สูตรลับฉบับเมียทหาร: ยิ่งรวยยิ่งรัก ยิ่งฟาดให้จมดิน•ตอนที่ 21

ปิกนิกใต้ต้นไม้ใหญ่

ผลงานโดย ครัวคุณยาย
เสียงกวาดไม้กวาดกระทบพื้นดินดัง *สวาด... สวาด...* เป็นจังหวะสม่ำเสมอ ใต้ร่มเงาของต้นจามจุรียักษ์ใบเขียวครึ้มที่แผ่กิ่งก้านสาขาให้ความเย็นสบาย ทว่าบรรยากาศรอบกายกลับไม่ได้สงบอย่างที่เสียงกวาดใบไม้ควรจะเป็น "วางซุปนั่นลงเถอะค่ะคุณแม่ ขืนช้ากว่านี้เส้นหมี่ในชามจะอืดจนกินไม่อร่อยเอาเสียเปล่า" หลินฟางเซียนเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ใบหน้ารูปไข่ประดับด้วยรอยยิ้มบางเบาที่ไปไม่ถึงดวงตา ดวงตาคู่คมกวาดมองร่างของแม่สามีสกุลกู้ที่กำลังนั่งตัวเกร็งอยู่บนตั่งไม้ไผ่ มือเหี่ยวย่นสั่นระริกเล็กน้อยยามถือชามกระเบื้องเคลือบสีหม่น ปลายจมูกสูดดมกลิ่นหอมหววนของเครื่องเทศป่าและน้ำซุปกระดูกหมูตุ๋นยาจีนที่ลอยกรุ่นเตะจมูกจนต่อมน้ำลายหลั่งออกมาไม่หยุด แม่สกุลกู้กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ดวงตาฝ้าฟางเหลือบมองชามซุปตรงหน้าสลับกับใบหน้าของสะใภ้ที่นางเคยตั้งแง่รังเกียจเดียดฉันท์มาตลอด ตั้งแต่เกิดมาจนอายุเท่านี้ นางไม่เคยได้กลิ่นหอมเย้ายวนใจเช่นนี้จากอาหารของตระกูลไหนเลย แม้แต่บ้านของคหบดีใหญ่ในอำเภอยังเทียบชั้นไม่ได้! แต่ศักดิ์ศรีของแม่สามีผู้เฒ่าที่เคยประกาศกร้าวว่าจะไม่ยอมกินข้าวร่วมหม้อกับสะใภ้ตัวแสบผู้นี้เล่า จะให้กลืนน้ำลายตัวเองยอมจำนนต่อหน้าเด็กเมื่อวานซืนเช่นนี้ได้อย่างไรกัน? "ฉัน... ฉันแค่มองดูเฉยๆ ใครบอกว่าอยากกินกันล่ะ!" แม่สกุลกู้เชิดหน้าขึ้นริมฝีปากสั่นระริกด้วยความทิฐิ แม้ท้องจะส่งเสียงร้องโครกครากประท้วงออกมาเสียงดังลั่นจนคนรอบข้างได้ยินถ้วนหน้าก็ตาม กู้เฉินที่ยืนกอดอกพิงลำต้นไม้อยู่ไม่ไกล หรี่ตาลงเล็กน้อย แววตาคมกริบฉายแววรู้ทันมารดาตัวเอง เขาขยับกายเดินเข้ามาใกล้ภรรยา พร้อมกับยื่นมือหนาไปรับชามซุปจากมือมารดาด้วยความนิ่มนวลแต่เด็ดขาด "ถ้าคุณแม่ไม่อยากทาน งั้นผมยกให้พี่ใหญ่กับน้องรองก็แล้วกันครับ ช่วงนี้พวกเขากำลังเร่งทำนา น่าจะต้องการพลังงานมากเป็นพิเศษ" "แก! ไอ้ลูกอกตัญญู!" แม่สกุลกู้ร้องเสียงหลง รีบคว้าขอบชามกระเบื้องไว้แน่นราวกับกลัวว่ามันจะบินหนีไปจริงๆ ใบหน้าเหี่ยวย่นบิดเบี้ยวด้วยความเสียดายระคนแค้นเคือง "ฉันบอกตอนไหนว่าจะไม่กิน? อาหารตั้งแพงเทวดาที่ไหนจะกล้าทิ้ง เจ้าลูกคนนี้นี่... เห็นเมียดีกว่าแม่ไส้แห้งจริงๆ!" หลินฟางเซียนหลุดเสียงหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ดวงตาคู่สวยระยิบระยับด้วยความขบขัน นางรู้ทันมารดาของสามีผู้นี้ดีเสียยิ่งกว่าใคร คนอย่างแม่สกุลกู้ต่อให้ปากแข็งปานหินผา แต่ถ้าเจอฤทธิ์เดชของความอร่อยเข้าไป รับรองว่าต่อให้เอาช้างมาฉุดก็ไม่อาจหยุดความตะกละลงได้ "ทานช้าๆ ระวังร้อนนะคะคุณแม่ ซุปป่าหม้อนี้ฟางเซียนเคี่ยวด้วยไฟอ่อนนานร่วมสองชั่วยาม ใส่รากโสมป่าและข่าแก่ที่สามีฉันไปขุดมาให้จากหุบเขาด้านหลัง รับรองว่านอกจากจะบำรุงกำลังแล้ว ยังช่วยขับลมแก้ปวดเมื่อยตามข้อได้เป็นอย่างดี เหมาะกับคนแก่ที่ชอบบ่นปวดหลังเป็นที่สุดเลยค่ะ" คำพูดเหน็บแนมแบบนิ่มนวลแต่เจ็บแสบถึงกระดูกดำทำเอาแม่สกุลกู้สำลักน้ำลายตัวเองจนหน้าดำหน้าแดง แต่กระนั้น เมื่อซุปอุ่นๆ รสชาติกลมกล่อมเข้มข้นไหลผ่านลำคอลงไป ความโกรธเคืองทั้งหมดก็พลันมลายหาย วับไปกับตา รสชาติเผ็ดร้อนเล็กน้อยจากพริกไทยป่าผสานความหวานเค็มกลมกล่อมจากกระดูกหมูและเห็ดหอมป่าสดๆ ทำให้ร่างกายที่เหนื่อยล้ามาทั้งวันอบอุ่นซ่านไปถึงทรวงอก นางถึงกับตาโต ตะกละตะกลามตักซุปเข้าปากคำแล้วคำเล่าจนลืมภาพลักษณ์ของแม่สามีผู้สูงศักดิ์ไปเสียสนิท กู้เฉินมองภาพนั้นด้วยความโล่งใจ เขาสบตาภรรยา ริมฝีปากหนายกยิ้มอบอุ่น มือใหญ่เอื้อมไปกุมมือเรียวเล็กของภรรยาไว้ใต้ร่มเงาไม้ บีบเบาๆ เป็นเชิงชื่นชม หลินฟางเซียนช้อนตาขึ้นมองสามี หัวใจดวงน้อยพองโตด้วยความรู้สึกอบอุ่นแปลกประหลาด ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ผู้นี้ ไม่ว่าจะยามอยู่ในสนามรบหรือยามที่ต้องเผชิญหน้ากับครอบครัวตัวเอง ก็ยังคงยืนหยัดเคียงข้างนางเสมอมาไม่เคยเปลี่ยน "อร่อยไหมคะ?" เสียงหวานกระซิบถามเบาๆ "ฝีมือภรรยาผม ต่อให้เป็นแค่ผักต้มก็อร่อยที่สุดในโลกแล้วครับ" กู้เฉินกระซิบตอบด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มที่เต็มไปด้วยความคลั่งรัก จนคนฟังต้องรีบเบือนหน้าหนีด้วยความเขินอาย ซ่อนรอยยิ้มหวานหยดย้อยไว้ภายใต้ใบนิ่งสงบ แต่วันนี้ไม่ได้มีแค่ซุปกระดูกหมูยาจีนเท่านั้น หลินฟางเซียนตั้งใจจะใช้โอกาส "ปิกนิกใต้ต้นไม้ใหญ่" นี้ ในการแสดงฝีมือทำอาหารป่าระดับเชฟอัจฉริยะ เพื่อยกระดับวิถีชีวิตและตบหน้าบรรดาญาติจอมสูบเลือดสูบเนื้อที่แอบชะเง้อคอมองมาจากแปลงนาให้กระอักเลือดเล่น นางสะบัดมือเรียกมิติพิเศษในจิตสำนึก แสงสว่างวาบที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่าปรากฏขึ้น กล่องไม้สนหอมบรรดาเครื่องเทศหายาก เนื้อกวางป่าหมักซอสสูตรลับ และแป้งหมั่นโถวโฮมเมดถูกลำเลียงออกมาอย่างเงียบเชียบ กู้เฉินทำหน้าที่เป็นลูกมืออย่างรู้ใจ เขาก่อเตาถ่านขนาดเล็กด้วยความคล่องแคล่วเปลวไฟสีส้มแดงลุกโชนขึ้นท่ามกลางร่มเงาไม้ใหญ่ กลิ่นหอมของเครื่องเทศนานาชนิด ไม่ว่าจะเป็นยี่หร่า ลูกผักชี และพริกไทยเสฉวน เริ่มคั่วส่งกลิ่นหอมฟุ้งตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ ลมพัดโชยอ่อนๆ พาเอาความหอมหวานเย้ายวนใจนี้ลอยไปไกลจนถึงทุ่งนาเบื้องล่าง บรรดาชาวบ้านที่กำลังก้มหน้าก้มตาเกี่ยวข้าวต่างพากันเงยหน้าขึ้นสูดดมกลิ่นอากาศด้วยความมึนงง "กลิ่นอะไรน่ะ... หอมชะมัด เหมือนเนื้อย่างผสมเครื่องเทศหรูๆ จากในเมืองเลย!" "นั่นมันมาจากทางต้นไม้ใหญ่บ้านสกุลกู้นี่นา! หรือว่าบ้านนั้นจะแอบฆ่าไก่กินกันเอง?" "ไก่บ้าอะไรจะหอมรุนแรงขนาดนี้ เหมือนกลิ่นเนื้อกวางหมักซอสป่าเสียมากกว่า!" เสียงซุบซิบดังระงมขึ้นในหมู่ชาวบ้าน ญาติสนิทมิตรสหายของสกุลกู้ที่เคยมาทำท่าทางอวดเบ่งใส่หลินฟางเซียนเมื่อหลายวันก่อน ถึงกับกลืนน้ำลายเอื้อมคอมองตาเป็นมัน ความอิจฉาริษยาพุ่งทะยานจนแทบคลั่ง ใครจะไปคิดว่าสะใภ้ที่ถูกตราหน้าว่าเป็นตัวซวย จะสามารถเนรมิตอาหารรสเลิศกลางป่าเขาได้น่ากินถึงเพียงนี้ บนตะแกรงเหล็กเหนือเตาถ่าน เนื้อกวางป่าหมักซอสสีแดงฉ่ำส่งเสียง *ฉ่า...* ดังสนั่นยามที่น้ำมันหยดลงบนถ่านร้อน หลินฟางเซียนใช้แปรงขนสัตว์ทาซอสสูตรลับซ้ำลงไปอีกชั้นจนเนื้อกวางขึ้นเงาสวยงาม น่ารับประทาน กลิ่นหอมของน้ำผึ้งป่าและซีอิ๊วโบราณผสมผสานกับกลิ่นควันไม้หอมกรุ่น ปลุกเร้าความหิวโหยของทุกคนในรัศมีร้อยเมตรให้พุ่งสูงถึงขีดสุด แม่สกุลกู้ที่ซดซุปจนเกลี้ยงชาม ถึงกับวางชามลงแล้วคลานเข่าเข้าไปใกล้เตาย่างด้วยความลืมตัว ดวงตาเบิกกว้างจ้องมองชิ้นเนื้อกวางย่างที่กำลังส่งกลิ่นหอมฉุย น้ำลายสอไหลย้อยจนต้องรีบใช้หลังมือเช็ด "ฟางเซียน... ลูกสะใภ้ เนื้อนี่... สุกหรือยัง? ข้า... แม่หมายถึง แม่ยังไม่อิ่ม ชิมอีกสักชิ้นคงไม่เป็นไรกระมัง?" น้ำเสียงของแม่สกุลกู้อ่อนลงจนแทบจะเป็นเสียงอ้อนวอน ความเย่อหยิ่งถือดีเมื่อครู่มลายหายไปสิ้นเหลือเพียงความตะกละตะกลามที่ปิดไม่มิด หลินฟางเซียนปรายตามองแม่สามีเล็กน้อย มุมปากยกยิ้มเยาะอย่างสะใจ นางใช้คีบไม้พลิกชิ้นเนื้อกวางย่างกลับด้านอย่างใจเย็น จงใจปล่อยให้กลิ่นหอมยวนใจนี้ทรมานจิตใจคนโลภให้ขาดรẫน "ยังหรอค่ะคุณแม่ เนื้อกวางป่าต้องย่างให้ไฟคุถึงจะนุ่มละมุนลิ้น และที่สำคัญ..." นางเว้นจังหวะเล็กน้อย ดวงตาคู่คมกวาดมองไปยังชายป่าเบื้องล่างที่มีเงาร่างคุ้นเคยกำลังเดินตรงมาทางนี้ด้วยท่าทีเร่งรีบ "อาหารจานนี้ ฉันไม่ได้ทำไว้ให้คนอกตัญญูหรือคนเห็นแก่ตัวกินหรอกนะคะ..." ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักหน่วงก็ดังขึ้นพร้อมกับเสียงตะโกนกระหึ่มด้วยความตกใจของกู้เฉินที่ผุดลุกขึ้นยืนบังภรรยาไว้ทันที "พี่ใหญ่! ท่านมาทำอะไรที่นี่เวลานี้?" ร่างสูงใหญ่ของพี่ชายคนโตสกุลกู้พุ่งพรวดเข้ามาใต้ร่มไม้ ใบหน้าเปื้อนเหงื่อซีดเผือด เนื้อตัวมอมแมมราวกับวิ่งหนีตายมา มือหนาสั่นเทาชี้ไปทางปากทางเข้าหมู่บ้านพร้อมกับหอบหายใจสะท้าน "เฉิน... แย่แล้ว! คนจากสำนักงานเสบียงกองทัพบุกมาที่บ้านเราแล้ว! พวกเขาบอกว่า... บอกว่าเสบียงหมูสามชั้นเค็มเกรดทหารที่เก็บไว้ในโกดัง... ถูกสับเปลี่ยนเป็นของปลอมทั้งหมดแล้ว!" สิ้นคำพูดนั้น บรรยากาศใต้ต้นไม้ใหญ่ก็พลันเย็นเยียบลงทันที รอยยิ้มบนใบหน้าของหลินฟางเซียนแข็งค้างไปชั่วขณะ ก่อนที่ประกตาวาวโรจน์จะฉายแสงเฉียบคมออกมาอย่างน่ากลัว - ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามความสนุกและร่วมฟาดฟันไปด้วยกันในตอนนี้นะคะ -
สารจากนักเขียน (ครัวคุณยาย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สูตรลับฉบับเมียทหาร: ยิ่งรวยยิ่งรัก ยิ่งฟาดให้จมดิน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%