เหล็กกล้าเย็นเยียบของปลอกกระสุนถูกดีดลงบนพื้นโต๊ะไม้สักทอง เสียงก้องกังวานนั้นบาดลึกเข้าไปในความเงียบงันของห้องนิรภัยชั้นใต้ดิน ปืนพกสั้นประจำกายของร้อยตำรวจเอกหญิงพิมพ์มาดาถูกถอดแยกชิ้นส่วนวางเรียงรายอยู่เบื้องหน้า ราวกับซากเครื่องจักรที่ไร้ซึ่งอำนาจในการปกป้องเจ้าของ
ดวงตาคู่คมของคิริล วาเลนตินอฟจดจ้องมองมันด้วยความรู้สึกขบขันเจือความเย้ยหยัน ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีดำสนิทขยับกายเข้าหาหญิงสาวที่ถูกพันธนาการสติปัญญาและอิสรภาพไว้ด้วยเกมอำนาจของเขา กลิ่นอายบุหรี่ราคาแพงผสมผสานกับความเย็นชาอันเป็นเอกลักษณ์แผ่ซ่านกดดันบรรยากาศรอบตัวจนแทบหายใจไม่ออก
"ดูเหมือนว่า... คืนนี้แขกของเราจะน่าสนใจกว่าที่คิดนะ ผู้หมวด..."
เสียงทุ้มต่ำราวกับเสียงคำรามของสัตว์นักล่าในความมืดเอ่ยขึ้น ขณะที่ปลายนิ้วเรียวยาวของเขาเขี่ยชิ้นส่วนโลหะบนโต๊ะเล่นอย่างเชื่องช้า พิมพ์มาดากลืนก้อนสะอื้นแห่งความคับแค้นลงคออย่างยากลำบาก ร่างเพรียวบางของเธอถูกต้อนจนแผ่นหลังแนบชิดติดกับผนังปูนเปลือยเย็นเฉียบ แต่ทว่าแววตาคู่สวยที่จ้องมองกลับมานั้นกลับลุกโชนไปด้วยเปลวไฟแห่งความทิฐิและเกลียดชัง ไม่มีความหวาดกลัวเจือปนอยู่ในนั้น มีเพียงความดื้อรั้นที่ท้าทายขีดจำกัดความอดทนของอัลฟ่าหนุ่มอย่างจงใจ
"คุณไม่มีสิทธิ์ทำแบบนี้ คิริล... การกระทำของคุณมันคือการลักพาตัวเจ้าหน้าที่รัฐ คุณคิดว่ากฎหมายจะปล่อยคุณไปหรือไง" พิมพ์มาดาเค้นเสียงลอดไรฟัน ความเจ็บแปลบที่ข้อพับแขนจากแรงฉุดกระชากเมื่อครู่ยังคงหลงเหลืออยู่ แต่เธอกลับเลือกที่จะเชิดหน้าขึ้นสู้ สายตาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาสสีเทาเข้มที่ราวกับห้วงสมุทรอันไร้ก้นบึ้งของเขา
คิริลหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นต่ำทุ้มและน่าขนลุก เขาก้าวเข้ามาประชิดตัวจนระยะห่างระหว่างกันแทบเป็นศูนย์ ไออุ่นจากร่างกายของชายหนุ่มปะทะเข้ากับผิวเนื้อเย็นเยียบของเธอ สร้างความตึงเครียดทางเพศที่พุ่งสูงขึ้นอย่างกะทันหันจนน่ากลัว มือหนาเอื้อมไปแตะที่ปลายคางมนของเธอ บังคับให้พิมพ์มาดาต้องเงยหน้าขึ้นรับสัมผัสนั้น แม้เธอจะพยายามเบือนหน้าหนีเพียงใด แต่ปลายนิ้วแข็งแกร่งกลับตรึงเธอไว้ด้วยแรงมหาศาลที่ไม่อาจขัดขืน
"กฎหมายงั้นหรือครับ... ผู้หมวดคนสวย" คิริลโน้มใบหน้าลงมา กระซิบชิดริมใบหูของเธอจนลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดลาดไหล่เปลือย "ในอาณาจักรของผม ไม่มีกฎหมายอื่นใดทั้งสิ้น... นอกจากคำสั่งของผม และตอนนี้... คุณคือเชลยที่ผมเป็นผู้กำหนดชะตากรรม"
สัมผัสจากปลายนิ้วของเขาไล่ต่ำลงมาที่ลำคอระหง ผ่านกระดุมเสื้อเครื่องแบบที่หลุดรุ่ยจากการต่อสู้เมื่อครู่ ผิวเนื้อของพิมพ์มาดาสั่นสะท้านอย่างควบคุมไม่ได้ ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะกระแสความวับวามประหลาดที่แล่นริ้วไปตามเส้นประสาททุกส่วนเมื่อเนื้อตัวสัมผัสกัน แรงดึงดูดอันตรายระหว่างพวกเขารุนแรงเสียจนอากาศในห้องแทบหมดสิ้นไป
พิมพ์มาดาหอบหายใจถี่กระชั้น ยามที่ริมฝีปากหยักลึกของคิริลปัดผ่านพวงแก้มเนียนอย่างจงใจ ความใกล้ชิดนี้เปรียบเสมือนการเดินอยู่บนปลายมีดที่คมกริบ พลาดเพียงนิดเดียวคือความตาย... หรืออาจหมายถึงการสูญเสียจิตวิญญาณและความพ่ายแพ้ต่อสัญชาตญาณดิบที่เขากำลังปลุกปั่นขึ้นมา
"ปล่อย... ฉัน..." เสียงของเธอกล้อมแกล้มอยู่ในลำคอ เมื่อริมฝีปากของเขาเคลียคลออยู่ใกล้กลีบปากอิ่มของเธอเพียงไม่กี่มิลลิเมตร
"ผมปล่อยคุณแน่... แต่ไม่ใช่ตอนนี้"
คิริลกระซิบเสียงพร่า แววตาของอัลฟ่าหนุ่มเปลี่ยนเป็นสีเข้มจัดด้วยไฟปรารถนาที่ถูกจุดติดขึ้นอย่างสมบูรณ์ มืออีกข้างรวบเอวคอดกิ่วของเธอเข้ามาแนบชิดจนแผ่นอกแกร่งบดเบียดกับทรวดทรงอิ่มเอิบ ความเร่าร้อนที่แผ่ออกมาจากตัวเขาราวกับเปลวไฟที่แผดเผาเกราะป้องกันอันน้อยนิดของหญิงสาวให้ละลายหายไปในพริบตา
พิมพ์มาดาสูดหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติ แต่มันกลับยิ่งทำให้เธอดมดลื่นกลิ่นกายเฉพาะตัวที่เย้ายวนและทรงอำนาจของเขาเข้าไปเต็มปอด สัมผัสจากฝ่ามือหนาที่ลูบไล้ไปตามแนวสันหลังผ่านเนื้อผ้าบางเบา ทำให้ร่างกายของเธอบิดเร้าด้วยความรู้สึกแปลกใหม่ที่น่ารังเกียจและลึกล้ำในเวลาเดียวกัน ความโกรธแค้นแปรเปลี่ยนเป็นความปั่นป่วนในท้องน้อยอย่างรวดเร็ว
คิริลไม่ปล่อยให้เธอมีเวลาได้ตั้งตัว เขาประกบจูบริมฝีปากลงมาอย่างดุดันและเอาแต่ใจ เป็นการรุกรานที่ไม่มีการปรานีหรือเปิดโอกาสให้ปฏิเสธ เรียวปากหนาบดขยี้กลีบปากนุ่มของเธอด้วยความกระหายใคร่รู้ รสชาติของความดื้อรั้นและน้ำตาที่ปะปนอยู่บนเรียวปากของพิมพ์มาดายิ่งเพิ่มความเร่าร้อนให้กับการจูบครั้งนี้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น
หญิงสาวพยายามทุบตีอกแกร่งเพื่อประท้วง แต่เรียวแรงอันน้อยนิดกลับไม่ต่างอะไรกับการลูบไล้สำหรับเขา คิริลต้อนเธอจนมุมโดยสมบูรณ์ มือหนาล็อคข้อมือทั้งสองข้างของเธอไขว้ไว้เหนือศีรษะด้วยมือเพียงข้างเดียว ขณะที่มืออีกข้างโอบประคองสะโพกผายเข้าหาตัว บังคับให้เธอต้องแอ่นกายรับสัมผัสอันวาบหวามที่แผ่ซ่านไปทั่วสรรพางค์กาย
ความรู้สึกยินยอมพร้อมใจที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความขัดแย้งเริ่มกัดกินความตั้งใจทั้งหมดของพิมพ์มาดา เสียงครางประท้วงในลำคอของเธอกลับกลายเป็นเสียงหอบหายใจที่เต็มไปด้วยความรัญจวนยามที่ลิ้นร้อนรุกรานเข้าไปในโพรงปาก กวาดต้อนความหวานล้ำอย่างเอาแต่ใจ ร่างกายของเธออ่อนยวบยาบลงในอ้อมแขนของเขา ราวกับเทียนไขที่ถูกหลอมละลายด้วยความร้อนระอุของเปลวเพลิง
คิริลถอนริมฝีปากออกมาช้าๆ อย่างอ้อยอิ่ง ปล่อยให้พิมพ์มาดายืนหอบหายใจโยนตัวด้วยความเหนื่อยอ่อนและสับสน ดวงตาคู่คมของเขาพินิจพิจารณาใบหน้าแดงก่ำและริมฝีปากที่บวมเจ่อจากการจูบด้วยความพึงพอใจอย่างยิ่ง เขายกยิ้มมุมปาก ยามโน้มใบกระซิบคำสั่งเด็ดขาดที่สั่นสะท้านไปถึงขั้วหัวใจของเธอ
"จำรสชาตินี้ไว้ให้ดี ผู้หมวด... เพราะคืนนี้ คุณจะต้องชดใช้ความอวดดีทั้งหมดด้วยร่างกายและหัวใจของคุณเอง"
ในวินาทีที่พิมพ์มาดากำลังจะอ้าปากโต้กลับ เสียงเคาะประตูกระจกบานหนาจากด้านนอกก็ดังขึ้นสามครั้งติดต่อกันอย่างเร่งรีบ พร้อมกับเงาร่างของชายสวมชุดสูทอีกคนก้าวพรวดเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นตระหนก
"นายครับ... ทางหน่วยจู่โจมพิเศษของตำรวจบุกเข้ามาถึงแนวป้องกันชั้นที่สองแล้วครับ... และดูเหมือนว่า... พวกเขามีรหัสผ่านเปิดเซฟเฮาส์นี้ด้วย!"
คิริลชะงัก รอยยิ้มเยือกเย็นหายวับไปจากใบหน้า ดวงตาสีเทาเข้มหันกลับมามองพิมพ์มาดาทีหนึ่งอย่างมีความหมายลึกซึ้ง ก่อนที่เขาจะกระชากร่างบางเข้ามาซ่อนไว้ด้านหลังลำตัว พร้อมกับกระชากปืนกลมือขึ้นมาเตรียมพร้อมในมืออย่างรวดเร็ว
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปในห้วงอารมณ์อันลึกล้ำนี้ด้วยกันนะครับ
เซฟเฮาส์อาชญากรรมกับรอยสักบนแผ่นหลังของศัตรู•ตอนที่ 7
หยดน้ำค้างบนปลายมีด
ผลงานโดย ภาคินทร์เที่ยงคืน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ภาคินทร์เที่ยงคืน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์อาชญากรรมกับรอยสักบนแผ่นหลังของศัตรู นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!