เสียงกระจกแตกกระจายดังเพล้งท่ามกลางความมืดของค่ำคืน เป็นสัญญาณอันโหดร้ายที่กระชากให้รินรดาตื่นจากห้วงนิทราอย่างฉับพลัน หัวใจของเธอหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม สัญชาตญาณการเอาตัวรอดเตือนภัยลั่นระฆังสีแดงฉานในหัว รินรดากวาดสายตามองไปรอบห้องนอนแคบๆ บนชั้นสอง ก่อนจะคว้าเสื้อคลุมผ้าฝ้ายสีซีดมาสวมทับอย่างลวกๆ แล้วก้าวฉับๆ ลงบันไดไม้เก่าแก่ที่ส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดประท้วงน้ำหนัก
กลิ่นอายความชื้นยามดึกผสมผสานกับกลิ่นไอน้ำมันเครื่องและคราบเขม่าจากเตาถ่านที่คุ้นเคย บัดนี้กลับถูกแทนที่ด้วยกลิ่นฉุนกึกของน้ำยาล้างห้องพักและเศษซากความพินาศ
เบื้องล่าง... ณ บริเวณหน้าร้านรถเข็นคู่ชีพที่เธอทุ่มเทแรงกายแรงใจปลุกปั้นมานานนับปี บัดนี้มันไม่เหลือเค้าโครงเดิมอีกต่อไป โครงสแตนเลสขัดเงาถูกงัดจนบิดเบี้ยว กระจกตู้โชว์วัตถุดิบแตกละเอียดกระจายเกลื่อนพื้นราวกับเศษขนมปัง เศษผักสด เนื้อหมูหมักสูตรพิเศษ และน้ำซุปเคี่ยวเค็มๆ หวานๆ ที่ตั้งใจจะใช้ขายในวันรุ่งขึ้น ถูกราดรดด้วยน้ำมันเครื่องสีดำสนิทจนเละเทะไม่เหลือชิ้นดี
"ฝีมือใครกัน..." เสียงพึมพำลอดไรฟันของรินรดาสั่นเทาด้วยความโกรธเกรี้ยวที่ตีตื้นขึ้นมาจุกอก มือเรียวกำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ เลือดลมสูบฉีดจนใบหน้าร้อนผ่าว แต่ในขณะเดียวกัน ความเย็นยะเยือกก็แล่นริ้วไปตามกระดูกสันหลัง
นี่ไม่ใช่การส무ลมองหาทรัพย์สินธรรมดา แต่นี่คือ "การส่งสาส์น" จากพวกเหลือบไรในตระกูลที่จ้องจะฮุบที่ดินทำกินของเธออย่างไม่ลดละ หลังจากที่พวกมันส่งทนายหน้าเลือดมาข่มขู่ถึงหน้าร้านแล้วไม่เป็นผล ขั้นตอนนี้จึงต่ำทรามยิ่งกว่าเดิม การทำลายเครื่องมือทำมาหากิน ก็เหมือนกับการตัดแขนตัดขา บีบให้เธอต้องยอมจำนนกราบกรานขอความช่วยเหลือจากพวกมัน
ย้อนกลับไปเมื่อช่วงหัวค่ำ ศิลาเพิ่งจะขับรถยนต์คันหรูมาส่งเธอที่หน้าตรอก พร้อมกับรอยยิ้มอบอุ่นและถุงขนมโบราณร้านโปรด ชายหนุ่มผู้เงียบขรึมแต่สายตาเต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยวคนนั้นเอ่ยปากเตือนด้วยน้ำเซ้าซี้เจือความห่วงใยว่า *“ช่วงนี้พวกญาติฝั่งคุณเริ่มเคลื่อนไหวแปลกๆ หากมีอะไรผิดปกติ โทรหาผมได้ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นเวลาไหนก็ตามนะครับ”*
ในตอนนั้น เธอเพียงแค่ยิ้มรับและคิดว่าตนเองเอาตัวรอดได้ เพราะผ่านสมรภูมิการเมืองในครัวร้านอาหารใหญ่มาโชกโชน แต่ทว่า... เธอกลับประเมินความไร้ยางอายของเครือญาติสายเลือดเดียวกันต่ำเกินไป พวกมันไม่ได้ต้องการแค่ที่ดิน แต่พวกมันต้องการทำลายศักดิ์ศรีและความภาคภูมิใจของเธอให้ย่อยยับคามือ
รินรดาก้าวเท้าเดินย่ำลงบนเศษกระจกที่ส่งเสียงกรอบแกรบ ดวงตากลมโตจ้องมองความเสียหายตรงหน้าด้วยความเจ็บปวด หยดน้ำใสๆ เอ่อคลอเบ้าแต่ถูกกลั้นไว้ด้วยความทิฐิ เธอจะไม่ยอมร้องไห้ให้พวกมันเห็นเด็ดขาด รถเข็นคันนี้ไม่ใช่แค่พาหนะทำมาหากิน แต่มันคือหยาดเหงื่อ ความฝัน และอิสรภาพที่เธอแลกมาด้วยลมหายใจของตนเอง
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักแน่นและคุ้นเคยก็ดังแทรกความเงียบงันเข้ามาจากปากตรอก รถยนต์ซีดานยุโรปสีดำสนิทจอดเทียบท่าอย่างกะทันหัน ประตูรถถูกผลเปิดออกอย่างรวดเร็ว ร่างสูงสง่าในชุดสูทเนื้อดีที่ไม่ได้ผูกเนกไท รัศมีเยือกเย็นแต่แฝงไว้ด้วยความดุดันของศิลาก้าวฉับๆ เข้ามายังที่เกิดเหตุ
ดวงตาคมกริบกวาดมองสภาพร้านรถเข็นที่พังยับเยินเพียงชั่วพริบตา บรรยากาศรอบตัวของชายหนุ่มลดฮวบลงจนอุณหภูมิในตรอกแทบจะติดลบ รังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาจากตัวนักธุรกิจหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลทำให้นกรอบๆ ตรอกถึงกับเงียบเสียงลงทันที
ศิลาไม่ได้เอ่ยคำปลอบโยนน้ำเน่าใดๆ ออกมา เขาเพียงแต่เดินตรงเข้ามาหารินรดา ย่อตัวลงสำรวจเศษซากความเสียหายเล็กน้อย ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับเธอด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก แต่เธอกล้าพูดได้เลยว่า... คนที่อยู่เบื้องหลังความพินาศครั้งนี้ คงต้องเตรียมตัวพบกับจุดจบที่สาสมในเร็วๆ นี้แน่นอน
"เข้าไปรอข้างในก่อนเดี๋ยวนี้ครับ" ศิลาเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำแต่นิ่งสนิท ทว่าเด็ดขาดจนปฏิเสธไม่ได้ มือหนาเอื้อมมาจับมือเรียวที่กำหมัดสั่นเทาของเธอไว้เบาๆ ผิวสัมผัสที่อุ่นจัดส่งผ่านความมั่นคงเข้ามาในจิตใจที่กำลังเคว้งคว้าง
รินรดาสูดหายใจเข้าลึก ริมฝีปากเม้มเข้าหากันแน่น แม้ความโกรธจะแผดเผา แต่เธอกลับพยักหน้ารับช้าๆ เพราะรู้ดีว่าในเกมนี้... เธอยังมี "ไพ่ตาย" ที่พร้อมจะพลิกกระดานกลับมาเอาคืนอย่างสาสมเช่นกัน
ในขณะที่ศิลากำลังหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดต่อสายหาใครบางคนด้วยใบหน้าไร้ความรู้สึก แสงไฟจากหน้าจอโทรศัพท์มือถืออีกเครื่องที่ตกอยู่ใต้กองเศษผักสดและน้ำมันเครื่อง ก็สว่างวาบขึ้นมาอย่างกะทันหัน พร้อมกับเสียงข้อความเข้าสั่นครืดคราดที่ดึงดูดสายตาทั้งคู่ให้ก้มลงมอง
รินรดาก้มลงเขี่ยเศษผักออกด้วยปลายนิ้ว แล้วหยิบโทรศัพท์เครื่องนั้นขึ้นมา หน้าจอแสดงเบอร์โทรเข้าที่ไม่ปรากฏชื่อ แต่มีข้อความสั้นๆ ส่งตรงมาจากคนในตระกูลที่เธอรู้จักเป็นอย่างดี...
*“ของขวัญชิ้นแรกต้อนรับเช้าวันใหม่ หวังว่าแกคงจะชอบนะนังตัวดี ถ้าไม่อยากให้ร้านพังมากกว่านี้ พรุ่งนี้เช้า... โอนโฉนดที่ดินมาซะ!”*
ทว่า ในวินาทีที่รินรดากำลังจะกดบล็อกเบอร์นั้นเอง หน้าจอกลับเปลี่ยนสถานะเป็นการวิดีโอคอลล์เข้าอย่างอัตโนมัติ ภาพบนหน้าจอปรากฏใบหน้าเย้ยหยันของญาติผู้พี่ชายตัวแสบ ที่กำลังหัวร่อต่อกระซิกอยู่กับกลุ่มอันธพาลในห้องคาราโอเกะหรู พร้อมกับเสียงหัวเราะเยาะเย้ยที่ดังลอดออกมาจากลำโพงโทรศัพท์ท่ามกลางความมืดมิดของยามวิกาล—
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทาง สั่งสมรสชาติความสุข และลิ้มลองความสะใจไปด้วยกันนะครับ – กาแฟโบราณแก้วโต
เชฟร้านรถเข็นกับนายทุนจอมเขี้ยว•ตอนที่ 19
ข่าวร้ายกลางดึก
ผลงานโดย กาแฟโบราณแก้วโต
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กาแฟโบราณแก้วโต)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เชฟร้านรถเข็นกับนายทุนจอมเขี้ยว นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!