สูตรลับฉบับเมียทหาร: ยิ่งรวยยิ่งรัก ยิ่งฟาดให้จมดิน•ตอนที่ 13

เมื่อขาใหญ่มาขอซื้อ

ผลงานโดย ครัวคุณยาย
"ถ้าคิดจะเหมาหมดแล้วกดราคาครึ่งหนึ่งเหมือนสุนัขเห็นเศษเนื้อ เกรงว่าคุณคงต้องเดินกลับทางเก่าแล้วล่ะค่ะ ท่านผู้จัดการจาง" เสียงหวานใสแต่กังวานราวกระดิ่งเงินกระทบสายลมเอ่ยขึ้นอย่างไม่ไว้หน้า ท่ามกลางความตกตะลึงของพ่อค้าแม่ขายและชาวบ้านมุงนับสิบชีวิตที่เบียดเสียดกันแน่นขนัดหน้าแผงลอยชั่วคราว หลินฟางเซียนยืนกอดอก ใบหน้าเรียวรูปไข่ประดับด้วยรอยยิ้มบางเบาที่ไปไม่ถึงดวงตา ดวงตากลมโตเป็นประกายดุจลูกแก้วผลึก ท่าทีของเธอนิ่งสงบ ทว่าแฝงไว้ด้วยความเฉียบคมชนิดที่ต่อให้เป็นชายฉกรรจ์อกสามศอกก็ยังต้องสะท้อนใจ ชายวัยกลางคนร่างท้วม สวมเสื้อผ้าเนื้อดีแต่ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความขัดแย้งระหว่างความอยากได้และความอับอาย—จางอี้หมิง ผู้จัดการสหกรณ์ประจำอำเภอและเจ้าพ่อตลาดมืดท้องถิ่น—ถึงกับสำลักน้ำลายตัวเอง เขาอุตส่าห์แหวกฝูงชนเข้ามาด้วยท่าทีมา The Boss สั่งลุย กะว่าจะใช้บารมีและเงินสดก้อนโตฟาดหัวยายสะใภ้ทหารบ้านนอกคนนี้ให้หมอบราบคาบเหมือนเช่นเคย แต่ใครจะคาดคิดว่าแม่นางน้อยคนนี้จะไม่เพียงแต่ไม่เกรงกลัวอำนาจมืดของเขา แต่ยังตอกหน้ากลับด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบจนเขาเกือบเสียศูนย์ "นี่เธอบังอาจพูดจาแบบนี้กับฉันรู้ตัวหรือเปล่า หลินฟางเซียน!" จางอี้หมิงหน้าดำคร่ำเครียด ขบกรามแน่นจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปน "สินค้าของเธอมันก็แค่แป้งทอดเคลือบเครื่องเทศบ้านๆ ที่บังเอิญกลิ่นหอมเตะจมูกชาวบ้านเขาไปวันๆ ฉันอุตส่าห์เมตตาจะเหมาซื้อทั้งหมดในราคาส่งเพื่อเอาไปกระจายต่อ นี่ถือว่าฉันให้เกียรติเธอมากแล้วนะ!" "ให้เกียรติเหรอคะ?" ฟางเซียนหัวسخريةเบาๆ ในลำคอ ก่อนจะก้าวเท้าเข้าไปใกล้แผงไม้สนที่วางเรียงรายด้วย "ซาลาเปาทอดกรอบเคลือบพะโล้สูตรโบราณ" และ "น้ำพริกกากหมูสูตรลับฉบับตระกูลกู้" ที่ส่งกลิ่นหอมฟุ้งเย้ายวนใจไปทั่วตรอกซอกซอย กลิ่นอายของโป๊ยกั้กอบเชยผสมผสานกับความเผ็ดร้อนของพริกคั่วและกระเทียมเจียวใหม่ๆ ลอยอวลจนต่อมหิวของทุกคนในรัศมีร้อยเมตรทำงานอย่างบ้าคลั่ง เธอยกมือขึ้นหยิบซาลาเปาทอดสีเหลืองทองกรอบนอกนุ่มในขึ้นมาหนึ่งชิ้น บิออกช้าๆ เผยให้เห็นควันฉุยและไอน้ำสีขาวที่กรุ่นกลิ่นเครื่องเทศหอมทะลักออกมา ชวนให้น้ำลายสอ "ถ้าสินค้าของฉันมันไร้ค่าอย่างที่คุณปากว่า เหตุใดตั้งแต่เช้าตรู่จนถึงยามนี้ แผงของฉันถึงขายหมดเกลี้ยงไปสามรอบ และมีคนต่อคิวรอซื้อยาวไปจนถึงหัวมุมถนนล่ะคะ? หรือว่าสายตาของคุณผู้จัดการจางมีปัญหาเรื่องการมองเห็น... หรือสมองส่วนที่ใช้ประเมินมูลค่าสินค้ามันเสื่อมสภาพไปตามอายุไขกันแน่?" เสียงฮือฮาดังขึ้นรอบทิศทาง ชาวบ้านบางคนถึงกับกลั้นหัวเราะไม่อยู่เมื่อเห็นเจ้าพ่อตลาดมืดผู้ทรงอิทธิพลถูกหญิงสาวรูปร่างบอบบางย้อนเกล็ดเข้าให้เต็มรัก ในมิติห้างสรรพสินค้าล้ำยุคที่ซ่อนอยู่หลังม่านสติของฟางเซียน หน้าจอโฮโลแกรมสีฟ้าอ่อนยังคงกระพริบเตือนสถานะการขายอย่างต่อเนื่อง: *[ยอดขายทะลุเป้า 300% / วัตถุดิบในคลังสินค้าสำรองคงเหลือ 70%]* การที่เธอเลือกใช้แป้งสาลีคุณภาพสูงจากโลกอนาคตมานวดผสมกับยีสต์ธรรมชาติ และเคี่ยวเครื่องเทศด้วยหม้อแรงดันลับในมิติ ทำให้รสชาติของซาลาเปาทอดและน้ำพริกกากหมูของเธอกลายเป็น "สินค้าหายาก" ที่แม้แต่คนมีเงินก็ยังหาซื้อไม่ได้ในตลาดทั่วไป นี่คือเหตุผลที่จางอี้หมิงต้องดลบันดาลตัวเองวิ่งแจ้นมาถึงที่นี่ด้วยความโลภครอบงำ "นัง... นังเด็กปากดี!" จางอี้หมิงชี้หน้าด้วยความโกรธเกรี้ยว มือสั่นเทา "เธอคิดว่ามีสามีเป็นทหารยศกระจ้อยริดแล้วจะกร่างในเขตนี้ได้งั้นรึ? ระวังตัวไว้ให้ดีเถอะ ของกินของใช้พวกนี้ถ้าไม่มีใบอนุญาตค้าขายจากสหกรณ์ของฉัน เธอจะไม่มีวันวางขายที่ไหนได้อีกแม้แต่ตารางนิ้วเดียว!" บรรยากาศรอบข้างพลันเงียบกริบลงทันที ความกดดันแผ่ซ่านเข้ามาในอากาศ การใช้อำนาจมืดข่มขู่เรื่องใบอนุญาตคือไม้ตายที่จางอี้หมิงใช้สยบพ่อค้าแม่ขายมานักต่อนักแล้ว แม่ค้าหลายคนเริ่มหน้าถอดสีด้วยความหวาดกลัวแทนฟางเซียน ทว่า ฟางเซียนกลับไม่สะทกสะท้านเลยแม้แต่น้อย รอยยิ้มบนริมฝีปากของเธอยิ่งลึกล้ำขึ้นไปอีก ดวงตากลมโตคู่นั้นมองตรงไปยังชายร่างท้วมราวกับกำลังมองตัวตลกที่กำลังแสดงละครสัตว์ฉากใหญ่ "ใบอนุญาตงั้นเหรอคะ?" ฟางเซียนทวนคำ น้ำเสียงราบเรียบแต่ทรงพลัง "น่าเสียดายจริงๆ ที่สามีของฉัน... พันจ่ากู้เฉิน ไม่เคยสอนให้ฉันต้องก้มหัวให้ใคร ไม่ว่าจะเป็นโจรในคราบข้าราชการ หรือหมาป่าห่มหนังแกะอย่างคุณ!" ทันทีที่เอמהชื่อ "กู้เฉิน" ออกมา ฝูงชนก็ยิ่งแตกตื่นฮือฮาหนักขึ้นไปอีก ใครๆ ในกองพันและชุมชนแห่งนี้ต่างรู้กิตติศัพท์ความดุ เด็ดเดี่ยว และฝีมือการต่อสู้ระดับพระกาฬของพันจ่ากู้เฉินดี ชายหนุ่มผู้ที่ไม่เคยเกรงกลัวใครหน้าไหนและพร้อมจะแลกชีวิตเพื่อปกป้องภรรยาเสมอ จางอี้หมิงหน้าซีดเผือดลงชั่วขณะเมื่อได้ยินชื่อนั้น แม้เขาจะมีอิทธิพลในตลาด แต่ก็ไม่อยากมีเรื่องโดยตรงกับนายทหารสายเลือดร้อนที่มีเบื้องหลังและฝีมือการรบเป็นที่ยอมรับอย่างกู้เฉิน เขากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก พยายามจะงัดไม้แข็งสุดท้ายออกมาขู่ขวัญ "เธอ... เธอคิดว่ากู้เฉินจะช่วยเธอได้ตลอดรอดฝั่งรึไง งานในค่ายทหารมันยุ่งจะตาย เขาจะมารู้เห็นอะไรด้วยกับเรื่องค้าขาย..." "ใครบอกว่าผมไม่รู้เรื่องล่ะครับ?" เสียงทุ้มต่ำ กังวาน และทรงพลังดังแทรกขึ้นมาจากด้านหลังฝูงชน น้ำเสียงนั้นราบเรียบ เย็นเยียบ ไร้ซึ่งความปรานี ราวกับเสียงกริชที่ถูกชักออกจากฝัก ทันใดนั้น ฝูงชนก็แหวกออกเป็นทางโดยอัตโนมัติ ปรากฏร่างสูงใหญ่ในชุดเครื่องแบบทหารสีเขียวเข้ม ร่างกายกำยำสมส่วน ก้าวเดินเข้ามาด้วยจังหวะมั่นคงและสง่างาม ใบหน้าคมเข้มหล่อเหลาราวกับถูกแกะสลัก ดวงตาคมกริบราวกับเหยี่ยวคู่นั้นกวาดมองจางอี้หมิงด้วยแววตาที่กดดันจนอีกฝ่ายแทบหยุดหายใจ พันจ่ากู้เฉินเดินตรงดิ่งเข้าไปยืนเคียงข้างภรรยาตัวน้อย เอื้อมมือหนาโอบเอวบางของเธอไว้แสดงความเป็นเจ้าของอย่างชัดเจน ก่อนจะปรายตามองผู้จัดการสหกรณ์จอมเจ้าเล่ห์ด้วยรอยยิ้มเยือกเย็นที่มุมปาก "เมียผมทำมาหากินสุจริต เสียภาษีถูกต้องตามกฎระเบียบของกองทัพและชุมชนทุกประการ" กู้เฉินเอ่ยด้วยน้ำเสียงกังวานที่สะท้อนไปทั่วบริเวณ "แต่ถ้าผู้จัดการจางยังกล้ามาก้าวร้าว ข่มขู่ หรือใช้อำนาจบาทใหญ่รังแกเธออีกแม้แต่คำเดียว... ผมคงต้องขอเชิญคุณไป 'ดื่มน้ำชา' ปรับความเข้าใจกันที่กองร้อยของผมสักสามวันสามคืน ไม่ทราบว่าคุณผู้จัดการสนใจจะรับคำเชิญนี้เลยไหมล่ะครับ?" จางอี้หมิงเข่าอ่อนยวบลงไปครึ่งหนึ่ง เหงื่อกาฬไหลท่วมแผ่นหลัง ความฮึกเหิมเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความหวาดกลัวจับใจเมื่อต้องเผชิญหน้ากับนายทหารหนุ่มผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเด็ดขาดคนนี้ ฟางเซียนช้อนตาขึ้นมองสามีหนุ่มที่ยืนตระหง่านปกป้องเธออยู่ข้างกาย หัวใจดวงน้อยอิ่มเอมไปด้วยความอบอุ่นและความพึงพอใจอย่างบอกไม่ถูก เคมีที่ลงตัวระหว่างความฉลาดเฉลียวของเธอและความคลั่งรักปกป้องเมียของเขายิ่งทำให้บรรยากาศรอบตัวอบอวลไปด้วยความหวานชวนฝัน ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังชื่นมื่นและชัยชนะตกเป็นของสองสามีภรรยา— จู่ๆ เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบก็ดังขึ้นจากตรอกฝั่งตรงข้าม พร้อมกับเสียงตะโกนก้องด้วยความตกใจของชาวบ้านที่ถอยร่นเปิดทางให้แขกผู้ไม่ได้รับเชิญกลุ่มใหม่ ร่างของชายสูงวัยในชุดเจ้าหน้าที่ระดับสูงจากตัวเมือง พร้อมด้วยบอดี้การ์ดสวมแว่นตาดำสี่คนก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่หน้าแผงลอยของฟางเซียน ดวงตาของชายสูงวัยคนนั้นกวาดมองไปที่ซาลาเปาทอดและหม้อน้ำพริก ก่อนจะหยุดนิ่งที่ใบหน้าของฟางเซียนด้วยรอยยิ้มแปลกประหลาดที่ซ่อนความลับบางอย่างไว้ "เจอตัวสักที... แม่ครัวผู้ปรุงรสชาติที่ท่านผู้นำตามหามาตลอดสามเดือน" ชายสูงวัยเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงกังวานที่ทำให้ทุกคนในที่นั้นถึงกับลมหายใจสะดุด ขอขอบพระคุณท่านผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและลิ้มลองรสชาติความอร่อยไปพร้อมกับเรานะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (ครัวคุณยาย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สูตรลับฉบับเมียทหาร: ยิ่งรวยยิ่งรัก ยิ่งฟาดให้จมดิน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%