แสงไฟนีออนสีแดงจากหน้าจอแท็บเล็ตสาดสะท้อนลงบนใบหน้าคมคายของคิริล วาเลนตินอฟ ราวกับหยดเลือดที่แต่งแต้มความอำมหิตในความมืด ภาพจากกล้องวงจรปิดชั้นล่างจับภาพเงาร่างของชายฉกรรจ์ในชุดดำสนิทไม่ต่ำกว่าสิบคนกำลังเคลื่อนตัวผ่านประตูนิรภัยเข้ามาอย่างเงียบเชียบ ท่ามกลางความอลหม่านที่ควรจะไม่มีใครล่วงรู้ แต่นั่นไม่ใช่ประเด็นที่ทำให้ดวงตาสีเทาเข้มของเจ้าพ่อค้าอาวุธเถื่อนหรี่แคบลงด้วยความเย็นชา...
สายตาคมกริบคู่นั้นละจากหน้าจอ ก่อนจะกวาดกลับมามองร้อยตำรวจเอกหญิงพิมพ์มาดาที่ยืนหลังชนกำแพงห้องทำงานอยู่ หญิงสาวหายใจหอบกระชั้น ร่างกายภายใต้เสื้อผ้าที่เปียกชื้นจากฝนสั่นเทาด้วยความโกรธและแรงกดดันทางอากาศที่เจ้าตัวจงใจแผ่ขยายออกมา
"ดูเหมือนว่าแขกที่ไม่ได้รับเชิญจะมาเร็วกว่าที่คิดนะครับ, ผู้หมวด"
เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นเรียบๆ ทว่าแฝงไปด้วยความเย้ยหยันอันตราย คิริลขยับตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างกายกำยำภายใต้สูทสั่งตัดราคาแพงก้าวเข้าหาเธอทีละก้าวอย่างเชื่องช้า ราวกับเสือดาวที่กำลังต้อนเหยื่อให้จนมุมในอาณาเขตของมันเอง
พิมพ์มาดากัดริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด ความหวาดกลัวถูกกดทับไว้ใต้ความทระนงตนอันแรงกล้า เธอกวาดสายตามองหน้าต่างและทางหนีทีไล่ในเสี้ยววินาที แต่รู้ดีว่าในเซฟเฮาส์กลางป่าทึบแห่งนี้ ทางรอดแทบจะเป็นศูนย์
"ปล่อยฉันไป..." พิมพ์มาดาเค้นเสียงลอดไรฟัน ดวงตากลมโตจ้องมองเขาอย่างไม่เกรงกลัว "คนที่อยู่ข้างล่างนั่น... มันคือพวกของแกไม่ใช่หรือไง หรือพวกมันมาเพื่อเก็บกวาดพยานปากเอกอย่างฉันตามคำสั่งนายใหญ่ของแก"
คิริลหยุดยืนห่างจากเธอเพียงคืบ กลิ่นกายบุรุษผสมผสานกับกลิ่นบุหรี่ราคาแพงและกลิ่นอายความตายพุ่งเข้าปะทะนาสิกของหญิงสาวจนเธอต้องผะผ่าวในอก ร่างสูงใหญ่โน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน สัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นร้อนที่รดรินอยู่บนแก้มเนียน
"หึ..." คิริลแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาสีเทาดุจหินผาจ้องลึกลงไปในดวงตาคู่สวยที่ฉายแววพยศ "คนพวกนั้นไม่ใช่คนของผม... และคนที่เดินนำหน้าเข้ามาในจอเมื่อครู่ คือคนที่ควรจะนอนเน่าอยู่ในกองเพลิงเมื่อสัปดาห์ก่อนตามรายงานข่าวหน้าหนึ่ง"
พิมพ์มาดาชะงัก หัวใจกระตุกวูบ ภาพเหตุการณ์ระเบิดโกดังสินค้าท่าเรือเมื่อสัปดาห์ก่อนผุดขึ้นมาในหัว นรกนั่นพรากครอบครัวและเพื่อนร่วมงานของเธอไปเกือบหมด แล้วใครกันที่กำลังเดินย่างก้าวเข้ามาในเซฟเฮาส์แห่งนี้?
"หมายความว่ายังไง..." เสียงของเธอแผ่วลงโดยไม่รู้ตัว
"หมายความว่า... เรากำลังเล่นเกมที่อันตรายกว่าที่คุณคิดมากอย่างไรล่ะครับ" คิริลยกมือหนาขึ้น ปลายนิ้วหยาบกร้านไล้ผ่านกรอบหน้าเนียนของเธออย่างถือวิสาสะ พิมพ์มาดาเบี่ยงหน้าหลบด้วยความรังเกียจ ทว่ามือใหญ่กลับคว้าหมับเข้าที่ปลายคางมน บังคับให้เธอหันกลับมาสบตาเขาตรงๆ แรงบีบที่พอเหมาะทำให้เธอเจ็บแปลบแต่ไม่เท่าความอัปยศที่พุ่งพล่านในอก
"อย่ามาแตะต้องตัวฉัน!" เธอคำราม พยายามใช้มือผลักแผงอกกว้างของเขาออก แต่ร่างของเธอกลับเหมือนชนเข้ากับกำแพงเหล็ก
"จำกฎสามข้อของผู้คุมในอาณาเขตของผมเอาไว้ให้ดี, ผู้หมวด..." คิริลกระซิบข้างใบหูของเธอ น้ำเสียงทุ้มต่ำพร่าพร่าและเปี่ยมด้วยอำนาจดิบเถื่อนที่ทำให้ขนลุกซู่ไปทั้งร่าง "ข้อแรก... อย่าคิดหนีจากที่นี่ เพราะโลกภายนอกตอนนี้มันอันตรายเกินกว่าที่คุณจะรอดชีวิตด้วยตัวคนเดียว"
ปลายนิ้วของเขาเลื่อนต่ำลงมายังลำคอระหง ลูบไล้ผ่านผิวเนื้อเนียนละเอียดจนพิมพ์มาดาสั่นสะท้านอย่างควบคุมไม่ได้ ไม่ใช่เพราะความกลัว... แต่เป็นเพราะกระแสความเร่าร้อนบางอย่างที่ถูกจุดขึ้นมาอย่างดื้อด้านจากสัมผัสอันอุกอาจของเขา
"ข้อที่สอง... เชื่อฟังทุกคำสั่งของผม ถ้าไม่อยากให้กระสุนจากคนข้างล่างเจาะทะลุกะโหลกสวยๆ ของคุณเสียก่อน"
ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดต้นคอของเธอจนหญิงสาวต้องห่อไหล่ คิริลขยับเข้ามาแนบชิดยิ่งขึ้นจนแผ่นหลังของเธอกดแนบสนิทไปกับผนังเย็นเฉียบ ร่างกายกำยำบดเบียดเข้าหาอย่างคุกคาม เปิดโอกาสให้เธอรับรู้ถึงมัดกล้ามเนื้อและพละกำลังที่เหนือกว่าอย่างชัดเจน
"แล้วข้อสุดท้ายล่ะ..." พิมพ์มาดาเค้นเสียงถาม แม้เสียงของเธอจะเริ่มสั่นพร่าด้วยแรงปรารถนาอันแปลกประหลาดที่ตีรวนขึ้นมาในช่องท้อง
คิริลหัวเราะในลำคอเบาๆ ริมฝีปากหยักลึกเคลื่อนมาหยุดอยู่ใกล้ริมฝีปากอิ่มที่กำลังสั่นระริก
"ข้อสุดท้าย... ห้ามใจสั่นเวลาที่อยู่ใกล้ผม"
สิ้นคำพูดนั้น คิริลก็ประกบจูบทาบทับลงมาทันทีโดยไม่เปิดโอกาสให้เธอได้ตั้งตัว ริมฝีปากหนาร้อนระอุบดขยี้ลงมาด้วยความดุดันและเอาแต่ใจ พิมพ์มาดาส่งเสียงประท้วงในลำคอ พยายามเบือนหน้าหนีและใช้ฟันขัดขืน แต่ทว่ามือใหญ่ข้างหนึ่งกลับบีบล็อคท้ายทอยของเธอไว้มั่น บังคับให้อ้าปากรับสัมผัสวาบหวามที่เขารุกรานเข้ามาอย่างป่าเถื่อน
รสจูบของอัลฟ่าหนุ่มเต็มไปด้วยกลิ่นอายของอำนาจ ความดิบเถื่อน และความหิวกระหายที่ถูกเก็บกักไว้ มันไม่ใช่แค่การจูบเพื่อลงโทษ แต่มันคือการประกาศความเป็นเจ้า
ลิ้นร้อนกวาดต้อนความหวานล้ำภายในโพรงปากของเธออย่างเอาแต่ใจ พิมพ์มาดาพยายามต่อต้านด้วยสัญชาตญาณ แต่มืออีกข้างของคิริลที่โอบเอวคอดกิ่วไว้กลับดึงรั้งร่างของเธอเข้ามาแนบชิด จนส่วนโค้งเว้าแนบสนิทไปกับแผงอกแกร่ง แรงดึงดูดทางเพศที่รุนแรงราวกับคลื่นใต้น้ำซัดโถมเข้าใส่จนเข่าของเธอแทบทรุด
สติสัมปชัญญะของร้อยตำรวจเอกหญิงเริ่มพร่าเลือน กลิ่นกายบุรุษที่อบอวลและความเร่าร้อนจากสัมผัสของเขาทำให้สมองที่เคยสุขุมเฉียบคมยอมจำนนต่อสัญชาตญาณดิบ มือเรียวที่เคยผลักไสค่อยๆ เปลี่ยนเป็นกำเสื้อสูทของเขาแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว ปลายเลื้อยจิกเกร็งลงบนแผ่นหลังกว้างเพื่อหาที่ยึดเหนี่ยวท่ามกลางพายุอารมณ์ที่เขากำลังโหมกระหน่ำใส่
คิริลคำรามต่ำในลำคอด้วยความพึงพอใจเมื่อสัมผัสได้ถึงการตอบสนองที่เริ่มอ่อนระทวย มือหนาเลื่อนต่ำลงมาบีบเคล้นสะโพกกลมกลึงผ่านเนื้อผ้าอย่างหนักหน่วง เร่งเร้าจังหวะจูบให้ลึกซึ้งและร้อนแรงยิ่งขึ้นจนลมหายใจของทั้งคู่หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวในความมืดมิดของห้องทำงาน
ทันใดนั้น...
*ปัง!*
เสียงระเบิดสนั่นหวั่นไหวจากชั้นล่างดังสะเทือนเลื่อนลั่น แรงสั่นสะเทือนทำให้กระจกหน้าต่างห้องทำงานสั่นระรัว คิริลผละริมฝีปากออกจากเธออย่างรวดเร็ว ดวงตาสีเทาเข้มกลับมาคมกริบและเย็นเยียบดั่งเดิมในเสี้ยววินาที
ชายหนุ่มดึงร่างของพิมพ์มาดาให้หลบอยู่ด้านหลังโต๊ะทำงานอย่างรวดเร็ว ก่อนจะชักอาวุธปืนพกเก็บเสียงสีดำสนิทออกมาจากสายคาดไหล่ มืออีกข้างยังคงกุมข้อมือเรียวของเธอไว้แน่นราวกับคีมเหล็ก
"ดูเหมือนพวกมันจะหมดความอดทนแล้ว..." คิริลกระซิบเสียงต่ำชิดใบหูของเธอ แววตาคมกวาดมองไปที่ประตูกระจกฝ้าของห้องทำงานที่เงาตะคุ่มของใครบางคนกำลังเดินตรงเข้ามาใกล้เรื่อยๆ "จำไว้... อยู่หลังผม ห้ามส่งเสียงเด็ดขาด ไม่อย่างนั้น... เราตายกันหมดแน่"
พิมพ์มาดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก หัวใจเต้นระรัวด้วยความตื่นตระหนกและหวาดผวา แต่ในวินาทีที่แสงไฟจากเงาร่างนั้นทาบทับลงบนบานประตูกระจก มือหนาของคิริลที่กุมข้อมือเธออยู่ก็บีบแน่นขึ้น ส่งผ่านความอบอุ่นมั่นคงที่ทำให้เธอต้องเงยหน้าขึ้นมองแผ่นหลังกว้างของอัลฟ่าหนุ่มผู้นี้ด้วยความรู้สึกที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
และก่อนที่เงาร่างปริศนาจะพังประตูเข้ามา ประตูห้องทำงานฝั่งตรงข้ามก็เปิดผางออกพร้อมกับเสียงฝีเท้าที่ก้าวเข้ามาหยุดอยู่เบื้องหลังพวกเขา...
"ยินดีต้อนรับกลับบ้านนะ, ลูกชาย..." เสียงแหบพร่าของผู้มาใหม่ดังขึ้น พร้อมกับกระบอกปืนเย็นเฉียบที่จ่อตรงมาที่ท้ายทอยของคิริลพอดี!
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมดำดิ่งไปในห้วงอารมณ์อันมืดมนนี้ด้วยกันนะครับ
เซฟเฮาส์อาชญากรรมกับรอยสักบนแผ่นหลังของศัตรู•ตอนที่ 2
กฎสามข้อของผู้คุม
ผลงานโดย ภาคินทร์เที่ยงคืน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ภาคินทร์เที่ยงคืน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์อาชญากรรมกับรอยสักบนแผ่นหลังของศัตรู นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!