“ถ้าพวกท่านยังกล้าส่งเสียงโวยวายหน้าร้านของฉันอีกครึ่งคำ ประตูเหล็กบานนี้จะปิดใส่หน้า และอย่าหวังว่าจะได้เหยียบเข้ามาแม้แต่ปลายเล็บ!”
เสียงประกาศกร้าวของหลินฟางเซียนดังแว่วมาจากด้านในครัว พร้อมกับเสียงกระแทกกระทะเหล็กหล่อกับเตาไฟดังสนั่นจนแม่สามีสกุลกู้สะดุ้งโหยง ถอยหลังกรูดด้วยความตกใจปนแค้นเคือง หญิงชราอ้าปากพะงาบๆ หมายจะแผดเสียงด่าทอตามนิสัยเดิม แต่เมื่อปะทะเข้ากับสายตาดุดันราวกับพยัคฆ์สาวของลูกสะใภ้ที่กวาดมองผ่านช่องหน้าต่าง ก็ทำได้เพียงกลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดเคือง ได้แต่ฮึดฮัดกระทืบเท้าอยู่หน้าตึกแถวด้วยความคับแค้นใจ
ในมิติห้างสรรพสินค้าส่วนตัวที่ซ่อนอยู่หลังม่านสายตา ฟางเซียนผ่อนลมหายใจยาวเหยียด ใบหน้ารูปไข่ผุดพรายด้วยเม็ดเหงื่อบางๆ จากความร้อนของเตาไฟ แต่แววตากลับระยิบระยับด้วยความตื่นเต้น เรี่ยวแรงและวัตถุดิบชั้นเลิศที่เธอแอบดึงออกมาจากชั้นสินค้าพรีเมียมในมิติ ทำให้วันนี้เธอกำลังจะสร้างปรากฏการณ์ครั้งใหญ่ที่จะสั่นสะเทือนไปทั้งอำเภอ
“ภรรยาครับ เหนื่อยมากไหม ให้พี่ช่วยเถอะนะ”
เสียงทุ้มต่ำและหนักแน่นดังขึ้น พร้อมกับร่างสูงใหญ่ของพันจ่ากู้เฉินที่ก้าวเข้ามาในครัวอย่างเงียบเชเชียบ เขาสวมชุดทหารเครื่องแบบเต็มยศที่ปลดกระดุมคอเสื้อออกเล็กน้อย ใบหน้าคมเข้มมีร่องรอยความเหนื่อยล้าจากการฝึกกองพัน แต่ดวงตาคมปลาบที่มองภรรยากลับเต็มไปด้วยความอ่อนโยนและห่วงใยจนแทบหยดเป็นน้ำ มือหยาบกร้านจากการจับอาวุธและงานหนักเอื้อมมาซับเหงื่อที่ขมับให้เธออย่างเบามือที่สุด
ฟางเซียนอมยิ้ม เอียงแก้วแนบกับฝ่ามืออุ่นของสามี “ไม่เหนื่อยเลยค่ะพี่กู้... แค่คิดว่าอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า เมนูเด็ดของเราจะทำเงินถล่มทลายจนคนพวกนั้นต้องอ้าปากค้าง ฉันก็มีเรี่ยวแรงขึ้นมาเป็นกองแล้วค่ะ”
กลิ่นหอมกรุ่นที่ลอยฟุ้งอยู่ในอากาศเวลานี้ ไม่ใช่กลิ่นอาหารธรรมดา แต่เป็น “สูตรลับสวรรค์ชั้น 7” เมนูพิเศษที่ผสมผสานระหว่างเครื่องเทศโบราณสูตรลับเฉพาะของตระกูลขุนนางเก่า และเทคนิคการปรุงเนื้อสัตว์ด้วยความร้อนสูงแบบสเปเชียลที่เธอประยุกต์ขึ้นมาจากคลังสินค้าในมิติ ฟางเซียนบรรจงเคี่ยวซอสสูตรพิเศษที่ใช้พริกไทยดำป่นสดใหม่ รากผักชี กระเทียมดอง และน้ำผึ้งป่าเดือนห้า เคี่ยวจนเดือดปุดๆ ส่งกลิ่นหอมหววนเตะจมูก ทะลุกำแพงและหน้าต่างตึกแถว พัดพาไปตามสายลมยามบ่ายจนผู้คนที่เดินผ่านไปมาในตลาดถึงกับต้องหยุดเดินสูดดมกลิ่นหอมนั้นกันถ้วนหน้า
“กลิ่นอะไรน่ะ... หอมฉุนชวนน้ำลายสอขนาดนี้!”
แม่ค้าแผงลอยข้างๆ อุทานขึ้นด้วยความฉงน ขณะที่ลูกค้าหลายคนที่กำลังเลือกซื้อของเริ่มหันรีหันขวาง มองหาต้นตอของกลิ่นหอมที่ชวนให้ท้องไส้ปั่นป่วนและหิวโหยขึ้นมาอย่างกะทันหัน
ภายในร้าน ฟางเซียนจัดการหั่นเนื้อหมูสามชั้นคัดพิเศษที่ผ่านการหมักด้วยสมุนไพรจีนนานาชนิดจนเนื้อนุ่มชุ่มฉ่ำ หนังกรอบสีทองอร่ามจากการทอดด้วยไฟอ่อนสลับแรงตามตำราโบราณ เธอนำมาคลุกเคล้ากับซอสสูตรลับสวรรค์ชั้น 7 ที่เคลือบเงางามฉ่ำวัวฉ่ำควาย โรยด้วยงาขาวคั่วหอมกรุ่นและผักชีใบเลื่อยซอยละเอียด ก่อนจะตักใส่กระทงใบตองตึงที่จัดแต่งอย่างประณีตบรรจง
“พี่กู้คะ... ออกไปเปิดประตูร้านได้แล้วค่ะ ลูกค้ากลุ่มแรกมากันแล้ว” ฟางเซียนเอ่ยด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นระคนมั่นใจ
เมื่อประตูเหล็กถูกเลื่อนเปิดออก กลิ่นหอมระเบิดพลันพุ่งทะยานออกไปด้านนอกราวกับคลื่นลูกใหญ่ ฝูงชนที่ยืนออกันอยู่หน้าร้านถึงกับสูดหายใจเข้าลึกโดยพร้อมเพรียงกัน สายตาทุกคู่พุ่งตรงไปยังถาดกระทะทองเหลืองที่ฟางเซียนยกออกมาวางหน้าร้านอย่างสง่างาม ควันจางๆ ที่ลอยกรุ่นพร้อมกลิ่นหอมของเครื่องเทศและเนื้อย่างเคลือบซอสหวานเค็มกลมกล่อม ทำให้คนที่ต่อแถวยาวเหยียดถึงกับกลืนน้ำลายดังเอื้อม
“นี่คืออะไรกันน่ะแม่นางหลิน? กลิ่นช่างเย้ายวนใจยิ่งนัก!” ลูกค้าขาประจำรายหนึ่งเอ่ยถามด้วยความกระตือรือร้น
“นี่คือ ‘หมูสามชั้นสวรรค์ชั้น 7’ เมนูใหม่จำกัดจำนวนเพียงวันละสามสิบชุดเท่านั้นค่ะ!” ฟางเซียนประกาศด้วยน้ำเสียงกังวานชัดเจน รอยยิ้มพริ้มเพราแต่แฝงด้วยความเฉียบคมฉายชัดบนใบหน้า “รสชาติเข้มข้น หอมกลิ่นเครื่องเทศโบราณ ละลายในปาก และรับรองว่าทานแล้วจะติดใจจนลืมไม่ลง ชุดละเจ็ดสิบหยวนค่ะ!”
*เจ็ดสิบหยวน!*
เสียงฮือฮาดังขึ้นทันที เพราะในยุคสมัยนี้ อาหารจานเนื้อราคาแพงสุดก็แค่ยี่สิบถึงสามสิบหยวนเท่านั้น ราคาเจ็ดสิบหยวนถือว่าแพงหูฉี่จนน่าตกใจ แต่ทว่า... เมื่อความหอมเตะเข้าจมูกอย่างจัง ประกอบกับความอยากรู้อยากเห็นและชื่อเสียงด้านฝีมือการทำอาหารของฟางเซียนที่เลื่องลือไปทั่ว ทำให้ไม่มีใครถอยหลังเลยสักคน
“ฉันเอาหนึ่งชุด!”
“ฉันด้วย! อย่าเพิ่งแซงฉันนะ ข้าจองก่อน!”
“ฉันเอาสองชุดเลย เอาเงินนี่ไป!”
ฝูงชนกรูเข้ามาแย่งกันยื่นเงินสดให้พันจ่ากู้เฉินที่ยืนรักษาความสงบอยู่ข้างกายภรรยา ใบหน้าคมเข้มของนายทหารหนุ่มแม้จะยังคงความเคร่งขรึม แต่แววตากลับระAายด้วยความภาคภูมิใจในตัวภรรยาอย่างปิดไม่มิด มือใหญ่รับเงินนับแบงค์อย่างรวดเร็วและคล่องแคล่ว ขณะที่ฟางเซียนตักอาหารใส่กระทงส่งให้ลูกค้าด้วยความรวดเร็วและแม่นยำ
ผ่านไปไม่ถึงยี่สิบนาที หมูสามชั้นสวรรค์ชั้น 7 จำนวนสามสิบชุดถูกขายหมดเกลี้ยงในพริบตา เสียงชื่นชมและเสียงเคี้ยวอย่างเอร็ดอร่อยดังระงมหน้าร้าน ผู้คนที่มาไม่ทันต่างส่งเสียงโودดครวญด้วยความเสียดาย ขณะที่ยอดเงินในมือของกู้เฉินพุ่งทะยานทะลุหลักพันหยวนในเวลาสั้นๆ สร้างสถิติรายได้สูงสุดเป็นประวัติการณ์ของครอบครัวสกุลกู้ในยุคนี้
ทว่า ท่ามกลางความชุลมุนและเสียงหัวเราะด้วยความยินดีของลูกค้า สายตาคู่หนึ่งที่แอบซุ่มมองอยู่หลังเสาไฟมุมถนนกลับเต็มไปด้วยความริษยาและรอยยิ้มเหี้ยมเกรียม แม่สามีสกุลกู้กำมือแน่นจนเล็บจิกเข้า
แต่ก่อนที่ความวุ่นวายรอบใหม่จะทันได้เริ่มต้นขึ้น จู่ๆ ร่างของชายแปลกหน้าในชุดสูทสากลเรียบร้อย สวมแว่นตากรอบทองและถือกระเป๋าหนังราคาแพง ก็แหวกฝูงชนเดินตรงดิ่งเข้ามาหยุดยืนอยู่หน้าร้านของฟางเซียน เขากวาดสายตามองไปที่คราบซอสบนโต๊ะด้วยแววตาเป็นประกาย ก่อนจะโค้งศีรษะให้ฟางเซียนด้วยความสุภาพ
“ขอประทานโทษครับคุณหลิน... ผมเป็นตัวแทนจากโรงแรมหรูประจำมณฑล ได้ยินกิตติศัพท์ความอร่อยของ ‘สูตรลับสวรรค์ชั้น 7’ จึงอยากจะขอเจรจาผูกขาดซื้อสูตรนี้ไปร่วมลงทุนด้วย ในราคาที่คุณจะต้องคาดไม่ถึงอย่างแน่นอนครับ”
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งกำลังใจให้ฟางเซียนมาโดยตลอดนะคะ
สูตรลับฉบับเมียทหาร: ยิ่งรวยยิ่งรัก ยิ่งฟาดให้จมดิน•ตอนที่ 36
สูตรลับสวรรค์ชั้น 7
ผลงานโดย ครัวคุณยาย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ครัวคุณยาย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สูตรลับฉบับเมียทหาร: ยิ่งรวยยิ่งรัก ยิ่งฟาดให้จมดิน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!