เซฟเฮาส์อาชญากรรมกับรอยสักบนแผ่นหลังของศัตรู•ตอนที่ 4

รอยสักปริศนา

ผลงานโดย ภาคินทร์เที่ยงคืน
เสียงหัวเราะทุ้มต่ำที่กรีดลึกเข้าไปในโสตประสาทดังขึ้นท่ามกลางกลุ่มควันจาง ๆ ที่ยังคงลอยวนอยู่เบื้องหน้าประตูห้องนิรภัย เงาร่างสูงใหญ่ของบุคคลที่ก้าวเข้ามาไม่ได้ทำให้คิริล วาเลนตินอฟสะดุ้งสะเทือนแม้แต่น้อย ทว่ามันกลับทำให้แววตาคมกริบของเจ้าพ่อค้าอาวุธเถื่อนหรี่แคบลง รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกมาราวกับสัตว์ป่าที่กำลังถูกล้ำ พิมพ์มาดาที่ถูกตรึงร่างอยู่ใต้พันธะแห่งความเร่าร้อนเมื่อครู่พลانชะงัก ลมหายใจของเธอกระชั้นกระซิบ ร่างกายที่ยังคงร้อนรุ่มจากสัมผัสวาบหวามเมื่อครู่สั่นสะท้าน ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะบรรยากาศรอบตัวที่พลิกผันจากความดุเดือดทางอารมณ์กลายเป็นสมรภูมิแห่งความตายในเสี้ยววินาที "คิดไม่ถึงเลยนะ... ว่าสุนัขรับใช้ที่ฉันเลี้ยงไว้ จะแว้งกัดได้เจ็บแสบขนาดนี้" คิริลเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ เยือกเย็น แต่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าเสียงคำราม ร่างของชายฉกรรจ์ในชุดสูทสีเข้มคนหนึ่งถูกเหวี่ยงเข้ามานอนกองกับพื้นห้องนิรภัย เลือดสด ๆ ไหลทะลักจากมุมปาก ใบหน้าบวมปูดบ่งบอกถึงการถูกซ้อมอย่างหนัก และเหนือสิ่งอื่นใด... บนแผ่นหลังที่เสื้อสูทขาดวิ่นของชายคนนั้น ปรากฏรอยสักรูป "อินทรีดำกางปีกคาบโซ่ตรวน" รอยเดียวกับที่พิมพ์มาดาเคยเห็นในแฟ้มลับคดีอาชญากรรมข้ามชาติ ดวงตากลมโตของร้อยตำรวจเอกหญิงเบิกกว้าง หัวใจเต้นระรัวด้วยความตกใจ รอยสักนั้น... มันคือสัญลักษณ์ขององค์กรลับที่เธอตามล่ามาตลอดสามปี และตอนนี้มันกำลังปรากฏอยู่บนร่างของลูกน้องคนสนิทที่คิริลไว้ใจที่สุด หรือแม้แต่... พิมพ์มาดาหันขวับกลับมามองแผ่นหลังกว้างของคนที่ยังคงคร่อมทอดกายอยู่เหนือร่างเธอ คิริลไม่ได้แสดงความตกใจแม้แต่น้อย เขายังคงมองผู้บุกรุกด้วยรอยยิ้มเยาะหยันที่มุมปาก ดวงตาสีเทาเข้มคู่นั้นเต็มไปด้วยความสนุกสนาน ประหนึ่งว่าเขากำลังมองดูละครสัตว์ฉากหนึ่ง "นายใหญ่..." ลูกน้องคนสนทรุดตัวลงคุกเข่า ตัวสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว "ผม... ผมไม่ได้ตั้งใจ..." ปัง! เสียงคำรามของกระสุนปืนดังสนั่นห้องแคบ ๆ คิริลไม่ได้แม้แต่จะหันไปมอง เขาเพียงแต่ชักอาวุธประจำกายออกจากสายสะพายไหล่อย่างรวดเร็วราวกับเสือชีตาห์ตะครุบเหยื่อ กระสุนนัดเดียวฝังเข้าที่กลางหน้าผากของหนอนบ่อนไส้อย่างไร้ความปราณี กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งปะปนกับกลิ่นอายความเร่าร้อนที่ยังไม่ทันจางหาย พิมพ์มาดาสะดุ้งเฮือก ร่างกายแนบชิดติดกับแผ่นอกแกร่งของเขาโดยอัตโนมัติ ความดิบเถื่อนและเด็ดขาดของอัลฟ่าหนุ่มผู้นี้ทำให้เธอรับรู้ได้ทันทีว่า ผู้ชายคนนี้อันตรายเกินกว่าที่มนุษย์คนไหนจะต่อกรด้วย "มองอะไร, ผู้กอง" คิริลก้มลงกระซิบข้างใบหูของเธอ ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอระหงจนขนลุกซู่ นิ้วแกร่งข้างที่ไม่ได้ถือปืนไล้ไปตามกรอบหน้าเรียวอย่างถือAสิทธิ์ บังคับให้เธอนัยน์ตาประสานกับเขา "ตกใจกับวิธีจัดการสุนัขทรยศของฉันอย่างนั้นหรือครับ?" "นายมัน... ปีศาจ" พิมพ์มาดาเค้นเสียงลอดไรฟัน แม้ตัวจะสั่นระริกด้วยแรงอารมณ์ที่ตีรวนกันอยู่ในอก ทั้งความหวาดกลัว ความโกรธแค้น และสัมผัสวาบหวามที่เขาทิ้งไว้บนเรือนร่างเธอก่อนหน้านี้ "ปีศาจตัวนี้แหละ ที่จะทำให้เธอรู้ซึ้งถึงคำว่า 'จำนน' อย่างแท้จริง" คิริลหัวเราะในลำคออย่างพอใจ ก่อนที่เขาจะพลิกร่างบางให้คว่ำหน้าลงบนโซฟาหนังตัวยาวอย่างรวดเร็ว พิมพ์มาดาอุทานด้วยความตกใจ พยายามขัดขืนและดิ้นรนสุดกำลัง แต่แรงของอัลฟ่าหนุ่มผู้กุมความได้เปรียบนั้นเหนือกว่าเธอมหาศาล "ปล่อยนะ! คิริล! นายจะทำอะไร!" "ชูส์..." เสียงทุ้มต่ำเอ่ยกระซิบชิดริมหู พร้อมกับฝ่ามือใหญ่ที่กดหัวไหล่บางไว้อย่างมั่นคง น้ำหนักตัวของเขาโน้มทับลงมาจนเธอขยับเขยื้อนไม่ได้ ในวินาทีนั้นเอง ที่ความดุดันของเกมอำนาจเปลี่ยนทิศทาง เมื่อคิริลใช้มืออีกข้างกระชากเสื้อเชิ้ตเนื้อดีที่พิมพ์มาดาสวมใส่อยู่ให้ขาดออกจากกันอย่างไม่ใยดี เผยให้เห็นผิวเนียนละเอียดและแผ่นหลังเปลือยเปล่าที่สะท้อนกับแสงไฟสลัวในห้องนิรภัย สายตาคมกริบของคิริลไม่ได้มองเพียงแค่เรือนร่างเย้ายวนใจของเธอ ทว่า... นัยน์ตาสีเทาเข้มกลับหรี่ลงเมื่อเขาจ้องมองไปยังจุดหนึ่งบนแผ่นหลังของร้อยตำรวจเอกหญิง รอยแผลเป็นจาง ๆ จากเหตุการณ์ระเบิดเมื่ออดีต... แต่ที่น่าตกใจยิ่งกว่า คือรอยสักสีดำจาง ๆ ที่ถูกซ่อนไว้ใต้ผิวหนังบริเวณสะบักขวา รอยสักรูป "อินทรีดำกางปีกคาบโซ่ตรวน" ลายเดียวกันกับที่เพิ่งถูกเขายิงทิ้งไปเมื่อครู่! บรรยากาศในห้องดิ่งฮวบทันที ความเงียบเข้าปกคลุมจนได้ยินแม้กระทั่งเสียงหัวใจที่เต้นรัว คิริลหยุดการกระทำทั้งหมด นิ้วแกร่งที่เคยลูบไล้ไปตามเรือนร่างของเธอเปลี่ยนเป็นสัมผัสเย็นเฉียบที่กดลงบนรอยสักปริศนาบนแผ่นหลังของพิมพ์มาดาอย่างแผ่วเบา "อ๊ะ..." พิมพ์มาดาสะดุ้งสุดตัว ความเจ็บแปลบแล่นริ้วขึ้นมาจากแผ่นหลัง พร้อมกับความจริงที่เธอพยายามปิดบังมาตลอดชีวิตกำลังจะถูกกระชากออกมา คิริลโน้มใบหน้าลงกระซิบชิดใบหูของเธอ น้ำเสียงของเขาไม่ได้ดุดันเหมือนก่อน แต่มันกลับเยือกเย็นและน่ากลัวจนจับขั้วหัวใจ "ทีนี้... บอกฉันหน่อยสิครับ ผู้กองคนสวย..." ปลายนิ้วของเขาไล้ไปตามรอยสักนั้นอย่างเชื่องช้า ขณะที่กระบอกปืนเย็นเฉียบถูกยกขึ้นมาจ่อ1ที่ขมับของเธอเบา ๆ เป็นเชิงกดดัน "ตำรวจน้ำดีอย่างเธอ... ไปเอาตรราประทับขององค์กรฉันมาไว้บนตัวตั้งแต่เมื่อไหร่?" ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมดำดิ่งสู่ห้วงปรารถนาอันมืดมนไปด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (ภาคินทร์เที่ยงคืน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์อาชญากรรมกับรอยสักบนแผ่นหลังของศัตรู นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%