เซฟโซนของคนปากร้ายกับนายสถาปนิกจอมรวน•ตอนที่ 2

รอยร้าวในแบบแปลน

ผลงานโดย หมอกไม้ไผ่
เส้นร่างสีฟ้าบนกระดาษไขแผ่นนั้นยับยู่ยี่ด้วยแรงกดของปลายนิ้ว “ถ้าคุณคิดจะรื้อผนังรับน้ำหนักตรงนี้ทิ้ง เพียงเพราะอยากได้ ‘ความโปร่งโล่ง’ ตามเทรนด์อินทีเรียร์ดาดๆ สถาปัตยกรรมชิ้นนี้ก็คงไม่ต่างอะไรจากบ้านกระดาษที่รอวันพังครับ—อ้อ ขอโทษทีนะคะ พอดีฉันลืมไปว่าคุณถนัดงานฉาบฉวยมากกว่างานโครงสร้าง” เสียงทุ้มต่ำที่เจือความเย้ยหยันนิดๆ ดังขึ้นทันทีที่ธันวาตวัดปากกาเมจิกวงกลมสีแดงทับเส้นพาร์ทิชันที่เขาเพิ่งแก้มาหมาดๆ ธันวาเงยหน้าขึ้นจากโต๊ะทำงานตัวใหญ่ แรงอารมณ์พุ่งปรี๊ดจนดวงตากลมโตเป็นประกายวาววับ เขาไม่ได้สะทกสะท้านกับคำเหน็บแนมนั้นเลยแม้แต่น้อย กลับแค่นجหัวเราะในลำคอเบาๆ อย่างนึกขันในความยึดติดของอีกฝ่าย “บ้านกระดาษเหรอคะคุณเพลิง? ฟังดูมีความรู้ดีนี่คะ แต่ติดอยู่นิดเดียวตรงที่สมองคุณมันแข็งกระด้างเสียยิ่งกว่าคอนกรีตเสริมเหล็กเสียอีก” ธันวาโต้กลับทันควัน น้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคมทุกพยางค์ “ฉันไม่ได้จะรื้อโครงสร้างหลัก ฉันแค่จะเพิ่มวอยด์กระจกรับแสงเพื่อดึงธรรมชาติเข้ามาข้างใน... อ้อ หรือว่าคุณกลัว? กลัวว่าแสงธรรมชาติมันจะส่องไปเห็นรอยร้าวในวิธีคิดโบราณๆ ของคุณเข้าล่ะสิคะ” ห้องประชุมโปร่งโล่งบนชั้นสิบห้าของบริษัทสถาปนิกชื่อดังเวลานี้อวลไปด้วยบรรยากาศคุกกรุ่นจนแทบจะจุดไฟติด แอร์เย็นฉ่ำไม่ได้ช่วยลดทอนความร้อนระอุจากสายตาที่สองหนุ่มต่างขั้วกำลังใช้ฟาดฟันกันเลยแม้แต่น้อย เพลิงยืนกอดอกพิงขอบโต๊ะ ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีเข้มไร้ที่ติทำให้เขาดูคุกคามราวกับเสือดาวที่พร้อมตะครุบเหยื่อ ทว่าเหยื่ออย่างธันวากลับเชิดหน้าขึ้นท้าทาย ไหล่บางเหยียดตรงอย่างไม่ยอมก้มหัวให้ใคร นี่คือการประชุมโปรเจกต์ ‘The Haven’ โครงการบ้านพักตากอากาศสุดหรูมูลค่าหลายร้อยล้านที่ถูกจับตามองที่สุดในฤดูกาลนี้ และมันก็เป็นสนามรบขนาดย่อมระหว่าง ‘เพลิง’ สถาปนิกผู้ยึดมั่นในความปลอดภัย สมบูรณ์แบบ และกฎระเบียบข้อบังคับอย่างเคร่งครัด กับ ‘ธันวา’ อินทีเรียร์ดีไซเนอร์หัวก้าวหน้า ผู้เชื่อว่าพื้นที่ใช้สอยต้องมีชีวิตและจิตวิญญาณ ไม่ใช่แค่กล่องสี่เหลี่ยมที่สร้างตามตำรา “ความโบราณที่คุณว่า มันคือความปลอดภัยของลูกค้าค่ะ ธันวา” เพลิงก้าวเท้าเข้ามาประชิดโต๊ะทำงานตัวยาว โน้มตัวลงต่ำจนระยะห่างระหว่างเขากับธันวาลดลงเหลือเพียงไม่กี่คืบ กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมกับกลิ่นกาแฟคั่วเข้มลอยแตะจมูก “ตึกจะสวยแค่ไหน แต่ถ้าวันหนึ่งแผ่นดินไหวหรือโครงสร้างทรุด คนที่ซวยไม่ใช่คุณที่เป็นคนลากเส้นเล่นสนุกบนกระดาษหรอกนะ” ธันวาขยับถอยหลังเล็กน้อยโดยไม่รู้ตัว ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เพราะรัศมีอารมณ์ที่แผ่ออกมาจากตัวเพลิงมันรุนแรงเกินกว่าจะรับไหว ร่างสูงใหญ่ในระยะประชิดนี้ทำให้เขารู้สึกเหมือนถูกต้อนจนมุม ทว่าปากเจ้ากรรมกลับไวเสียยิ่งกว่าความคิด “ถ้ามัวแต่กลัวโน่นกลัวนี่จนไม่กล้าทำอะไรใหม่ๆ ป่านนี้มนุษย์เราคงยังอาศัยอยู่ในถ้ำกันแล้วล่ะค่ะคุณหัวหน้าโครงการ” ธันวาเชิดคางขึ้นสู้ ปลายจมูกรั้นแทบจะชนกับสันจมูกโด่งเป็นสันของอีกฝ่าย “แล้วก็เลิกทำหน้าดุใส่ฉันสักทีเถอะค่ะ หน้าตาคุณตอนนี้มันเหมือนคนท้องผูกมาสามวันมากกว่าจะเป็นสถาปนิกรางวัล national award เสียอีก” เพลิงชะงักไปนิด ดวงตาคมกริบกวาดมองริมฝีปากที่กำลังขยับเถียงฉอดๆ ไม่หยุด ก่อนจะเลื่อนขึ้นสบตากับดวงตาส่อแววดื้อรั้นคู่นั้น แทนที่จะโกรธจัดอย่างที่ควรจะเป็น มุมปากหยักลึกกลับกระตุกขึ้นเป็นรอยยิ้มหยันที่ร้ายกาจที่สุด “ปากเก่งจังนะ… เวลาพูดเรื่องงานดูมั่นใจเสียเหลือเกิน” เพลิงกระซิบเสียงต่ำ ทุ้มนุ่มจนเกือบจะกลายเป็นเสียงกระซิบข้างใบหู “แต่ไม่รู้ว่าไอ้ความมั่นใจเนี่ย มันจะเหลือสักกี่เปอร์เซ็นต์ ถ้าเราต้องไป ‘ติดเกาะ’ ตรวจหน้างานด้วยกันสองต่อสองในสัปดาห์หน้า” ธันวากลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดเคือง หัวใจที่เคยเต้นเป็นจังหวะปกติกลับสะดุดกึกเมื่อปลายนิ้วอุ่นจัดของอีกฝ่ายเอื้อมมาปัดปอยผมที่ตกลงมาบดบังหน้าผากของเขาออกให้อย่างถือวิสาสะสัมผัสแผ่วเบานั้นตัดขาดทฤษฎีและข้อถกเถียงเรื่องสถาปัตยกรรมทั้งหมดให้พังทลายลงในพริบตา “คุณหมายความว่ายังไง…” ธันวาขมวดคิ้ว เสียงที่เคยแข็งกร้าวเริ่มสั่นพร่าอย่างควบคุมไม่ได้เมื่อเพลิงจงใจโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนลมหายใจร้อนผ่าวรดรินอยู่บนแก้ม เพลิงไม่ตอบ เขายังคงจ้องมองริมฝีปากที่กำลังอ้าพะงาบๆ ของคนตรงหน้าด้วยสายตาที่ลึกล้ำเกินกว่าจะคาดเดา เป็นแววตาที่ซ่อนความคลั่งรักเอาไว้ภายใต้หน้ากากความเย็นชาได้อย่างแนบเนียนจนน่ากลัว ก่อนที่ธันวาจะได้อ้าปากต่อว่าอะไร ประตูห้องประชุมบานใหญ่ก็ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้การเคาะ พร้อมกับร่างของเลขานุการสาวที่วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นตระหนก “คุณเพลิงคะ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วค่ะ ทางไซต์งานที่ระยอง… เสาเข็มโซน A ทรุดตัวลงมาเพราะดินสไลด์จากฝนตกหนักเมื่อคืนนี้ค่ะ!” เพลิงผละตัวออกจากโต๊ะทันที ใบหน้าที่เคยเยือกเย็นแปรเปลี่ยนเป็นความเคร่งเครียดในเสี้ยววินาที เขาหันขวบมองหน้าธันวาสลับกับเอกสารแบบแปลนบนโต๊ะ ก่อนจะคว้าเสื้อสูทมาพาดบ่าแล้วก้าวเดินจ้วงยาวไปที่ประตู แต่ก่อนจะพ้นขอบประตู เขาหยุดชะงักแล้วหันกลับมามองธันวาที่ยืนนิ่งอึ้งอยู่กับที่ “เตรียมตัวเก็บกระเป๋าซะ… เราต้องไปดูหน้างานจริงด้วยกันเดี๋ยวนี้แหละ คุณอินเทอร์เนี่ยร์คนเก่ง” ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่แวะเวียนมาติดตามความระอุและเคมีที่เริ่มเดือดพล่านในบทนี้นะคะ
สารจากนักเขียน (หมอกไม้ไผ่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของคนปากร้ายกับนายสถาปนิกจอมรวน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%
รอยร้าวในแบบแปลน — เซฟโซนของคนปากร้ายกับนายสถาปนิกจอมรวน | yayni