"ถ้าพวกแกยังกล้าเหยียบเข้ามาหน้าร้านฉันอีกแม้แต่ก้าวเดียว อย่าหาว่าฉันไม่เตือน!"
เสียงตบโต๊ะดังสนั่นหวั่นไหวจนจานกระเบื้องบนชั้นวางสั่นสะเทือน หลินฟางเซียนยืนกอดอก ใบหน้างามเชิดขึ้นเล็กน้อย นัยน์ตาสุกใสคู่นั้นฉายแววเยียบเย็นจนแม่สามีสกุลกู้ถึงกับสะดุ้งโหย่ง ถอยหลังกรูดไปสามก้าวด้วยความตกใจ ไม่คาดคิดว่าสะใภ้รองที่เคยเงียบงันราวกับลูกไก่ในกำมือ จะกลายร่างเป็นพยัคฆ์สาวผู้ดุร้ายได้รวดเร็วเพียงนี้
บรรยากาศหน้าแผงค้าในตลาดสดช่วงบ่ายแก่ๆ กำลังคึกคัก กลิ่นหอมฉุยของ "แกงพะแนงเนื้อน่องลาย" สูตรโบราณที่ฟางเซียนเพิ่งเคี่ยวจนน้ำแกงข้นคลั่ก แตกมันสวยงาม ส่งกลิ่นยวนยวนเย้ายวนใจไปทั่วบริเวณ ลูกค้าหลายคนยืนออกันแน่นขนัดเพื่อรอซื้อพะแนงใส่ปิ่นโตกลับบ้าน แต่เหตุการณ์กลับถูกขัดจังหวะด้วยกลุ่มคนหน้าเดิม—แม่สามีตัวแสบที่พ่วงมากับญาติฝั่งสามีอีกสองคน หวังจะมาไถเงินสดและกวาดต้อนอาหารกลับบ้านไปกินฟรีๆ โดยอ้างสิทธิ์ความเป็นผู้ใหญ่
"นังสะใภ้เนรคุณ! แกกล้าขึ้นเสียงใส่แม่ของสามีแกอย่างนั้นเรารึ!" แม่สามีแผדเสียงแหลมสูง ใบหน้าย่นยู่ด้วยความโกรธเกรี้ยว มือเหี่ยวย่นชี้หน้าฟางเซียนสั่นระริก "ฉันเป็นแม่นะ! หาว่าฉันมาปล้นแกงพวกนี้งั้นรึ แกทำขายได้เงินเป็นกอบเป็นกำ ทำไมจะแบ่งให้ญาติผู้ใหญ่กินไม่ได้! อกตัญญูที่สุด!"
"ผู้ใหญ่ที่วันๆ จ้องแต่จะสูบเลือดสูบเนื้อคนอื่น เขาไม่เรียกผู้ใหญ่หรอกค่ะ เขาเรียกว่า 'ปลิง'!" ฟางเซียนสวนกลับทันควัน น้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคมราายมีดโกนอาบน้ำผึ้ง "เงินที่ฉันลงทุนซื้อวัตถุดิบ แรงกายที่ฉันยืนเคี่ยวแกงตั้งแต่ตีสาม พวกท่านเคยยื่นมือมาช่วยสักนิดไหมคะ? ตอนฉันลำบากแทบไม่มีข้าวกรอกหม้อ พวกท่านอยู่ไหน? พอฉันตั้งตัวได้ ทำมาหากินขึ้น รีบวิ่งแจ้นเอาถุงกระสอบมารอรับส่วนบุญ หน้าหนาเกินไปหน่อยไหมคะคุณแม่?"
คำพูดเจ็บแสบราatศรปักอกทำเอาคนมุงรอบด้านส่งเสียงฮือฮา หลายคนพากันพยักหน้าเห็นด้วย เพราะพฤติกรรมเอาเปรียบของครอบครัวนี้เป็นที่เลื่องลือไปทั่วหมู่บ้านทหารอยู่แล้ว
ญาติผู้ชายคนหนึ่งหน้าตาถมึงทึง ทนความอับอายไม่ไหว เงื้อมือขึ้นทำท่าจะพุ่งเข้าไปตบสั่งสอนสะใภ้ปากกล้า "นังนี่! ปากดีนักนะ วันนี้ฉันจะสั่งสอนแกแทนพี่รองเอง—"
*หมับ!*
ข้อมือหนาใหญ่ราคีบเหล็กคว้าหมัดนั้นไว้กลางอากาศอย่างแรง แรงบีบมหาศาลทำให้กระดูกข้อต่อลั่นกรอบจนชายคนนั้นร้องโอดโอยออกมาด้วยความเจ็บปวด
"แก... แกกล้าจับมือฉันเรอะ ปล่อยนะเว้ย!" ชายคนนั้นหันไปจะด่าทอ แต่เมื่อเงยหน้าขึ้นสบตากับร่างสูงใหญ่ในชุดเครื่องแบบทหารที่แผ่รังสีอำมหิตออกมารอบตัว ร่างทั้งร่างก็แข็งทื่อราวกับถูกสาปให้เป็นหิน
"นาย... นายรอง..."
กู้เฉินก้าวเท้าออกมาจากเงาร่มไม้ ใบหน้าคมเข้มบึ้งตึง ดวงตาสสีนิลดุจเหยี่ยวจ้องมองญาติผู้พี่และมารดาด้วยแววตาที่ไร้ซึ่งความAอบอุ่น ความกดดันระดับนายทหารสนามรบแผ่ซ่านจนผู้คนที่ยืนอยู่โดยรอบต้องถอยกรูดด้วยความหวาดกลัว เขายังคงกุมข้อมือชายคนนั้นไว้แน่น ก่อนจะสะบัดออกอย่างไม่ใยดีจนอีกฝ่ายเซถลาไปชนลังไม้
"ใครอนุญาตให้นายยกมือใส่ภรรยาฉัน?"
น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลังเอ่ยขึ้นช้าๆ ทว่าก้องกังวานไปทั่วบริเวณ กู้เฉินก้าวเข้าไปยืนบังฟางเซียนไว้ครึ่งตัว แผ่นหลังกว้างใหญ่เปรียบเสมือนกำแพงเหล็กที่พร้อมปกป้องเธอจากทุกสิ่ง
แม่สามีเห็นลูกชายคนเล็กที่เคยเชื่อฟังตนทุกอย่างกลับยืนขวางหน้าและส่งสายตาดุดันใส่ นางถึงกับเข่าอ่อนแต่ก็ยังทำใจดีสู้เสือ ร้องไห้โฮฟูมฟายตีอกชกตัว "ไอ้ลูกอกตัญญู! แกเห็นเมียดีกว่าแม่รึไง! นังนี่มันเป่าหูอะไรแก ห๊ะ! ฉันเป็นคนคลอดแกออกมานะ นังกาลกิณีคนนี้มันทำลายครอบครัวเรา แกกล้าดียังไงมาทำหน้าดุด่าแม่ตัวเอง!"
ฟางเซียนแอบอมยิ้มมุมปากเล็กน้อย นางเอื้อมมือไปแตะชายเสื้อของสามีเบาๆ เป็นเชิงบอกว่ารับมือไหว แต่กู้เฉินกลับเอื้อมมือมาจับมือเรียวของเธอไว้แน่น อบอุ่น และมั่นคง
"แม่ครับ..." กู้เฉินเอ่ยเสียงเรียบ แต่น้ำหนักในคำพูดนั้นหนักแน่นดุจภูผา "ผมให้เกียรติแม่เสมอในฐานะผู้ให้กำเนิด แต่เกียรติที่แม่ทำตัว มันหมดลงตั้งแต่แม่พยายามทำร้ายและรีดไถภรรยาผมซ้ำแล้วซ้ำเล่า ฟางเซียนคือภรรยาที่ผมรักและเลือกด้วยชีวิต ใครก็ตามที่กล้าแตะต้องเธอ หรือคิดจะมาสร้างความเดือดร้อนให้ร้านของเธอ คนๆ นั้นต้องเดินผ่านซากศพผมไปก่อน!"
คำประกาศกร้าวที่เต็มไปด้วยความคลั่งรักและความเด็ดขาด ทำเอาบรรดาญาติๆ หน้าซีดเผือด ไม่มีใครกล้าปริปากเถียงสักแอะ รัศมีของนายทหารผู้ผ่านศึกมาโชกโชนนั้นน่ากลัวเกินกว่าจะต่อกรด้วย
แม่สามีอ้าปากพะงาบๆ พูดไม่ออก ได้แต่ชี้หน้าลูกชายและสะใภ้ด้วยความแค้นเคือง "ได้... พวกแกจำไว้เลยนะ! อกตัญญูทั้งผัวทั้งเมีย! ฉันจะไปฟ้องผู้บังคับบัญชาของแก ให้เขามาดูความประพฤติพาลของแก!"
"เชิญตามสบายครับ" กู้เฉินตอบกลับทันทีอย่างไม่เกรงกลัว "ถ้าผู้บังคับบัญชาจะถามว่าทำไมผมถึงปกป้องภรรยา ผมยินดีอธิบายให้ฟังทุกประโยค รวมถึงหลักฐานบัญชีที่พวกคุณเคยรีดไถเงินเดือนผมไปปรเปรอคนอื่นด้วย... อยากลองดูไหมล่ะครับ?"
สิ้นคำพูดนั้น แม่สามีและเหล่าญาติก็หน้าถอดสีทันที พวกเขารู้ดีว่าหากเรื่องนี้ถึงหูผู้บังคับบัญชาจริงๆ มีแต่จะพากันอับอายและอาจถึงขั้นถูกสอบสวนเรื่องการรีดไถทรัพย์สิน พากันลนลานหันหลังวิ่งหนีหายลับไปจากตลาดอย่างไม่คิดชีวิต
เสียงปรบมือเบาๆ และเสียงแซ่ซ้องชื่นชมจากชาวบ้านรอบข้างดังขึ้น ฟางเซียนถอนหายใจออกมาเบาๆ ด้วยความโล่งอก ก่อนจะหันมามองสามีด้วยแววตาเป็นประกายระยิบระยับ
"สามีคะ... วันนี้คุณเท่เป็นบ้าเลยค่ะ" นางกระซิบกระซอabเย้าแหย่ พลางหยิบผ้าสะอาดมาซับเหงื่อให้เขาเบาๆ
กู้เฉินมุมปากกระตุกยิ้ม โอบเอวบางเข้ามาแนบชิด กระซิบข้างหูด้วยเสียงทุ้มพร่าชวนใจสั่น "ปกป้องภรรยาคือหน้าที่ของผมครับ... แต่ถ้าคืนนี้ถ้าเธอไม่ยอมตัก 'แกงพะแนงเนื้อน่องลาย' ชามพิเศษให้ผมกินเป็นคนแรก ผมอาจจะต้องทวงรางวัลด้วยวิธีอื่นที่ดุเดือดกว่านี้แทนนะ"
ฟางเซียนหน้าแดงก่ำตีเข้าที่อกแกร่งเบาๆ ด้วยความเขินอาย บรรยากาศตึงเครียดเมื่อครู่พลันมลายหายไปสิ้น แทนที่ด้วยความอบอุ่นหวานละมุนจนคนรอบข้างต้องแอบอضอมยิ้ม
ทว่า... ท่ามกลางความเงียบสงบที่กลับคืนมา สายตากลับเหลือบไปเห็นเงาร่างลึกลับในชุดคลุมสีดำสวมหมวกปีกกว้างยืนหลบมุมอยู่หลังเสาตรอกฝั่งตรงข้าม มือเรียวสีซีดข้างนั้นกำลังถือกระดาษแผ่นเล็กๆ ที่มีภาพวาดแปลกประหลาด—มันคือรูปวาดสัญลักษณ์ "มิติร้านค้า" ของฟางเซียนอย่างแม่นยำ!
ขอขอบพระคุณท่านผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและลิ้มลองรสชาติความอร่อยไปพร้อมกับเรานะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
สูตรลับฉบับเมียทหาร: ยิ่งรวยยิ่งรัก ยิ่งฟาดให้จมดิน•ตอนที่ 14
ปกป้องเธอคือหน้าที่
ผลงานโดย ครัวคุณยาย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ครัวคุณยาย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สูตรลับฉบับเมียทหาร: ยิ่งรวยยิ่งรัก ยิ่งฟาดให้จมดิน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!