กลิ่นไอน้ำอุ่นจัดผสมผสานกับกลิ่นกายหอมเย้ายวนของสบู่ราคาแพงลอยอบอวลไปทั่วห้องน้ำหรูหราสไตล์เพนต์เฮาส์ใจกลางมหานคร หยดน้ำพราวระยิบระยับเกาะกุมอยู่ตามกล้ามเนื้อหน้าท้องแกร่งราวกับรูปสลักหินอ่อนของชายหนุ่มผู้กุมอำนาจมืด ขณะที่ดวงตาคมกริบดั่งพญาอินทรีคู่นั้นกำลังจ้องมองกระจกเงาบานใหญ่สะท้อนร่างของร้อยตำรวจเอกหญิงพิมพ์มาดาที่ถูกต้อนจนมุมชิดอ่างล้างหน้า
รอยประทับตราสัญลักษณ์รูปงูพันกุหลาบดำบนแผ่นหลังเนียนนุ่มของเธอยังคงร้อนผ่าวราวกับรอยเหล็กเผาไฟ คำถามที่เขาเพิ่งเอ่ยถามออกไปเมื่อครู่ยังคงแขวนค้างอยู่กลางอากาศ สร้างความกดดันมหาศาลจนทำให้บรรยากาศภายในห้องแคบลงถนัดตา
“ตำรวจน้ำดีอย่างเธอ... ไปเอาตราประทับขององค์กรฉันมาไว้บนตัวตั้งแต่เมื่อไหร่?”
เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจของคิริล วาเลนตินอฟ ดังลอดไรฟันออกมาอย่างเยือกเย็น นิ้วเรียวยาวของอัลฟ่าหนุ่มเอื้อมไปแตะไล้เบาๆ บริเวณต้นคอระหงของเธอ ส่งผลให้พิมพ์มาดาสะดุ้งสุดตัว ร่างบางสั่นเทิ้มด้วยความโกรธและแรงอารมณ์ที่พลุ่งพล่าน เธอกัดริมฝีปากจนห่อเลือด พยายามบิดข้อมือที่ถูกพันธนาการไว้ด้วยมือข้างเดียวของเขาให้หลุดจากการเกาะกุม แต่แรงมหาศาลนั้นกลับกดทับเธอไว้ราวกับกรงขังเหล็กกล้า
“ปล่อยฉันนะ คิริล!” พิมพ์มาดาเค้นเสียงลอดไรฟัน ดวงตากลมโตฉายแววทระนงและดื้อรั้นอย่างไม่ยอมจำนน แม้หัวใจจะเต้นระรัวจนแทบกระเด็นหลุดออกมานอกอก “ฉันไม่ใช่ของเล่นของนาย และตราประทับบ้านี่... ฉันไม่ได้เป็นคนขโมยมันมา!”
คิริลหัวเราะในลำคอ เสียงทุ้มต่ำนั้นสั่นสะเทือนอกแกร่งที่แนบชิดติดกับแผ่นหลังของเธอ เขายิ่งขยับตัวเข้ามาใกล้จนไม่มีช่องว่างให้อากาศแทรกผ่าน กลิ่นอายความเป็นชายและฟีโรโมนอันดุร้ายแผ่ซ่านเข้าจู่โจมประสาทสัมผัสของหญิงสาวจนสติแทบกระเจิง
“โกหกไม่เนียนเลยนะ ผู้หมวดคนสวย” คิริลโน้มใบหน้าลงกระซิบชิดใบหูขาวสะอาด ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดผิวเนื้อจนเธอน้ำตาคลอเบ้าด้วยความคับแค้น “ตราประทับนี้มีเพียงระดับหัวหน้าหน่วยปฏิบัติการพิเศษขององค์กรฉันเท่านั้นที่มีสิทธิ์ครอบครอง... แต่ตอนนี้มันกลับฝังอยู่บนเนื้อตัวของตำรวจสากลอย่างเธอ บอกฉันมาสิว่าเราควรจะจัดการกับ ‘หนอน’ ตัวน้อยที่แอบเนียนเข้ามาในห้องนอนของฉันยังไงดี”
“นายมันบ้า...” พิมพ์มาดาสูดหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติ เธอยอมรับว่าแผนการปลอมตัวเข้ามาสืบหาหลักฐานในเซฟเฮาส์แห่งนี้มีความเสี่ยงสูงลิ่ว แต่เธอไม่เคยคิดเลยว่าตัวเองจะถูกจับได้คาหนังคาเขาแถมยังถูกต้อนจนมุมในสถานการณ์ที่น่าอับอายเช่นนี้ “ถ้าคิดจะฆ่าก็ลงมือเลยสิ จะรออะไรล่ะ!”
“ฆ่าเหรอ?” คิริลเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย แววตาพราวระยับด้วยประกายความปรารถนาอันดิบเถื่อนที่ยากจะควบคุม “ของมีค่าและน่าสนุกขนาดนี้... ฉันจะยอมให้มันตายง่ายๆ ได้ยังไงกัน พิมพ์มาดา”
สิ้นคำพูด ร่างสูงใหญ่ก็พลิกตัวเธอกลับมาเผชิญหน้าอย่างรวดเร็ว พร้อมกับยกตัวเธอขึ้นนั่งบนขอบอ่างล้างหน้าหินอ่อนโดยไม่เปิดโอกาสให้เธอได้ตั้งตัว สองมือแกร่งตรึงข้อมือทั้งสองข้างของเธอไว้เหนือศีรษะด้วยมือเพียงข้างเดียว ขณะที่มืออีกข้างเอื้อมไปโอบกระชับเอวบางคอดกิ่วเข้าหาตัวจนแนบสนิท
พิมพ์มาดาหวีดร้องเบาๆ ด้วยความตกใจ ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างเมื่อเผชิญหน้ากับแผงอกเปลือยเปล่าและกลิ่นกายเร้าใจที่โอบล้อมเธอไว้รอบด้าน เธพยายามดิ้นรนขัดขืนสุดกำลัง แต่ยิ่งดิ้น ร่างกายของทั้งคู่ก็ยิ่งเบียดเสียดแนบชิดกันจนเกิดกระแสไฟฟ้าแล่นพล่านไปทั่วร่าง
“หยุดดิ้นรนเสียที... พิมพ์มาดา” คิริลกระซิบเสียงพร่า แววตาคมกริบเปลี่ยนเป็นสีเข้มจัดยามกวาดมองริมฝีปากอิ่มที่กำลังสั่นระริก “ยิ่งเธอดื้อ ปฏิกิริยาของร่างกายเธอก็ยิ่งฟ้องว่าเธอกำลังต้องการฉันมากแค่ไหน”
“ไอ้... อื้อ!”
คำต่อว่าถูกกลืนหายไปในลำคอทันที เมื่อริมฝีปากร้อนผ่าวของอัลฟ่าหนุ่มทาบทับลงมาอย่างไร้ความปราณี รสจูบทั้งดุดัน รุกไล่ และเปี่ยมไปด้วยอำนาจครอบงำ บดขยี้เรียวปากนุ่มของเธอจนแทบแหลกสลาย พิมพ์มาดาพยายามเม้มปากแน่นเพื่อปฏิเสธสัมผัสอันจาบจ้วงนั้น แต่มีหรือที่คนอย่างคิริลจะยอมพ่ายแพ้ นิ้วแกร่งบีบกรามมนของเธอเบาๆ ให้เผยอรับ ก่อนที่เรียวลิ้นร้อนจะแทรกซึมเข้าไปตักตวงความหวานล้ำภายในโพรงปากอย่างเอาแต่ใจ
ความวาบหวามสายหนึ่งพุ่งพล่านจากท้องน้อยกระจายไปทั่วปลายประสาท แรงขัดขืนที่เคยมีเริ่มอ่อนยวบลงทีละน้อย สัมผัสจากมือหนาที่ลูบไล้ไปตามแนวสันหลังและสะโพกกลมกลึงทำให้สติสัมปชัญญะของร้อยตำรวจเอกสาวเริ่มพร่าเลือน ลมหายใจหอบกระชั้นประสานกันเป็นจังหวะท่ามกลางความเงียบงันยามวิกาล
คิริลผริมฝีปากออกช้าๆ ปล่อยให้เธอได้กอบโกยอากาศเข้าปอด ขณะที่สายตาคู่คมยังคงจดจ้องริมฝีปากบวมเจ่อและแดงก่ำของเธอด้วยความพึงพอใจ นิ้วโป้งเกลี่ยเช็ดคราบน้ำใสที่มุมปากให้อย่างทะนุถนอม ทว่าน้ำเสียงที่เอ่ยออกมานั้นกลับเต็มไปด้วยความเย้ายวนอันตราย
“เกมไล่ล่ากลางดึกเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้นนะ ผู้หมวด...” เขาโน้มใบหน้าลงกระซิบชิดริมฝีปากเธออีกครั้ง “คืนนี้... เธอยังต้องชดใช้ให้อีกเยอะสำหรับรอยสักบนแผ่นหลังของเธอ”
พิมพ์มาดาหอบหายใจรัว ใบหน้าร้อนผ่าวด้วยความโกรธปนความอับอาย แต่ก่อนที่เธอจะได้สวนกลับอะไรออกไป เสียงฝีเท้าหนักหน่วงหลายคู่พร้อมกับเสียงสัญญาณเตือนภัยสีแดงฉานก็ดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วทั้งคฤหาสน์หรู!
ไฟฉุกเฉินกะพริบวับวาบสาดส่องเข้ามาในห้องน้ำ คิริลชะงักฝีเท้าเล็กน้อย แววตาคมกริบเปลี่ยนเป็นความเย็นชาและดุดันในเสี้ยววินาที เขาปล่อยมือจากข้อมือเธอ ก่อนจะหันไปคว้าปืนพกสีดำสนิทออกจากอ่างอาบน้ำมาถือไว้มั่น
“นายท่านครับ! หน่วยจู่โจมพิเศษของตำรวจบุกเข้ามาทางด้านหลังแล้วครับ!” เสียงลูกน้องคนสนิทตะโกนรายงานผ่านเครื่องสื่อสารไร้สายดังแทรกเข้ามา
พิมพ์มาดายิ้มเยาะที่มุมปาก แม้ร่างกายจะยังคงสั่นเทาจากรสสัมผัสเมื่อครู่ “ดูเหมือน... กองกำลังช่วยเหลือของฉันจะมาทันเวลานะ คิริล”
คิริลหันกลับมามองหน้าเธอ รอยยิ้มเยือกเย็นปรากฏขึ้นที่มุมปากหยักลึก เขาเอื้อมมือไปคว้าคางเธอขึ้นมาเชยชมเป็นครั้งสุดท้าย กระซิบคำพูดประโยคหนึ่งที่ทำให้เลือดในกายของเธอกลายเป็นน้ำแข็ง
“คิดว่าพวกมันจะเข้ามาช่วยเธอได้จริงๆ งั้นเหรอ? ...ลองหันไปมองหน้าจอมอนิเตอร์นอกห้องน้ำนั่นสิ ผู้หมวดคนสวย ว่าคนที่นำทีมบุกเข้ามาตอนนี้... แท้จริงแล้วเป็นหมาป่าในคราบแกะของใครกันแน่”
ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนผลงานของผมมาโดยตลอดนะครับ
เซฟเฮาส์อาชญากรรมกับรอยสักบนแผ่นหลังของศัตรู•ตอนที่ 5
เกมไล่ล่ากลางดึก
ผลงานโดย ภาคินทร์เที่ยงคืน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ภาคินทร์เที่ยงคืน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์อาชญากรรมกับรอยสักบนแผ่นหลังของศัตรู นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!