เสียงกระแทกถาดกระเบื้องเคลือบลงบนโต๊ะไม้เนื้อแข็งดังสะท้านจนน้ำแกงในชามกระฉलक หยดลงมาเปื้อนผ้าปูโต๊ะลายดอกดวงใหญ่อย่างน่าเกลียด แม่สามีสกุลกู้ยืนค้ำหัวด้วยใบหน้าบิดเบี้ยว รอยย่นบนหน้าผากยับย่นราวกับผ้าขี้ริ้วตากแห้ง ดวงตาคู่นั้นจ้องมองหลินฟางเซียนด้วยความสะใจระคนดูแคลน
"นังตัวดี! แกคิดว่าทำตัวเป็นแม่พระแจกจ่ายอาหารให้ชาวบ้านแล้วความจริงโสโครกของแกจะถูกกลบมิดอย่างนั้นหรือ? ข่าวลือเรื่องแกแอบไปพบผู้ชายแปลกหน้าหลังค่ายทหารเมื่อคืนก่อนแพร่สะพัดไปทั่วตลาดสดแล้ว! ศีลเสื่อมเช่นนี้ ยังมีหน้ามาทำตัวลอยหน้าลอยตาอยู่ในบ้านพักทหารอีกหรือ"
เสียงแหลมสูงของนางก้องกังวานไปทั่วห้องครัว เรียกสายตาตื่นตระหนกจากบรรดาแม่บ้านทหารที่มารวมตัวกันรอดูความสนุกรอบระเบียงบ้าน ข่าวลือเรื่องชู้สาวในค่ายทหารเป็นเรื่องคอขาดบาดตาย หากจัดการไม่ดี สามีอย่างกู้เฉินอาจถูกหางเลขจนหมดอนาคตทางการ
หลินฟางเซียนไม่ได้สะดุ้งสะเทือนแม้แต่น้อย นางค่อยๆ วางตะหลิวไม้ลงบนขอบกระทะเหล็กหล่อ ควันหอมฉุยของ "แกงเขียวหวานเนื้อตุ๋นเครื่องเทศโบราณ" ลอยอวลปะปนกับกลิ่นอายความตึงเครียด นางใช้ผ้าสะอาดเช็ดมือช้าๆ ก่อนจะหันกลับมาเผชิญหน้าด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปาก
"คุณแม่พูดจาระวังปากหน่อยนะคะ" ฟางเซียนกล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่เฉียบคมดุจใบมีดโกนอาบน้ำผึ้ง "ผู้ชายแปลกหน้าที่คุณแม่กล่าวถึง... หมายถึงสายสืบจากกรมพลาธิการที่มาตรวจสอบคลังสินค้าเกษตรของฉันเมื่อคืนวานซืนใช่ไหมคะ? หรือว่าคุณแม่หูหนวกตาบอดจนแยกแยะไม่ออกระหว่าง 'การเจรจาธุรกิจการค้า' กับ 'เรื่องชู้สาว' กันแน่?"
คำพูดตอกกลับอย่างไร้ความเกรงใจทำเอาแม่สามีหน้าชาวาบ นางอ้าปากพะงาบๆ เหมือนปลาขาดน้ำ ครั้นจะเถียงก็จนด้วยหลักฐาน เพราะชาวบ้านต่างรู้ว่าช่วงนี้ฟางเซียนกำลังขยายกิจการค้าขายพืชผลทางการเกษตรจนร่ำรวยผิดหูผิดตา
"ปากดีนักนะแก! มีหลักฐานอะไรมาอ้างว่าไม่ได้ทำเรื่องบัดสี! ถ้าบริสุทธิ์ใจจริง ทำไมต้องเก็บตัวเงียบในห้องมิติลับของแกด้วยฮึ!" แม่สามีแผดเสียงกลบเกลื่อนความจำนน พลางพยายามพุ่งมือเข้าไปปัดข้าวของบนโต๊ะเตรียมอาหารเพื่อระบายอารมณ์
ทว่า ก่อนที่ปลายนิ้วเหี่ยวย่นจะทันได้สัมผัสจานเครื่องเทศ ร่างสูงใหญ่ในชุดเครื่องแบบทหารสีเขียวเข้มก็ก้าวพรวดเข้ามาขวางกลาง รัศมีความกดดันแผ่ซ่านออกมาจากตัวพันจ่ากู้เฉินจนทุกคนในรัศมีสบรอบต้องกลืนน้ำลายเอื้อม ดวงตาคมกริบกวาดมองมารดาตนเองด้วยแววตาเย็นชาจนน่ากลัว
"พอได้แล้วครับแม่" เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอ่ยขึ้น นิ่งสนิทแต่ทรงพลัง "ผมเป็นคนยืนยันเองว่าคืนนั้นผมอยู่กับภรรยาตลอดเวลา และเรื่องการค้าขายของฟางเซียน... ผมเป็นคนเซ็นอนุมัติทุนสนับสนุนด้วยตัวเองทั้งหมด ถ้าแม่ยังมีคำพูดสกปรกแบบนี้หลุดออกมาอีก แม้แต่เบี้ยเลี้ยงชีพรายเดือนที่ผมส่งให้แม่ทุก ะ... ผมจะพิจารณาตัดมันออกให้หมด"
แม่สามีหน้าถอดสีทันที นางอ้าปากค้างด้วยความตกใจและโกรธเกรี้ยวระคนหวาดกลัว ไม่คาดคิดว่าลูกชายหัวแก้วหัวแหวนที่เคยเชื่อฟังนางมาตลอด จะกล้าประกาศกร้าวปกป้องภรรยาถึงเพียงนี้เพื่อแลกกับการตัดขาดกับแม่บังเกิดเกล้า
"แก... แกกล้าขู่แม่หรอกู้เฉิน! เพราะนังจิ้งจอกตัวนี้คนเดียว ทำให้แกกล้าอกตัญญูต่อผู้ให้กำเนิด!" นางชี้หน้าลูกชายเนื้อตัวสั่นเทาด้วยความแค้นเคือง
ฟางเซียนถอนหายใจเบาๆ นางหยิบสมุดบัญชีการค้าที่พิมพ์ด้วยกระดาษไขอย่างประณีตจากมิติลับออกมาวางแผ่ลงบนโต๊ะ เสียงกระดาษพลิกดังสวบสาบดึงดูดสายตาของทุกคนให้หันมามองเป็นตาเดียว
"ในเมื่อคุณแม่ยังคาใจเรื่องความสะอาดบริสุทธิ์ของฉัน วันนี้ฉันจะเปิดเผย 'บัญชีการค้าและรายได้' ทั้งหมดของร้านให้ทุกคนในค่ายได้เป็นสักขีพยานนะคะ" ฟางเซียนกวาดสายตามองกลุ่มแม่บ้านทหารที่ยืนมุงอยู่ด้านนอก "เงินทุกหยดหยาดที่ฉันหามาได้ ไม่ได้มาจากการขายตัวหรือเรื่องต่ำช้า แต่มาจากน้ำพักน้ำแรงในการปรุงอาหารและการค้าส่งพืชผลเกษตรที่ถูกต้องตามกฎหมายทุกประการ"
นางเปิดหน้าบัญชีที่มียอดเงินฝากในสหกรณ์ทหารก้อนโต ซึ่งตัวเลขนั้นมากพอจะซื้อบ้านหลังใหญ่ในเมืองได้สบายๆ เสียงสูดปากด้วยความอิจฉาริษยาและทึ่งระคนดังขึ้นเบาๆ จากกลุ่มผู้ชมรอบนอก บรรดาแม่บ้านที่เคยนินทาว่าร้ายต่างหน้าแดงซ่านด้วยความละอายใจเมื่อเห็นหลักฐานชัดเจนคาตา
กู้เฉินหันมามองภรรยาด้วยแววตาอ่อนแสงลง รอยยิ้มภาคภูมิใจปรากฏขึ้นที่มุมปากหนา มือหนาเอื้อมไปกุมมือเรียวบางของภรรยาไว้แน่น บ่งบอกถึงความเชื่อใจและสนับสนุนอย่างไร้เงื่อนไข
"ทีนี้... ใครยังมีข้อสงสัยอะไรอีกไหมคะ" ฟางเซียนเงยหน้าขึ้นสบตาทุกคนด้วยรอยยิ้มการค้าที่งดงามแต่ทรงพลัง "ถ้าไม่มีแล้ว ฉันขอเชิญทุกท่านร่วมชิม 'แกงเขียวหวานเนื้อตุ๋นเครื่องเทศโบราณ' หม้อนี้ เพื่อเป็นเครื่องยืนยันว่าฝีมือและหัวใจของฉันสะอาดบริสุทธิ์แค่ไหน"
นางใช้ทัพพีไม้คนน้ำแกงในหม้อเหล็กหล่อช้าๆ กลิ่นหอมเย้ายวนของกะทิสดเคี่ยวกับพริกแกงโขลกมือ ใบมะกรูดฉีก และเครื่องเทศลับจากมิติลับ ฟุ้งกระจายขจรขจายไปทั่วบริเวณ เพียงชั่วพริบตา กลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์นี้ก็สะกดให้ทุกคนลืมความตึงเครียดเมื่อครู่ไปจนหมดสิ้น
แม่สามีกลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดเคืองเมื่อกลิ่นหอมนั้นยั่วเย้ากระเพาะอาหารจนส่งเสียงร้องโครกคราก ทว่า บรรยากาศกำลังจะคลี่คลายลงด้วยความละมุนละไมของกลิ่นอาหารนั้นเอง
พลัน... เสียงเคาะประตูรั้วไม้หน้าบ้านก็ดังขึ้นสามครั้งติดต่อกันอย่างหนักแน่น ตามด้วยเสียงตะโกนรายงานตัวด้วยน้ำร้อนรนของพลทหารเวรหน้าค่าย
"รายงานท่านพันจ่ากู้เฉิน! มีแขกไม่ได้รับเชิญจากสำนักงานใหญ่เดินทางมาถึงหน้าค่ายแล้วครับ! พวกเขานำ 'หมายตรวจสอบฉุกเฉิน' ระดับสูงมาด้วย และกำลังตรงมาที่บ้านพักของคุณฟางเซียนตอนนี้เลยครับ!"
ฟางเซียนชะงักมือที่กำลังตักแกงใส่ถ้วย ดวงตาคู่สวยหรี่ลงเล็กน้อย รอยยิ้มปริศนาผุดขึ้นที่มุมปาก ท่ามกลางความตกตะลึงของกู้เฉินและใบหน้าซีดเผือดของแม่สามี
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางและลิ้มรสชาติความสุขความแค้นไปกับฟางเซียนเสมอนะคะ
สูตรลับฉบับเมียทหาร: ยิ่งรวยยิ่งรัก ยิ่งฟาดให้จมดิน•ตอนที่ 37
ข่าวลือที่ต้องสยบ
ผลงานโดย ครัวคุณยาย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ครัวคุณยาย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สูตรลับฉบับเมียทหาร: ยิ่งรวยยิ่งรัก ยิ่งฟาดให้จมดิน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!