เสียงล็อกกลอนประตูดังขึ้นสามครั้งซ้อน—มันคือเสียงประหารชีวิตสำหรับอิสรภาพของร้อยตำรวจเอกหญิงพิมพ์มาดา และเป็นเสียงประกาศชัยชนะของบุรุษผู้ยืนอยู่เบื้องหลังความพินาศทั้งหมดของเธอ
เพนท์เฮาส์หรูใจกลางมหานครที่ถูกห้อมล้อมด้วยกระจกนิกรีตหนาเตอะไร้ซึ่งระเบียงออกไปข้างนอก ถูกเนรมิตให้กลายเป็นห้องขังส่วนตัวที่ปลอดภัยที่สุดจากโลกภายนอก แต่กลับเป็นสถานที่ที่อันตรายถึงชีวิตที่สุดสำหรับหัวใจของเธอ
"คุณไม่มีสิทธิ์ทำแบบนี้ คิริล!"
พิมพ์มาดาหันขวับกลับมาเผชิญหน้า ร่างเพรียวบางภายใต้ชุดสูทเข้ารูปสั่นเทาด้วยความโกรธเกรี้ยว ดวงตาสองข้างวาววับดั่งคมมีดที่พร้อมจะแทงทะลุร่างของอีกฝ่ายให้ทะลุ เธอถอยร่นจนแผ่นหลังชนเข้ากับผนังกระจกเย็นเฉียบ ขณะที่ร่างสูงใหญ่ของคิริล วาเลนตินอฟ ก้าวเข้ามาใกล้ทีละก้าวอย่างเชื่องช้า ทว่าทรงพลังดั่งพญาเสือที่กำลังต้อนเหยื่อเข้ามุมอับ
คิริลไม่ตอบในทันที เขาถอดถุงมือหนังสีดำออกโยนลงบนโซฟาราคาแพงอย่างไม่ใส่ใจ นัยน์ตาสีเทาเข้มดั่งท้องฟ้ายามพายุโหมกระหน่ำกวาดมองสำรวจเรือนร่างของเธอตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าด้วยสายตาที่ร้อนแรงและหิวกระหาย สายตาคู่นั้นไม่ได้มองเธอในฐานะตัวประกัน หรือในฐานะตำรวจผู้กุมหลักฐานคดีค้าอาวุธข้ามชาติ... แต่มองเธอราวกับสมบัติชิ้นงามที่เขาครอบครองได้อย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด
"สิทธิ์งั้นหรือ ผู้กอง?" เสียงทุ้มต่ำทรงเสน่ห์เอ่ยขึ้น น้ำเสียงของเขาแหบพร่าและเต็มไปด้วยความเย้ยหยัน "คุณลืมไปแล้วหรือว่าตอนนี้ใครคือกฎหมาย... และใครคือคนที่กำลังปกป้องชีวิตรั้นๆ ของคุณจากกระสุนปืนของพวกมัน"
"ฉันดูแลตัวเองได้!" เธอสวนกลับทันควัน เชิดหน้าขึ้นท้าทายแม้หัวใจจะเต้นระรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก "ฉันไม่ต้องการความช่วยเหลือจากพ่อค้าความตายอย่างคุณ ปล่อยฉันออกไปเดี๋ยวนี้!"
คิริลหัวเราะในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่ต่ำทุ้มแต่เปี่ยมด้วยอำนาจกดดัน เขาเคลื่อนกายเข้ามาประชิดตัวอย่างรวดเร็วจนพิมพ์มาดาไม่ทันตั้งตัว แผ่นอกกว้างของอัลฟ่าหนุ่มปะทะเข้ากับร่างบางอย่างจัง กลิ่นกายบุรุษผสมผสานกับกลิ่นบุหรี่ราคาแพงและกลิ่นอายอันตรายแผ่ซ่านโอบล้อมตัวเธอไว้ทุกทิศทาง จนพื้นที่หายใจรอบตัวแทบไม่มีเหลือ
พิมพ์มาดายกมือขึ้นหมายจะดันแผงอกนั้นออก แต่กลับถูกมือหนารวบข้อมือทั้งสองข้างรวบขึ้นเหนือศีรษะด้วยมือเดียวอย่างง่ายดาย แรงมหาศาลจากอัลฟ่าเหนือมนุษย์ทำให้เธอไร้ซึ่งหนทางขัดขืน ร่างของเธอถูกกักขังไว้ระหว่างอ้อมแขนแกร่งกับบานกระจกเย็นยะเยือก
"ปล่อยนะ..." เสียงของเธอเริ่มขาดห้วง เมื่อใบหน้าคมคายของเขาโน้มต่ำลงมาจนปลายจมูกแทบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นร้อนรดรินอยู่เหนือริมฝีปากที่เม้มแน่นด้วยความโกรธ
"ดื้อด้าน... และหวานหยดย้อยทุกครั้งที่ได้ยินเสียงคุณเถียงผม" คิริลกระซิบชิดริมหิมะฝีปากของเธอ น้ำเสียงเปลี่ยนเป็นทุ้มพร่าและเต็มไปด้วยความปรารถนาอันดิบเถื่อน "จำไว้พิมพ์มาดา ที่นี่ไม่มีตำรวจ ไม่มีกฎหมาย และไม่มีทางออก... มีแค่คุณกับผมเท่านั้น"
ริมฝีปากร้อนผ่าวทาบทับลงมาอย่างไร้ความปราณี บดขยี้กลีบปากนุ่มของเธอด้วยความเร่าร้อนและเอาแต่ใจ ในตอนแรกพิมพ์มาดาพยายามเบือนหน้าหนีและขัดขืนเต็มกำลัง แต่ความแข็งแกร่งและสัมผัสอันช่ำชองของเขากลับทำให้เรี่ยวแรงของเธอลดทอนลงอย่างรวดเร็ว รสจูบที่ทั้งดุดันและเรียกร้องแผ่ซ่านความวับวามไปทั่วสรรพางค์กาย ปลุกเร้าไฟปรารถนาที่เธอพยายามกด3ฝังไว้ให้ลุกโชนขึ้นมาอย่างไม่อาจต้านทาน
มือหนาที่เคยรวบข้อมือเธอไว้ เปลี่ยนเป็นเลื่อนลงมาโอบกระชับเอวบางให้แนบชิดติดกับกายแกร่ง ความอบอุ่นจากฝ่ามือของเขาที่ลูบไล้ผ่านเนื้อผ้าสำรวจสัดส่วนเว้าโค้ง ทำให้ลมหายใจของหญิงสาวสะดุดกึก ร่างกายของเธอทรยศต่อจิตสำนึกด้วยการอ่อนยวบลงในอ้อมแขนของศัตรูตัวฉกาจ ปลายลิ้นร้อนที่รุกล้ำเข้ามาเกี่ยวพันสร้างความสั่นสะท้านไปถึงกระดูกสันหลัง ความตึงเครียดทางเพศระหว่างผู้ล่าและผู้ถูกล่าพุ่งทะยานสู่จุดสูงสุดในความเงียบงันของห้องพักที่ไร้ทางออก
คิริลผริมฝีปากออกช้าๆ อย่างเสียดาย นัยน์ตาสีเทาเข้มมองสำรวจใบหน้าหวานที่แดงก่ำและริมฝีปากที่บวมเจ่อจากการจูบของเขาด้วยความพึงพอใจ นิ้วเรียวยาวเกลี่ยปอยผมที่ชื้นเหงื่อออกจากกรอบหน้าของเธออย่างทะนุถนอมในแบบที่ขัดกับแววตาดิบเถื่อนคู่นั้นโดยสิ้นเชิง
"คุณเก่งแค่เฉพาะตอนอยู่หน้าปืนเท่านั้นแหละ ผู้กอง" เขาเอ่ยเสียงกระซิบพร่าอยู่ข้างใบหูที่ขึ้นสีแดงจัด "แต่บนเตียง... คุณไม่เคยชนะผมเลยสักครั้ง"
พิมพ์มาดาหอบหายใจรัว ตัวสั่นด้วยความโกรธและอารมณ์วาบหวามที่ยังค้างคา เธอเงยหน้าขึ้นจ้องลึกเข้าไปในดวงตานั้นด้วยความทระนงที่ยังหลงเหลือ "อย่ามั่นใจนักเลย คิริล... สักวันหนึ่ง ฉันนี่แหละที่จะเป็นคนใส่กุญแจมือคุณ"
คิริลยิ้มมุมปากอย่างท้าทาย นิ้วมือของเขาไล้ลงมาตามลำคอระหงหยุดอยู่ที่ชีพจรที่กำลังเต้นรัวระคนหวาดหวั่น ก่อนที่เขาจะโน้มตัวกระซิบประโยคสุดท้ายที่ทำเอาเลือดในกายของเธอเย็นเฉียบลงชั่วขณะ
"ผมยินดีให้คุณจับ... แต่ก่อนหน้านั้น ผมเกรงว่าคุณต้องเรียนรู้ที่จะเป็นเด็กดีในกรงของผมเสียก่อน... ดูนั่นสิ เหมือนว่าแขกที่ไม่ได้รับเชิญของเราจะมาเร็วกว่าที่คิด"
สายตาของคิริลเบนไปทางหน้าจอแท็บเล็ตบนโต๊ะทำงานที่สว่างวาบขึ้น ภาพจากกล้องวงจรปิดที่ชั้นล่างปรากฏเงาร่างของชายชุดดำกลุ่มใหญ่กำลังก้าวเข้าสู่เขตหวงห้าม... และหนึ่งในนั้นคือคนที่ควรจะตายไปแล้วในกองเพลิงเมื่อสัปดาห์ก่อน
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไปในห้วงอารมณ์อันดาร์กและเร่าร้อนนี้ด้วยกันนะครับ
เซฟเฮาส์อาชญากรรมกับรอยสักบนแผ่นหลังของศัตรู•ตอนที่ 1
ห้องพักที่ไม่มีทางออก
ผลงานโดย ภาคินทร์เที่ยงคืน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ภาคินทร์เที่ยงคืน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์อาชญากรรมกับรอยสักบนแผ่นหลังของศัตรู นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!