เซฟเฮาส์อาชญากรรมกับรอยสักบนแผ่นหลังของศัตรู•ตอนที่ 3

สัมผัสหลังม่านควัน

ผลงานโดย ภาคินทร์เที่ยงคืน
กลิ่นไอฟุ้งของควันบุหรี่ราคาแพงผสมผสานกับกลิ่นอายความเย็นยะเยือกของระบบปรับอากาศในเซฟเฮาส์ลับ ทำให้บรรยากาศรอบตัวอึมครึมราวกับพายุที่กำลังก่อตัว ร้อยตำรวจเอกหญิงพิมพ์มาดายืนนิ่งอยู่เบื้องหน้าชายหนุ่มผู้กุมชะตากรรมของเธอไว้ครึ่งหนึ่ง ดวงตาคู่คมของเธอจ้องมองตรงไปยังนัยน์ตาสีนิลที่ลึกล้ำราวกับเหวลึกของคิริล วาเลนตินอฟ ไม่มีร่องรอยของความหวาดกลัวปรากฏบนใบหน้าเรียวสวยนั้น แม้ว่าหัวใจดวงน้อยจะเต้นระรัวราวกับกลองศึก ร่างกายของเธอถูกต้อนให้ถอยร่นจนแผ่นหลังบอบบางแนบชิดติดกับผนังห้องเย็นเฉียบ ขณะที่ร่างสูงใหญ่ของเจ้าพ่อค้าอาวุธเถื่อนก้าวเข้ามาประชิด จนแทบไม่เหลือช่องว่างให้อากาศหายใจ "คุณคิดว่าความดื้อรั้นแบบนี้จะช่วยให้รอดพ้นจากที่นี่ได้จริง ๆ หรือครับ ผู้หมวดพิมพ์มาดา" เสียงทุ้มต่ำดั่งกระซิบเจือรอยยิ้มหยันดังขึ้นชิดริมใบหูของเธอ ลมหายใจอุ่นร้อนที่ปัดผ่านต้นคอระหงทำให้ขนกายของหญิงสาวลุกชันขึ้นพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย พิมพ์มาดาเม้มริมฝีปากแน่น เธอยกมือขึ้นดันแผงอกกว้างที่ภายใต้เสื้อเชิ้ตสีเข้มนั้นเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อแน่นขนัด "ถอยไป คิริล ฉันไม่มีอะไรจะพูดกับคนอย่างคุณอีกแล้ว" คิริลไม่เพียงไม่ถอย แต่เขากลับใช้มือข้างหนึ่งยันผนังด้านข้างเพื่อกักขังเธอไว้ในวงแขน รอยยิ้มมุมปากของเขายิ่งลึกขึ้นเมื่อเห็นดวงตาคู่สวยฉายแววตื่นตระหนกวาบผ่านเข้ามาเสี้ยววินาที นิ้วมือแกร่งเอื้อมออกไปอย่างไร้ความเกรงใจ ปลายเกือบสัมผัสกับเส้นผมสลวยที่คลอเคลียอยู่ข้างแก้มของเธอ แต่นางเอกสาวกลับเบี่ยงหน้าหนีด้วยความถือดี "ความอวดดีนี่แหละครับที่ทำให้ผมละสายตาจากคุณไม่ได้เลย" คิริลกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบแต่น่ากลัว เขาย่อตัวลงเล็กน้อยให้อยู่ในระดับสายตาเดียวกัน ดวงตาคมกริบกวาดมองสำรวจริมฝีปากที่เม้มเข้าหากันแน่นอย่างพินิจพิเคราะห์ "ปากบอกว่าเกลียด แต่ทำไมหัวใจของคุณถึงเต้นแรงเสียจนผมได้ยินมันชัดเจนขนาดนี้ล่ะครับ" "คนโรคจิต..." พิมพ์มาดากัดฟันกรอดด้วยความโกรธ เธอยกมือขึ้นเตรียมจะสะบัดฝ่ามือใส่ใบหน้าคมคายนั้นให้สมกับความถือดี ทว่า ไวกว่าความคิด นิ้วแกร่งของอัลฟ่าหนุ่มคว้าข้อมือเรียวทั้งสองข้างของเธอไว้ได้อย่างแม่นยำ รวบมันขึ้นเหนือศีรษะด้วยมือเพียงข้างเดียวด้วยพละกำลังที่เหนือกว่าอย่างเทียบไม่ติด แรงปะทะระหว่างความดื้อรั้นและอำนาจดิบเถื่อนทำให้บรรยากาศภายในห้องเปลี่ยนทิศทางในชั่วพริบตา จากการปะทะฝีปากกลายเป็นความใกล้ชิดที่น่าหวาดหวั่นและเต็มไปด้วยแรงดึงดูดทางเพศที่ระอุขึ้นเรื่อย ๆ พิมพ์มาดาเบิกตากว้างเมื่อพบว่าตอนนี้เธอกำลังตกเป็นรองอย่างสมบูรณ์แบบ ร่างกายของเธอถูกตรึงไว้กับผนังอย่างไร้ทางสู้ ความใกล้ชิดที่แนบแน่นทำให้รับรู้ถึงความร้อนรุ่มที่แผ่ออกมาจากร่างของชายหนุ่ม กลิ่นกายเฉพาะตัวของอัลฟ่าผู้ทรงอิทธิพลปะปนกับกลิ่นบุหรี่จาง ๆ มอมเมาสติสัมปชัญญะของเธอให้พร่าเลือน "ปล่อยฉันนะ!" เธอเค้นเสียงลอดไรฟัน พยายามบิดข้อมือหนีแต่ก็ไร้ผล "ผมบอกแล้วว่าผมไม่ใช่คนใจดี" คิริลโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกเกือบชนกัน ดวงตาสีนิลคู่นั้นจ้องมองริมฝีปากอิ่มที่กำลังสั่นระริกด้วยความความปรารถนาอันดิบเถื่อนที่ไม่อาจปิดบัง "ถ้าคุณยังดื้อดึงต่อหน้าผม... ผมก็มีวิธีลงทัณฑ์ในแบบของผมเช่นกันครับ" สัมผัสที่ตรึงแน่นเปลี่ยนเป็นความนุ่มนวลอย่างกะทันหันเมื่อมืออีกข้างของคิริลเลื่อนมาประคองคางสลวย บังคับให้เธอเงยหน้าขึ้นรับการคุกคามที่เธอไม่มีวันหลีกหนีพ้น พิมพ์มาดาสูดหายใจเข้าลึกเมื่อความอบอุ่นจากฝ่ามือของเขาแผ่ซ่านไปทั่วผิวแก้ม สติที่เคยแข็งแกร่งเริ่มสั่นคลอนภายใต้คลื่นเสน่หาที่เขาสาดซัดเข้ามาอย่างไม่ให้ตั้งตัว รสจูบที่ทาบทับลงมาไม่ได้เต็มไปด้วยความอ่อนโยน หากแต่เป็นการประกาศสิทธิ์และความดุดันที่หลอมละลายทุกข้ออ้างของเธอในคราเดียว ริมฝีปากหนาบดขยี้กลีบปากนุ่มด้วยความเร่าร้อนและเอาแต่ใจ เรียวลิ้นร้อนล้ำลึกที่แทรกตัวเข้ามาตักตวงความหวานทำให้พิมพ์มาดาสะท้านเฮือก สมองของเธอกลวงโบ๋ ร่างกายที่เคยต่อต้านกลับอ่อนยวบยาบราวกับไร้กระดูก มือแกร่งที่เคยรวบข้อมือเธอไว้เปลี่ยนมาโอบกระชับเอวคอดกิ่วเข้าหาตัวจนแนบสนิท ไม่มีช่องว่างระหว่างคนทั้งสองอีกต่อไป อุณหภูมิในห้องที่เคยเย็นเฉียบกลับร้อนระอุขึ้นจนแทบหายใจไม่ออก พิมพ์มาดาเผลอเผยริมฝีปากออกอย่างไร้การควบคุม เปิดทางให้เขาซึมซับรสจูบที่ลึกซึ้งและป่าเถื่อนยิ่งขึ้น เสียงลมหายใจหอบกระชั้นของทั้งคู่ผสมผสานกับเสียงหัวใจที่เต้นรัวเร็วจนแทบจะเป็นจังหวะเดียวกัน เธอพยายามจะท้วงติงด้วยศักดิ์ศรีที่เหลืออยู่ แต่เสียงครางแผ่วเบาที่หลุดลอดออกมาจากลำคอเมื่อมือหนาเริ่มลูบไล้ไปตามแผ่นหลังผ่านเนื้อผ้า กลับเป็นการทรยศตัวเองที่ชัดเจนที่สุด คิริลผริมฝีปากออกช้า ๆ ปล่อยให้เธอได้กอบโกยอากาศเข้าปอด ขณะที่ดวงตาคมปลาบยังคงจดจ้องมองใบหน้าหวานที่แดงก่ำและฉ่ำวื้นด้วยพิษสวาท "คุณมันร้ายกาจที่สุด..." พิมพ์มาดาหอบหายใจตัวโยน พยายามหลบสายตาที่ร้อนแรงราวกับจะแผดเผาของเขา "แต่คุณก็ปฏิเสธสัมผัสของผมไม่ได้เลยสักครั้งนะครับ ผู้หมวด" คิริลกระซิบชิดริมฝีปากของเธอด้วยน้ำเสียงพร่าต่ำ นิ้วเรียวยาวไล่เกลี่ยพวงแก้มแดงระเรื่ออย่างหลงใหล "เกมนี้เพิ่งเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น และผมก็ไม่ใช่คนที่จะยอมหยุดกลางคันเสียด้วยสิครับ" ก่อนที่พิมพ์มาดาจะได้กล่าวตอบโต้ใด ๆ กลับไป เสียงสัญญาณเตือนภัยฉุกเฉินดังสนั่นก้องไปทั่วทั้งเซฟเฮาส์ แสงไฟสีแดงฉานกะพริบถี่รัวสลับกับความมืด คิริลชะงักฝีเท้าเล็กน้อย นัยน์ตาสีนิลที่เคยเต็มไปด้วยความปรารถนาแปรเปลี่ยนเป็นความเย็นชาและดุดันในเสี้ยววินาที ร่างสูงผละออกจากตัวเธอก่อนจะคว้าปืนพกสั้นขึ้นมาปลดล็อกไกอย่างรวดเร็ว ทว่า ในขณะที่ประตูห้องนิรภัยกำลังเลื่อนเปิดออกพร้อมกับกลุ่มควันจาง ๆ ที่พรั่งพรูเข้ามา เงาร่างของบุคคลปริศนาก็ก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่ตรงธรณีประตู พร้อมกับเสียงหัวเราะเยือกเย็นที่ทำให้อุณหภูมิรอบตัวดิ่งฮวบทันที... ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมดำดิ่งไปกับเกมอำนาจอันเร่าร้อนนี้นะครับ
สารจากนักเขียน (ภาคินทร์เที่ยงคืน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์อาชญากรรมกับรอยสักบนแผ่นหลังของศัตรู นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%