กลิ่นอายของพริกหอมเสฉวนและรากผักชีคั่วที่ลอยอบอวลอยู่ในห้องครัวเล็กๆ ยามค่ำคืน ไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศตึงเครียดภายในบ้านสกุลกู้ผ่อนคลายลงเลยแม้แต่น้อย หลินฟางเซียนตักน้ำซุปกระดูกหมูตุ๋นยาจีนเคี่ยวไฟอ่อนลงในชามกระเบื้องเคลือบ ลวดลายครามบนผิวชามตัดกับไอความร้อนสีขาวที่พวยพุ่งขึ้นมาจนกระจกหน้าต่างขึ้นฝ้า มิติลับในห้างสรรพสินค้าอัจฉริยะของเธอยังคงซ่อนตัวอยู่เงียบๆ หลังพ Zทิชัน แต่วันนี้หัวใจของเธอกลับเต้นผิดจังหวะด้วยสายตาของนายทหารร่างสูงใหญ่ที่ยืนกอดอกพิงกรอบประตูอยู่เงียบๆ มานานนับสาที
"ถ้ามองนานกว่านี้ หม้อตุ๋นยาจีนใบนี้คงทะลุพอดีค่ะ" ฟางเซียนเอ่ยขึ้นโดยไม่หันกลับไป น้ำเสียงของเธอยังคงราบเรียบ แต่มือที่ถือทัพพีไม้ไผ่กลับหยุดชะงักไปนิดหนึ่ง
กู้เฉินไม่ยอมขยับเขยื้อน เขายังคงยืนตระหง่านในชุดเครื่องแบบทหารที่ปลดกระดุมคอเสื้อออกสองเม็ด เผยให้เห็นลำคอแกร่งและหยาดเหงื่อบางเบาจากการฝึกซ้อมหนักหน่วงตลอดทั้งวัน ดวงตาคมกริบของเขาไม่ได้มองสำรวจความเรียบร้อยของห้องครัวเหมือนเช่นเคย แต่มันจับจ้องอยู่ที่แผ่นหลังบอบบางของภรรยา—ผู้หญิงที่เคยถูกมองว่าเป็นเพียงภรรยาบ้านๆ ที่ครอบครัวเก่าส่งมาขัดดอก แต่บัดนี้กลับกลายเป็นหัวใจและเสาหลักที่ทำให้บ้านหลังนี้มีชีวิตชีวาขึ้นมาจริงๆ
"ผมไม่ได้มองหม้อซุป" เสียงทุ้มต่ำและแหบพร่าของเขาดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ "ผมกำลังมองคนทำ"
ฟางเซียนหันขวับกลับมา เผชิญหน้ากับสายตาที่เต็มไปด้วยความรู้สึกซับซ้อนที่เธอยังอ่านไม่ขาด เธอหรี่ตาลงเล็กน้อยอย่างระแวดระวังตามสัญชาตญาณของเชฟสาวผู้ผ่านสมรภูมิธุรกิจมาโชกโชน "ท่านพันจ่ากู้ วันนี้ไปกินยาผิดสำแดงอะไรมาคะ ถึงได้พูดจาแปลกหู หรือว่าตระกูลกู้ทางโน้นส่งจดหมายมาทวงเงินอีก ถึงได้มาทำหน้าเคร่งเครียดใส่ฉันแบบนี้"
"ไม่มีจดหมายอะไรทั้งนั้น" กู้เฉินสาวเท้าเข้ามาใกล้ทีละก้าว กลิ่นอายบุรุษเพศผสมผสานกับกลิ่นสบู่กร้านแดดและกลิ่นจางๆ ของดินปืนลอยเข้าแตะจมูก "และผมไม่ได้เครียด... ผมแค่นึกทบทวนตัวเอง"
เขาก้าวเข้ามาจนประชิดตัว ระยะห่างระหว่างกันเหลือเพียงไม่กี่คืบ ฟางเซียนถอยหลังไปนิดจนสะโพกชนเข้ากับขอบเคาน์เตอร์ครัว แต่เธอก็เชิดหน้าขึ้นสู้ ไม่แสดงอาการตื่นกลัวให้เห็นแม้แต่น้อย มือเรียวเล็กวางทัพพีลงกระทบขอบชามเสียงดัง *กริ๊ก*
"ทบทวนเรื่องอะไรคะ? ทบทวนว่าฉันมันตัวปัญหาที่ทำให้คุณต้องทะเลาะกับแม่และน้องชายหรือเปล่า?" เธอสวนกลับทันควัน น้ำเสียงเจือความน้อยใจที่ซ่อนอยู่ลึกๆ อย่างแนบเนียน "ถ้าคุณคิดแบบนั้น ทางออกก็ง่ายนิดเดียว..."
"ฟางเซียน" กู้เฉินเอ่ยขัดขึ้น เสียงของเขาหนักแน่นและจริงจังจนเธอนิ่งงบไป มือใหญ่ข้างหนึ่งยกขึ้นวางทาบลงบนขอบเคาน์เตอร์ข้างสะโพกของเธอ กักตัวเธอไว้ในพื้นที่แคบๆ ระหว่างอ้อมแขน สายตาที่มองมาเต็มไปด้วยความรู้สึกที่อัดอั้นมานาน "ผมไม่ได้คิดแบบนั้นเลยสักครั้ง... ตั้งแต่วันแรกจนถึงวันนี้ คนที่โง่เง่าที่สุดในบ้านหลังนี้ไม่ใช่คุณ แต่คือผมเอง"
ฟางเซียนชะงัก ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจ นี่ไม่ใช่คำพูดที่เธอคาดว่าจะได้ยินจากปากของนายทหารผู้แข็งกระด้างและหัวโบราณคนนี้
"คุณหมายความว่ายังไง?"
"ผมหมายความว่า..." กู้เฉินสูดลมหายใจเข้าลึกราวกับกำลังรวบรวมความกล้าทั้งหมดในชีวิตการเป็นทหารมารวมไว้ที่วินาทีนี้ สายตาคมเข้มมองลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ "ตอนแรกผมแต่งงานกับคุณเพราะหน้าที่และความรับผิดชอบ ผมคิดว่าคุณก็คงเหมือนผู้หญิงคนอื่นๆ ที่เข้ามาเพื่อเกาะกุมตระกูลกู้ หรือหวังเพียงเงินเดือนทหารของผม แต่สิ่งที่ผมทำลงไป... ความเพิกเฉยของผมในอดีต มันทำให้ผมเกือบสูญเสียคุณไป"
เขาหยุดหายใจไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงที่สั่นพร่าเล็กน้อย ซึ่งคนที่หูไวอย่างฟางเซียนจับสังเกตได้ทันที
"วันที่คุณล้มป่วยลงบนกองฟืนวันนั้น และวันที่คุณลุกขึ้นมาตบหน้าพวกมันเพื่อปกป้องตัวเองในตลาด... คุณรู้ไหมว่าหัวใจของผมมันกระตุกวูบไปไกลแค่ไหน ผมไม่ได้กลัวว่าตระกูลกู้จะโกรธเกลียดผม แต่ผมกลัว... กลัวว่าวันหนึ่งคุณจะทนความเห็นแก่ตัวของผมไม่ไหว แล้วเดินหันหลังออกจากบ้านหลังนี้ไปตลอดกาล"
ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่ในห้องครัวอีกครั้ง มีเพียงเสียงเดือดเบาๆ ของน้ำซุปในหม้อและเสียงหัวใจที่เต้นรัวอยู่ในอกของคนทั้งคู่ ฟางเซียนเม้มริมฝีปากแน่น เธอมองสำรวจใบหน้าคมเข้มที่เต็มไปด้วยร่องรอยความเหนื่อยล้าและความจริงใจที่ฉายชัดผ่านแววตาคู่นั้น ผู้ชายคนนี้ไม่เคยพูดคำหวาน ไม่เคยมีกลอุบายแพรวพราวเหมือนพวกคุณชายเจ้าสำราญในยุคปัจจุบัน แต่ทุกการกระทำของเขา—ไม่ว่าจะเป็นการแอบซ่อนแป้งสาลีชั้นดีไว้ให้เธอทำอาหาร หรือการยืนกรานปกป้องเธอต่อหน้าแม่และน้องชาย—มันคือหลักฐานชิ้นเอกที่ปฏิเสธไม่ได้
"คุณกำลังบอกรักฉัน... อย่างนั้นเหรอคะ?" ฟางเซียนเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่เบากว่าปกติ รอยยิ้มบางๆ ผุดขึ้นที่มุมปากอย่างอดไม่ได้ ทั้งขันทั้งซึ้งในความซื่อบื้อของสามี
กู้เฉินพยักหน้ารับอย่างไม่ลังเล ใบหูสีเข้มของนายทหารหนุ่มขึ้นสีแดงจัดด้วยความเขินอาย แต่นัยน์ตากลับแน่วแน่เด็ดเดี่ยว "ใช่... ผมรักคุณ มากกว่าที่ตัวเองเคยคิดไว้เสียอีก หลินฟางเซียน"
เขาก้มหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นร้อนรดรินอยู่บนพวงแก้มเนียน "ผมรักผู้หญิงที่ฉลาดเป็นกรด คนที่กล้าฟาดฟันพวกสูบเลือดสูบเนื้อจนไม่กล้าเงยหน้าสู้ รักคนที่เป็นทั้งเชฟฝีมือเยี่ยมและภรรยาที่ทำให้บ้านหลังนี้มีคำว่า 'บ้าน' จริงๆ... ต่อจากนี้ไป ใครหน้าไหนก็ไม่มีสิทธิ์มาแตะต้องคุณ แม้แต่แม่หรือน้องชายของผมเอง ถ้าพวกมันกล้าหาเรื่องคุณอีก ผมนี่แหละจะเป็นคนจัดการพวกมันด้วยมือของตัวเอง"
ฟางเซียนหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ความรู้สึกอุ่นวาบแผ่ซ่านไปทั่วหัวใจจนความเหนื่อยล้าจากการต่อสู้กับคนในตระกูลกู้ตลอดหลายวันที่ผ่านมามลายหายไปสิ้น เธอยกมือขึ้นแตะลงบนแผงอกกว้างที่ภายใต้เสื้อเครื่องแบบนั้นกำลังกระเพื่อมไหวตามจังหวะหัวใจ
"พูดจาเข้าหูแบบนี้ สงสัยอยากกินบะหมี่สูตรพิเศษเพิ่มสินะคะ?" เธอยิ้มยั่วเย้า แววตาระยิบระยับด้วยความเจ้าเล่ห์
"กินอย่างอื่นแทนได้ไหมครับ..." เสียงกระซิบพร่าต่ำชิดริมใบหูทำเอาฟางเซียนสะท้านวาบไปทั้งร่าง
ทว่า... ก่อนที่บรรยากาศหวานซึ้งจะก้าวล่วงไปไกลกว่านั้น เสียงทุบประตูด้านนอกบ้านก็ดังขึ้นอย่างรุนแรงและเร่งรีบ ตามมาด้วยเสียงโวยวายแหลมสูงของแม่สามีสกุลกู้ที่แผดก้องทะลุกำแพงเข้ามา
"กู้เฉิน! ไอ้ลูกอกตัญญู! แกเปิดประตูให้ฉันเดี๋ยวนี้เลยนะ! นังสะใภ้ตัวดีมันทำคุณไสยอะไรแก ถึงได้กล้าไล่ฉันกับน้องชายแกออกจากบ้าน แถมยังเอาเงินทองของตระกูลไปซ่อนไว้หมด! เปิดประตูเดี๋ยวนี้ ไม่งั้นฉันจะร้องเรียนผู้กองให้ปลดแกออกจากกองทัพแน่!"
กู้เฉินขมวดคิ้วมุ่นทันที รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกจากร่างของนายทหารหนุ่มในเสี้ยววินาที เขากำมือแน่นจนเส้นเลือดปูดโปーン แต่ก่อนที่เขาจะก้าวเท้าออกไปจัดการปัญหาตัวน่ารำคาญด้านนอก ฟางเซียนกลับเอื้อมมือไปคว้าแขนเขาไว้เสียก่อน
เธอแย้มยิ้มกริ่ม แววตาฉายประกายความเจ้าเล่ห์เฉียบคมราวกับปีศาจน้อยๆ ที่กำลังรอเหยื่อเดินเข้ามาติดกับ
"ไม่ต้องรีบร้อนออกไปค่ะคุณสามี..." ฟางเซียนกระซิบเสียงหวานข้างหูเขา "ในเมื่อแม่สามีสุดที่รักอยากได้เงินนัก ฉันก็เตรียม 'ของขวัญชิ้นพิเศษ' ไว้ต้อนรับนางกับน้องชายตัวแสบพอดี... รับรองว่าคืนนี้พวกมันจะต้องจดจำรสชาติความสะใจที่ฉันปรุงให้ไปจนวันตายเลยล่ะค่ะ"
ฟางเซียนหันไปหยิบโหลแก้วหมักพริกสูตรลับพิเศษจากมิติลับมาถือไว้ในมือ รอยยิ้มเยือกเย็นปรากฏขึ้นที่มุมปาก ขณะที่เสียงทุบประตูด้านนอกทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จนบานไม้สั่นสะเทือน—
แล้วจู่ๆ เสียงทุบประตูก็เงียบกริบลงไปเฉียบพลัน แทนที่ด้วยเสียงกรีดร้องแหลมสูงด้วยความตกใจกลัวของแม่สามีจากด้านนอกราวกับนางเจอผีกลางวันแสกๆ!
---
ขอบพระคุณท่านผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและลิ้มลองรสชาติความอร่อยและความแซ่บไปพร้อมกับเรานะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
สูตรลับฉบับเมียทหาร: ยิ่งรวยยิ่งรัก ยิ่งฟาดให้จมดิน•ตอนที่ 15
คำสารภาพของสามี
ผลงานโดย ครัวคุณยาย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ครัวคุณยาย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สูตรลับฉบับเมียทหาร: ยิ่งรวยยิ่งรัก ยิ่งฟาดให้จมดิน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!