เชฟร้านรถเข็นกับนายทุนจอมเขี้ยว•ตอนที่ 18

รอยยิ้มท่ามกลางไร่ชา

ผลงานโดย กาแฟโบราณแก้วโต
"ถ้าคุณยังยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น ไร่ชาแปลงนี้คงเปลี่ยนเป็นป่าคาบสมุทรไปเสียก่อนที่ใบชาเข็มทองล็อตแรกจะถูกคั่วจนส่งกลิ่นหอมนะครับ, คุณศิลา" น้ำเสียงของรินรดาเจือแววเย้าแหย่เล็กน้อย ขณะที่ปลายนิ้วเรียวสวยกำลังบรรจงเด็ดใบชาอู่หลงก้านอ่อนอย่างทะนุถนอม ท่ามกลางหมอกบางเบาที่เคลือบคลุมดอยสูงในยามบ่ายแก่ๆ แสงแดดสีทองสาดส่องผ่านยอดสน ทาบทับลงบนเรือนร่างของชายหนุ่มผู้ไม่คุ้นชินกับการใช้แรงงานกลางแจ้งเสียเท่าไรนัก ศิลาถอนหายใจยาว พลางใช้หลังมือปาดเหงื่อที่ซึมตามไรผม เสื้อเชิ้ตลินินสีขาวพับแขนขึ้นจนถึงข้อศอก บัดนี้เปรอะเปื้อนไปด้วยละอองดินและกลิ่นหอมกรุ่นของใบชาสด แม้เขาจะเป็นนักธุรกิจมือฉกาจผู้พลิกฟื้นตลาดหุ้นมานักต่อนัก แต่การต้องมาประลองฝีมือเก็บใบชาแข่งกับเชฟสาวมือหนึ่ง กลับเป็นโจทย์ยากที่เขาไม่เคยพบเจอในตำราเล่มไหน "ผมกำลังคิดอยู่ครับว่า ระหว่างการเจรจาธุรกิจมูลค่าพันล้านกับการแข่งเก็บยอดชาให้ทันคุณ อะไรคือสิ่งที่สูบพลังชีวิตผมไปมากกว่ากัน" ศิลาตอบด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ แววตาคมกริบที่มักจะซ่อนความดุดันไว้ภายใต้กรอบแว่นสายตา บัดนี้กลับพราวระยับด้วยประกายความอ่อนโยนยามที่มองใบหน้าเนียนใสของหญิงสาว รินรดาหัวเราะเบาๆ เสียงหัวเราะของเธอกังวานใสราวกับกระดิ่งเงินท่ามกลางหุบเขา เธอวางตะกร้าหวายสานลงบนพื้นหญ้า ก่อนจะเดินเข้าไปใกล้ชายหนุ่ม ระยะห่างระหว่างพวกเขาลดลงจนได้กลิ่นหอมสะอาดเฉพาะตัวของศิลา ผสมผสานกับกลิ่นไอดินและใบชาสดใหม่ "คุณยอมรับเถอะครับว่าคุณสู้ผมไม่ได้ เรื่องการคำนวณกำไร-ขาดทุนผมอาจจะยอมให้คุณเป็นที่หนึ่ง แต่เรื่องการแปรรูปวัตถุดิบ... ในอาณาจักรของผม คุณต้องเป็นลูกศิษย์" รินรดาเงยหน้าขึ้นสบตา พร้อมรอยยิ้มมุมปากที่เปี่ยมด้วยความมั่นใจ ศิลาไม่ถอยหนี เขากลับก้าวเข้าไปอีกกึ่งVง กักร่างเพรียวบางไว้ระหว่างลำตัวของเขากับราวไม้ไผ่ของแปลงชา สายตาที่มองเธอบ่งบอกถึงความรู้สึกที่อัดแน่นอยู่ข้างใน—ความรู้สึกที่เติบโตขึ้นเรื่อยๆ นับตั้งแต่วันแรกที่เขาเดินเข้าร้านรถเข็นริมทาง เพื่อตามหาอาหารรสเลิศ จนกระทั่งวันนี้ ที่เขาคอยตาม "เปย์" และสนับสนุนทุกย่างก้าวของเธออย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย "ถ้าผมเป็นลูกศิษย์... มีกฎข้อไหนในสำนักที่อนุญาตให้ศิษย์ขอรางวัลพิเศษจากอาจารย์ได้บ้างไหมครับ" เสียงของเขากระซิบแผ่วเบา ชิดริมใบหูของเธอ จนรินร้ารู้สึกวูบวาบไปทั้งEผ่นหลัง ความอบอุ่นจากร่างกายของชายหนุ่มแผ่ซ่านเข้ามาท่ามกลางอากาศเย็นเยือกบนยอดดอย บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกหยุดเวลาไว้ เสียงลมพัดผ่านยอดใบชาส่งเสียงซู่ซ่าคล้ายบทเพลงบรรเลง หัวใจของรินรดากลับเต้นระรัวไม่เป็นจังหวะ ไม่ใช่เพราะความเหนื่อยล้าจากการเก็บชา แต่เป็นเพราะแววตาจริงจังและจริงใจที่ศิลากำลังส่งมอบให้ เธอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก พยายามรักษามาดของเชฟผู้เจนจัด แต่ใบหน้าที่เริ่มขึ้นสีแดงระเรื่อกลับทรยศความรู้สึกทั้งหมด "คุณ... คุณนี่มันเจ้าเล่ห์ไม่เปลี่ยนเลยนะครับ" รินรดาเบือนหน้าหนีเล็กน้อยเพื่อซ่อนความเขินอาย แต่ปลายนิ้วอุ่นจัดของศิลากลับเอื้อมมาแตะที่คางของเธออย่างแผ่วเบา บังคับให้เธอกลับมาสบตากับเขาตรงๆ "ผมไม่ได้เจ้าเล่ห์ครับ... ผมแค่ซื่อตรงต่อความรู้สึกของตัวเอง" ศิลาพูดด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่หนักแน่น "ตลอดเวลาที่ผ่านมา ผมยืนอยู่ข้างคุณ คอยจัดการปัญหาพวกญาติจอมปลอมที่หวังจะฮุบที่ดินของคุณ คอยดูคุณรังสรรค์เมนูอร่อยๆ ให้คนอื่นได้มีความสุข แต่มีสิ่งหนึ่งที่ผมยังไม่ได้ทำ..." รินรดาชะงัก ลมหายใจสะดุด "เรื่องอะไรครับ?" ศิลาไม่ตอบด้วยคำพูด แต่เขาโน้มใบหน้าลงมาใกล้เรื่อยๆ จนกระทั่งริมฝีปากอุ่นร้อนแตะลงบนหน้าผากเนียนอย่างทะนุถนอม สัมผัสที่อ่อนโยนและเต็มไปด้วยความเคารพนั้น ทำให้กำแพงในใจของรินรดาพังทลายลงในพริบตา ไม่มีคำพูดหวานเลี่ยนเกินจริง มีเพียงความอบอุ่นที่ส่งผ่านจากหัวใจของชายหนุ่มคนนี้... ผู้ชายที่เคยเป็นแค่นายทุนจอมเขี้ยวในสายตาเธอ แต่วันนี้กลับกลายเป็นพื้นที่ปลอดภัยที่สุดในชีวิต "ผมยังไม่ได้ขอคุณอย่างเป็นทางการ... ว่าเราจะขยับสถานะ จากผู้ช่วยจำเป็นและลูกค้าประจำ มาเป็นคู่ชีวิตที่จะจับมือกันทำร้านอาหารในฝัน... ไปตลอดชีวิตได้หรือยังครับ" คำสารภาพที่เรียบง่ายแต่ทรงพลังราวกับสายฟ้าฟาดกลางไร่ชา รินรดานิ่งค้างไปชั่วขณะ ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความคาดไม่ถึง แม้เธอจะรู้ว่าความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขามันเกินเลยคำว่าเพื่อนร่วมงานไปนานแล้ว แต่การได้ยินคำพูดนี้ชัดเจนท่ามกลางธรรมชาติอันบริสุทธิ์ กลับทำให้หัวใจของเธอพองโตจนแทบระเบิด เธอยังไม่ทันได้อ้าปากเอื้อnคำตอบใดๆ ออกไป เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงตะโกนโหวตเหวกก็ดังแทรกขึ้นมาจากทางตีนเขา ทำลายบรรยากาศโรแมนติกสลายหายไปในพริบตา "คุณรินรดา! คุณรินรดาอยู่แถวนี้ไหมครับ! แย่แล้วครับ... มีคนกลุ่มใหญ่บุกเข้ามาที่บ้านพักเชิงเขา อ้างว่าเป็นพินัยกรรมฉบับใหม่จากคุณอาของคุณ พวกมันกำลังรื้อค้นข้าวของและประกาศยึดกรรมสิทธิ์ที่ดินแปลงนี้แล้วครับ!" ศิลาขมวดคิ้วมุ่นทันที รังสีอำมหิตแผ่ออกมาจากร่างของนักธุรกิจหนุ่มผู้เยือกเย็นในเสี้ยววินาที เขาหันไปมองทางต้นเสียงด้วยแววตาวาวโรจน์ ก่อนจะก้มลงมองรินรดาที่ตอนนี้แววตาอ่อนโยนเมื่อครู่ได้แปรเปลี่ยนเป็นประกายความเด็ดเดี่ยวและเย็นชาแบบที่เขาชอบ รินรดาสูดหายใจเข้าลึกๆ ปรับสีหน้าให้กลับมานิ่งสนิท เธอปัดเศษใบชาออกจากเสื้อผ้าอย่างใจเย็น ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับศิลาที่มีรอยยิ้มมุมปากผุดขึ้นมาแทนที่ความหงุดหงิด "ดูท่าทาง... ญาติผู้ดีตีนไก่ของผม จะยังไม่เข็ดกับบทเรียนคราวก่อนสินะครับ" รินรดาเหยียดยิ้มเย็น "สงสัยวันนี้เราคงต้องพักเรื่องความรักไว้ก่อน แล้วไปต้อนรับแขกไม่ได้รับเชิญด้วย 'เมนูพิเศษ' ที่ผมเพิ่งคิดค้นขึ้นมาสดๆ ร้อนๆ เสียแล้วล่ะครับ" ศิลาหัวเราะในลำคออย่างชอบใจ เขายื่นมือหนาออกมาตรงหน้าเธอ "ถ้าอย่างนั้น... ในฐานะคู่ชีวิต (ที่กำลังรอคำตอบ) ผมขออนุญาตเป็นลูกมือจัดการพวกเศษสวะพวกนี้ให้ราบคาบด้วยคนนะครับ, เชฟริน" รินรดาวางมือลงบนฝ่ามืออุ่นของเขาอย่างมั่นคง แววตาทั้งคู่ประสานกันด้วยความเข้าใจและพลังที่พร้อมจะฟาดฟันอุปสรรคทุกอย่างที่ขวางหน้า ทว่า... ทันทีที่ทั้งคู่เดินพ้นแนวพุ่มชาลงไปถึงลานพักแรมเบื้องล่าง ร่างของชายแปลกหน้าคนหนึ่งในชุดสูทสีเข้มราคาแพงก็ก้าวออกมาจากเงาไม้ พร้อมกับเอกสารฉบับหนึ่งในมือ และรอยยิ้มเยือกเย็นที่ทำให้ศิลาต้องชะงักกึกทันที "สวัสดีครับคุณศิลา... ไม่เจอกันนานนะรุ่นพี่ และสวัสดีครับคุณเชฟรินรดา ผมเป็นทนายความส่วนตัวของคุณชายผู้ถือโฉนดที่ดินตัวจริง... และดูเหมือนว่าพวกคุณ 'สายเกินไป' ที่จะปกป้องที่นี่แล้วล่ะครับ" ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทาง สั่งสมรสชาติความสุข และลิ้มลองความสะใจไปด้วยกันนะครับ – กาแฟโบราณแก้วโต
สารจากนักเขียน (กาแฟโบราณแก้วโต)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เชฟร้านรถเข็นกับนายทุนจอมเขี้ยว นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%