะ ความโกรธแค้นที่ถูกกดทับไว้ใต้ก้นบึ้งของหัวใจปะทุขึ้นมาอีกครั้ง ญาติกลุ่มนี้ตามรังควานเธอไม่เว้นแต่ละวัน ตั้งแต่เธอปฏิเสธการเซ็นสัญญาขายที่ดินมรดกของแม่ “ที่นี่ไม่มีที่ต้อนรับคนนอกเขตพื้นที่ทำกินครับ เชิญกลับไปซะ” รินรดาพูดเสียงแข็ง ใบหน้าหวานตึงเครียดขึ้นอย่างเห็นได้ชัด นาตยาเบะปาก มองสำรวจร้านรถเข็นด้วยสายตารังเกียจเดียดฉันท์ ก่อนจะใช้พัดกระดาษในมือไล่ควันสีเทาที่ลอยมาทางตนเอง “อุ๊ยตาย! หลานรัก พูดจาแบบนี้กับผู้ใหญ่ได้ยังไงกันจ๊ะ หน้าตาเหม็นสาบเหงื่อไคลแบบนี้คิดว่าจะหนีพ้นความจริงไปได้เหรอ ที่ดินผืนนี้มีคำสั่งศาลออกมาแล้วนะว่าต้องแบ่งสรรปันส่วน ไม่ใช่ที่ๆ เธอจะมาตั้งเตาปิ้งย่างขายของกระจอกๆ แบบนี้แก้ขัดได้!” กวินยิ้มเยาะ เดินเข้ามาใกล้รถเข็นพรรคพวกของรินรดา มือหนาเอื้อมไปหยิบตะหลิวสแตนเลสขึ้นมาเคาะเล่นกับขอบกระทะเสียงดังเคร้งคราง “แม่ครับ อย่าไปคุยกับคนหัวดื้อแบบนี้เลย เสียเวลาเปล่าๆ ว่าแต่… กลิ่นหอมนี่มันอะไรกันเนี่ย ทำอาหารเป็นด้วยเหรอ นึกว่าเก่งแต่ก้มหน้าก้มตาเขียนกระดาษขายที่ซะอีก” บรรยากาศในร้านคุกรุ่นยิ่งกว่าเตาถ่าน รินรดากัดฟันกรอด ดวงตากลมโตฉายแวววาวด้วยความคับแค้นใจ เธอกำลังจะก้าวเท้าเข้าไปปัดมือระκานนั้นออก แต่ทว่า— มีมือใหญ่ข้างหนึ่งเอื้อมออกมาก่อน ศิลาที่ยืนเงียบสังเกตการณ์มานาน ค่อยๆ ขยับตัวเข้ามาแทรกกลางระหว่างรินรดากับกวินอย่างนิ่มนวล แต่ทรงพลัง ร่างสูงใหญ่บังรินรดาไว้มิดชิด เขายกมือขึ้นปัดมือของกวินออกจากตะหลิวด้วยความรังเกียจ ราวกับกำลังปัดเป่าแมลงน่ารำคาญตัวหนึ่ง “การมารบกวนเวลาทำมาหากินของคนอื่นอย่างไร้มารยาทแบบนี้ ในทางกฎหมายถือว่าเป็นการบุกรุกและสร้างความเสียหายต่อทรัพย์สินนะครับ” ศิลาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง เย็นชาจนกวินต้องชะงักและเผลอถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว นาตยาขมวดคิ้วแน่น มองชายแปลกหน้าแต่งตัวดีแต่ท่าทางน่ากลัวคนนี้ด้วยความไม่พอใจ “คุณเป็นใครวะ? เรื่องนี้มันเรื่องในครอบครัวเรา อย่ามาทำเป็นอวดรู้แถวนี้!” ศิลาเหลือบสายตาคมกริบมองคุณนายนาตยาและกวินราวกับมองมดปลวก มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา กลับทำให้ผู้พบเห็นรู้สึกเสียวสันหลังวาบอย่างประหลาด “ผมเหรอครับ…” ศิลาเว้นจังหวะเล็กน้อย ปลดกระดุมเสื้อสูทด้านบนออกช้าๆ ก่อนจะก้าวเข้าไปประชิดตัวกวินที่ตัวเล็กกว่า “ผมเป็นแค่ลูกค้าธรรมดาคนหนึ่ง… ที่บังเอิญจ่ายค่าอาหารมื้อนี้ไปแล้วในราคาที่คุณไม่มีปัญญาแม้แต่จะซื้อเศษกระดูกหมูในหม้อนี้ด้วยซ้ำ” พูดจบ ศิลาก็หันกลับมามองรินรดาที่ยืนอึ้งอยู่ด้านหลัง สายตาที่เขามองเธอนั้นเปลี่ยนจากความเย็นชาเมื่อครู่เป็นความอบอุ่นลึกล้ำราวกับผืนน้ำนิ่งสนิทที่ซ่อนกระแสน้ำวนอันเชี่ยวกรากไว้ภายใน “เชฟรินครับ…” ศิลาเอ่ยเสียงทุ้มกังวาน ท่ามกลางความเงียบงันของญาติจอมหิวเงินทั้งสองคนที่เริ่มหน้าถอดสี “ไหนๆ ก็มีแขกที่ไม่ได้รับเชิญมาเยือนถึงที่แล้ว… ทำไมเราไม่ลองเปิดเมนูพิเศษที่ซ่อนไว้สำหรับลูกค้าวีไอพี เพื่อต้อนรับพวกเขาสักหน่อยล่ะครับ?” รินรดาเบิกตากว้างเล็กน้อย สมองอันชาญฉลาดของเธอหมุนติ้วอย่างรวดเร็ว เธอสบตากับชายหนุ่มผู้เป็นทั้งลูกค้าและตัวปั่นป่วนชีวิต แล้วมุมปากอิ่มก็ยกยิ้มขึ้นเป็นรอยยิ้มที่ร้ายกาจที่สุดเท่าที่เธอเคยแสดงออกมาในรอบปี “ได้สิครับคุณศิลา…” รินรดาหันไปหยิบมีดอีโต้เล่มคมขึ้นมาถือไว้ในมือ น้ำเสียงหวานใสแต่เย็นยะเยือกก้องกังวานไปทั่วตรอกแคบ “ในเมื่อแขกเขาุตส่าห์ลงทุนมาถึงที่… ผมก็มี ‘เมนูต้อนรับชุดพิเศษ’ ที่รับรองว่ากินแล้วจะไม่มีวันลืมไปตลอดชีวิต เตรียมไว้รอต้อนรับอยู่พอดีเลยครับ” ทว่า ในวินาทีที่รินรดากำลังจะเอื้อมมือไปหยิบโหลเครื่องเทศลับใต้เคาน์เตอร์ เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อสูทของศิลาก็แผדเสียงดังขึ้นขัดจังหวะ ชายหนุ่มหยิบขึ้นมาเหลือบมองหน้าจอเพียงแวบเดียว สีหน้าเรียบเฉยเมื่อครู่ก็เปลี่ยนเป็นความเคร่งขรึมจริงจังขึ้นมาทันที ศิลากดรับสาย ฟังเสียงปลายทางเพียงไม่กี่วินาที ก่อนจะเอ่ยคำพูดสั้นๆ ที่ทำเอาหัวใจของรินรดากระตุกวูบ “จัดการเก็บกวาดตระกูลใหญ่ฝั่งนั้นให้หมดภายในคืนนี้… ส่วนทางนี้ เดี๋ยวผมจัดการเอง” *(โปรดติดตามตอนต่อไป)* --- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงบทนี้ด้วยกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ!
สารจากนักเขียน (กาแฟโบราณแก้วโต)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เชฟร้านรถเข็นกับนายทุนจอมเขี้ยว นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%