คราบน้ำมันหมูที่เคลือบอยู่บนกระทะเหล็กหล่อส่งเสียงฉ่าดังลั่นแข่งกับเสียงฝีเท้าหนักแน่นที่หยุดชะงักลงตรงหน้าประตูรั้วไม้ไผ่ หลินฟางเซียนไม่ได้เงยหน้าขึ้นมองทันที เธอยังคงใช้ตะหลิวไม้ไผ่ตวัดเส้นก๋วยเตี๋ยวเหนียวนุ่มลงคลุกเคล้ากับพริกแห้งคั่วป่น กลิ่นหอมฉุนของกระเทียมเจียวใหม่ๆ และพริกไทยดำโขลกละเอียดลอยฟุ้งไปทั่วบริเวณห้องครัวจนกลบกลิ่นอับชื้นเดิมๆ ของบ้านสกุลกู้จนหมดสิ้น
"ฟางเซียน... นั่นเสียงใครมาน่ะ?" เสียงกระซิบหวาดระแวงของแม่สามีดังขึ้นจากห้องโถง พร้อมกับเงาร่างผอมเกร็งที่โผล่มาตรงข้ามประตูกรอบไม้
แต่ยังไม่ทันที่ฟางเซียนจะตักเส้นหมี่คลุกซอสโบราณรสจัดจ้านใส่ชามกระเบื้องเคลือบสีฟ้าลายคราม ประตูรั้วไม้ไผ่ก็ถูกผลักเปิดออกด้วยแรงผลักอันทรงพลัง ร่างสูงใหญ่ในชุดเครื่องแบบทหารสีเขียวเข้มที่เปรอะเปื้อนฝุ่นดินจากการเดินทางไกลก้าวเข้ามา ความสูงเกือบหนึ่งร้อยเก้าสิบเซนติเมตรของเขาทำให้แสงแดดช่วงบ่ายที่สาดส่องเข้ามาดูหดแคบลงทันตาเห็น ไหล่กว้างที่เคยแบกรับภาระหนักอึ้งในกองทัพขยับไหวเล็กน้อย ดวงตาคมกริบใต้คิ้วหนาเข้มกวาดมองไปรอบลานบ้าน ก่อนจะมาหยุดนิ่งอยู่ที่ร่างเพรียวบางของภรรยาที่เขาทิ้งไว้เบื้องหลังนานนับปี
กู้เฉิน... สามีผู้ไม่เคยอยู่ในความทรงจำที่อบอุ่นของร่างเดิม แต่กลับเป็นชายหนุ่มผู้สร้างความสั่นสะเทือนในหัวใจของเชฟสาวแห่งศตวรรษที่ยี่สิบเอ็ด
"คุณ... กลับมาแล้วหรือคะ?" ฟางเซียนวางตะหลิวลงอย่างใจเย็น เธอลอบสำรวจสามีหนุ่มผู้ขึ้นชื่อว่าเป็นเสาหลักของบ้านสกุลกู้ ใบหน้าคมคายนั้นมีร่องรอยความเหนื่อยล้า แต่แววตาที่มองตรงมากลับเต็มไปด้วยความซับซ้อน ทั้งความแปลกใจ ประหลาดใจ และประกายความห่วงหาที่ซ่อนอยู่ลึกๆ ใต้กรอบระเบียบวินัยทหาร
กู้เฉินไม่ตอบในทันที สายตาของเขาไม่ได้มองที่แม่ของตนซึ่งกำลังรีบวิ่งแจ้นออกมาต้อนรับด้วยรอยยิ้มจอมปลอม แต่เขากลับกวาดตามองความเปลี่ยนแปลงรอบบ้านเรือน รั้วไม้ไผ่ที่เคยผุพังได้รับการซ่อมแซมอย่างประณีต แปลงผักสวนครัวหลังบ้านที่เคยแห้งแล้ง บัดนี้กลับเขียวขจีด้วยต้นหอม ผักชี และพริกขี้หนูสวนที่เติบโตอย่างงดงาม และที่สำคัญที่สุด... กลิ่นหอมเย้ายวนของอาหารที่ลอยเตะจมูกเขาตั้งแต่ยังไม่ทันก้าวพ้นปากซอย มันไม่ใช่กลิ่นน้ำต้มผักจืดชืดเหมือนเมื่อก่อน แต่มันคือกลิ่นอายของเครื่องเทศชั้นดีที่ปลุกเร้าประสาทสัมผัสทุกส่วนในร่างกายของนายทหารผู้ผ่านศึกมาอย่างโชกโชน
"นี่มันเกิดอะไรขึ้นที่นี่?" เสียงทุ้มต่ำและทรงพลังเอ่ยขึ้นเป็นครั้งแรก น้ำเสียงของเข้มงวดแต่แฝงไปด้วยความระแวงระวัง
"ตายแล้ว! ลูกแม่! ในที่สุดลูกก็กลับมา!" แม่สามีพุ่งเข้ามาหมายจะคว้าแขนลูกชายเพื่อฟ้องร้องเรื่องที่สะใภ้ตัวดี "กล้าดียังไง" แอบเอาข้าวสารในบ้านไปทำอะไรไม่รู้ แถมยังต่อปากต่อคำกับคนข้างบ้านจนบ้านเราเสื่อมเสียชื่อเสียง! ลูกต้องจัดการสั่งสอนมันให้น่ากลัวกว่าทหารเกณฑ์ฝึกใหม่เสียอีกนะ!"
ฟางเซียนแค่นหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เธอไม่ได้รีบแก้ต่าง ปล่อยให้ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะหนึ่ง ก่อนจะหยิบผ้าสะอาดขึ้นมาเช็ดมืออย่างใจเย็น แล้วหันไปสบตากับกู้เฉินตรงๆ โดยไม่มีความหวาดกลัวเจือปนแม้แต่น้อย
"แม่คะ ก่อนจะให้สามีฉันจัดการฉัน ช่วยเล่าความจริงให้เขาฟังก่อนดีไหมคะว่า ตลอดหนึ่งปีที่ลูกชายของท่านส่งเงินค่าเลี้ยงดูมาให้ พวกท่านเอาเงินก้อนนั้นไปซุกซ่อนไว้ที่ไหน และปล่อยให้ฉันต้องอดมื้อกินมื้อจนเกือบเอาชีวิตไม่รอดด้วยเรื่องอะไร?"
คำพูดของฟางเซียนราวกับสายฟ้าฟาดกลางฤดูร้อน แม่สามีหน้าถอดสี รีบโวยวายกลบเกลื่อน "นัง... นังเด็กปากดี! แกกล้าใส่ร้ายฉันต่อหน้าลูกชายฉันอย่างนั้นเรอะ!"
กู้เฉินหันขวับกลับมามองมารดาด้วยแววตาเย็นเยียบ นัยน์ตาคู่นั้นเต็มไปด้วยความกดดันที่ทำให้อากาศรอบตัวลดอุณหภูมิลดลงอย่างน่าประหลาด ในฐานะนายทหารผู้ผ่านการประเมินคนมานับร้อย เขาย่อมดูออกว่าใครกำลังพูดความจริงและใครกำลังร้อนตัว สายตาของเขาคมกริบราวกับใบมีดที่ผ่านการลับมาอย่างดี ก่อนจะเบนกลับมามองภรรยาที่ยืนนิ่งสงบราวกับดอกไม้ป่าที่ผลิบานท่ามกลางพายุ
"เธอเปลี่ยนไปมาก... ฟางเซียน" กู้เฉินก้าวเท้าเข้ามาใกล้เธอทีละก้าว กลิ่นอายบุรุษเพศและกลิ่นดินปืนจางๆ ลอยเข้าปะทะจมูกของหญิงสาว "ไม่กลัวฉันแล้วหรือ?"
"ถ้าฉันทำสิ่งที่ถูกต้อง ทำไมฉันต้องกลัวคุณด้วยล่ะคะ?" ฟางเซียนเงยหน้าขึ้นสบตาเขาอย่างไม่เกรงกลัว รอยยิ้มบางๆ ที่มุมปากทำให้ใบหน้าสะสวยนั้นดูมีเสน่ห์จนน่าพิศวง "อีกอย่าง คนที่กลับมาเหนื่อยๆ แบบคุณ สมควรได้รับอาหารอร่อยๆ มากกว่ามายืนฟังเรื่องไร้สาระพวกนี้ไม่ใช่หรือคะ?"
เธอหมุนตัวกลับไปที่เตาไฟอย่างไม่รอคำอนุญาต ชามกระเบื้องเคลือบที่บรรจุบะหมี่คลุกซอสสูตรลับพิเศษถูกเลื่อนมาตรงหน้ากู้เฉิน เส้นบะหมี่สีเหลืองนวลคลุกเคล้ากับน้ำพริกเผาตำรับโบราณที่ส่งกลิ่นหอมฟุ้งของกุ้งแห้งคั่วและกระเทียมเจียวกรอบๆ โรยหน้าด้วยผักชีใบเลื่อยซอยละเอียด ท่ามกลางควันกรุ่นที่ยังคงพวยพุ่ง
กู้เฉินนิ่งงันไปชั่วขณะ เขามองชามอาหารตรงหน้าสลับกับใบหน้าเรียบเฉยแต่เปี่ยมด้วยความมั่นใจของภรรยา ตลอดหลายปีในค่ายทหาร เขาไม่เคยได้รับการปรนนิบัติด้วยความใส่ใจเช่นนี้จากใครเลย และยิ่งไปกว่านั้น กลิ่นอายของอาหารจานนี้มันกระตุ้นสัญชาตญาณดิบในตัวเขาให้ตื่นตัวอย่างรุนแรง
ทว่า ในวินาทีที่กู้เฉินกำลังจะเอื้อมมือไปหยิบตะเกียบ สายตาของเขากลับเหลือบไปเห็นเงาของใครบางคนพุ่งพรวดเข้ามาจากหลังรั้วบ้าน พร้อมกับเสียงตะโกนลั่นด้วยความตกใจและโกรธเกรี้ยว
"ไอ้กู้! แกเพิ่งกลับมาเหรอวะ! ดีเลย! เมียตัวดีของแกไปอาละวาดที่ตลาดลับเมื่อวานนี้ จนทำให้ซุ้งสินค้าของตระกูลเฉินพินาศย่อยยับ แกต้องชดใช้มา!"
กู้เฉินชะงักมือทันที รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกจากร่างของนายทหารหนุ่มในเสี้ยววินาที ขณะที่ฟางเซียนกลับหรี่ตาลงเล็กน้อย รอยยิ้มเย้ยหยันผุดขึ้นที่มุมปากอย่างทันท่วงที... ดูท่าว่าแขกที่ไม่ได้รับเชิญจะมาเร็วกว่าที่คิดเสียแล้ว
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "ครัวคุณยาย" เสมอมานะคะ!
สูตรลับฉบับเมียทหาร: ยิ่งรวยยิ่งรัก ยิ่งฟาดให้จมดิน•ตอนที่ 7
สามีผู้มากับกลิ่นปืน
ผลงานโดย ครัวคุณยาย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ครัวคุณยาย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สูตรลับฉบับเมียทหาร: ยิ่งรวยยิ่งรัก ยิ่งฟาดให้จมดิน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!