สูตรลับฉบับเมียทหาร: ยิ่งรวยยิ่งรัก ยิ่งฟาดให้จมดิน•ตอนที่ 28

โชว์สกิลบริหาร

ผลงานโดย ครัวคุณยาย
"ถ้ากล้าเทผงนรกนั่นลงในถังหมักซีอิ๊วสูตรโบราณของฉันแม้แต่หยดเดียว มือข้างที่ถือขวดอยู่ คงต้องเตรียมตัวหาหมอกระดูกมาต่อใหม่ให้ทันก่อนตะวันลับฟ้าล่ะนะ" สุ้มเสียงราบเรียบแต่เย็นเยียบราวน้ำแข็งขั้วโลกของหลินฟางเซียนดังขึ้นตัดความเงียบยามวิกาลที่มุมอับหลังคลังสินค้า เงาร่างในชุดดำที่กำลังเงื้อมือเตรียมเทขวดแก้วบรรจุผงสีขาวถึงกับสะفดเฮือก ร่างกายแข็งทื่อราวกับถูกตรึงไว้ด้วยตะปูเหล็ก ความตกใจแล่นริ้วขึ้นมาจับขั้วหัวใจจนลมหายใจสะดุด เมื่อหันกลับมาก็พบกับสายตาดุจพญาเหยี่ยวของกู้เฉินที่ยืนขวางทางหนีทีไล่อยู่เบื้องหลัง พร้อมด้วยรังสีอำมหิตของนายทหารผู้ผ่านสนามรบมาโชกโชนที่แผ่พุ่งออกมารอบตัวจนน่ากลัว "วะ... ว่าอะไรกัน ฉันแค่มาร... มาตรวจดูความเรียบร้อยเฉยๆ" น้ำเสียงสั่นเครือเอ่ยแก้ตัวพลันถอยหลังกรูดจนแผ่นหลังชนเข้ากับผนังอิฐเย็นเฉียบ ฟางเซียนไม่ปล่อยให้เหยื่อได้ตั้งตัว ร่างเพรียวระหงก้าวเข้าไปใกล้ด้วยจังหวะจะโคน รองเท้าหนังส่งเสียงกระทบพื้นดินแน่นหนักสะท้อนก้องในความมืด ดวงตากลมโตฉายแววรู้ทันและเย้ยหยันในคราเดียวกัน ในโลกยุคปัจจุบันเธอกลั่นแกล้งและรับมือกับพวกจอมฉ้อฉลมานักต่อนัก แค่ลูกไม้ตื้นๆ ของคนในตระกูลที่หวังจะทำลายชื่อเสียงสินค้าล็อตแรกของเธอ มีหรือจะรอดพ้นจากเรดาร์ความปลอดภัยอัจฉริยะที่เชื่อมต่อกับมิติห้างสรรพสินค้าในหัวของเธอไปได้ "ตรวจความเรียบร้อยด้วยผงเร่งปฏิกิริยาเคมีราคาถูกเนี่ยนะ? ช่างเป็นความรับผิดชอบที่น่าประทับใจเสียจริง" ฟางเซียนแค่นหัวเราะในลำคอ ปลายจิ้มไปที่ขวดแก้วในมือของอีกฝ่าย "รู้ไหมว่าผงฟอกสีอุตสาหกรรมพวกนี้ ถ้าปนเปื้อนลงไปในหัวเชื้อซีอิ๊วสมุนไพรที่หมักด้วยกรรมวิธีโบราณ มันจะทำปฏิกิริยากลายเป็นพิษร้ายแรงขนาดไหน? นอกจากจะทำลายสินค้าของฉันไม่ได้แล้ว แกยังจะกลายเป็นฆาตกรโดยเจตนาที่ต้องไปนอนซังเตในคุกทหารไม่ต่ำกว่าสิบปี!" ร่างในชุดดำหน้าถอดสีทันที ขาสั่นพับจนแทบทรุดลงไปกองกับพื้นเมื่อได้ยินคำว่าคุกทหาร กู้เฉินไม่รอช้า พรวดเดียวก็พุ่งเข้าไปบิดข้อมือของคนร้ายจนขวดแก้วหลุดร่วงตกลงบนพื้นดินแตกกระจาย กลิ่นฉุนรุนแรงของสารเคมีโชยเตะจมูกทันที ทหารหนุ่มกดตัวอีกฝ่ายลงแนบพื้นอย่างรวดเร็วและเชี่ยวชาญราวกับจับลูกเจี๊ยบ "ใครส่งแกมา" เสียงทุ้มต่ำคาดคั้นดังลอดไรฟัน แววตาของกู้เฉินวาวโรจน์ด้วยความโกรธเกรี้ยวที่ภรรยาอันเป็นที่รักเกือบตกอยู่ในอันตรายจากแผนสกปรก "ฉัน... ฉันแค่รับจ้างมา! ปล่อยฉันเถอะนะ นายท่าน!" เสียงร้องโอดครวญดังลั่น แต่ฟางเซียนยกมือขึ้นห้ามสามีไว้เสียก่อน เธอย่อตัวลงช้าๆ ใช้ปลายนิ้วเขี่ยเศษแก้วที่แตกกระจายบนพื้น พลันนัยน์ตาก็ประกายแสงวาบด้วยความขบขันระคนสมเพช "รับจ้างมางั้นเหรอ? หรือว่าเป็นเงินจากกระเป๋าของแม่สามีผู้ประเสริฐของฉัน ที่ยอมทุ่มทุนซื้อสารเคมีราคาแพงมาทำลายชื่อเสียงของลูกสะใภ้ตัวเอง เพื่อหวังจะเอาหน้าไปขายให้กับพ่อค้าคนกลางกลุ่มอื่นกันแน่" ฟางเซียนเอ่ยชื่อผู้บงการออกมาอย่างแม่นยำ ทำเอาคนร้ายเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงที่ถูกอ่านเกมขาดในเสี้ยววินาที กู้เฉินขมวดคิ้วแน่น ใบหน้าหล่อเหลาบึ้งตึงขึ้นจนน่ากลัว ความสัมพันธ์ระหว่างเขากับมารดาตึงเครียดมาโดยตลอด แต่ไม่คิดว่านางจะต่ำตมถึงขั้นกล้าใช้แผนสกปรกทำลายหยาดเหงื่อแรงกายของฟางเซียนที่ตั้งใจสร้างตัวขึ้นมา "จัดการมัดตัวแล้วโยนไว้ที่ห้องเก็บฟืนก่อนเถอะค่ะคุณพี่" ฟางเซียนลุกขึ้นปัดมือเบาๆ น้ำเสียงกลับมาเป็นปกติราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น "ปล่อยให้คนพวกนี้ดิ้นรนไปก่อน คืนนี้เรายังมีภารกิจสำคัญที่ต้องทำอีกเยอะ ระบบบัญชีและการจัดส่งสินค้าล็อตแรกสำหรับตลาดมืดพรุ่งนี้เช้า สำคัญกว่าการเสียเวลามานั่งตบยุงกับคนพวกนี้ค่ะ" คำว่า 'ระบบบัญชีและการจัดส่งสินค้า' ทำให้กู้เฉินต้องละสายตาจากคนร้าย ภรรยาตัวน้อยของเขามีวิธีคิดและการจัดการที่เป็นระบบอย่างน่าทึ่ง ตั้งแต่แต่งงานกันมา หลินฟางเซียนไม่เคยทำให้เขาผิดหวังเลยสักครั้ง มีแต่จะทำให้เขาอึ้งทึ่งกับความสามารถรอบด้านที่ซ่อนอยู่ ไม่ว่าจะเป็นการปรุงอาหารรสเลิศ การเจรจาต่อรอง หรือแม้แต่การบริหารจัดการคลังสินค้าขนาดใหญ่ในเวลาชั่วข้ามคืน เมื่อจัดการกับผู้บุกรุกเรียบร้อยแล้ว ทั้งสองก็ก้าวเข้ามาภายในห้องทำงานส่วนตัวของคลังสินค้าทางเหนือ แสงตะเกียงน้ำมันส่องสว่างสะท้อนบนโต๊ะไม้เนื้อแข็งที่เต็มไปด้วยสมุดบัญชีปกหนังสีเข้ม และกระดาษไขสำหรับจดบันทึกจำนวนมาก ฟางเซียนหย่อนกายลงนั่งบนเก้าอี้ไม้ แขนเรียวตวัดเปิดสมุดบัญชีหน้าแรกขึ้นด้วยความคล่องแคล่ว มือเรียวหยิบปากกาหมึกซึมขึ้นมาจรดลงบนกระดาษอย่างรวดเร็ว ตัวเลขรายการสินค้า ต้นทุน ค่าขนส่ง และกำไรสุทธิถูกคำนวณและแจกแจงไว้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยด้วยระบบบัญชีคู่แบบสมัยใหม่ ที่ต่อให้ผู้ตรวจสอบบัญชีมืออาชีพจากเมืองหลวงมาตรวจก็ไม่มีทางจับผิดได้ "น้ำพริกปลาย่างสูตรโบราณ 500 กระปุก, ซีอิ๊วดำเคี่ยวเค็มหวานหอมกรุ่น 200 ไห, และหมูสวรรค์แดดเดียวสูตรลับเฉพาะอีก 300 ห่อ..." ฟางเซียนพึมพำกับตัวเองขณะตรวจเช็กตัวเลขยอดสั่งซื้อล่วงหน้าจากกลุ่มพ่อค้าและภายนอกกองพัน "ต้นทุนรวมทั้งหมดคิดเป็นเงินสี่ร้อยหยวน แต่ราคาประเมินในตลาดมืดตอนนี้..." เธอเงยหน้าขึ้นสบตากับสามีที่ยืนมองด้วยสายตาหลงใหล พร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ "เราจะขายยกเซ็ตในราคาหนึ่งพันห้าร้อยหยวนค่ะ กำไรเหนาะๆ เกือบสี่เท่าตัว" กู้เฉินอมยิ้มบางๆ เขาเดินอ้อมมาด้านหลัง นวดคลายกล้ามเนื้อบริเวณไหล่ให้ภรรยาอย่างเบามือ "ภรรยาของพี่เก่งกาจถึงเพียงนี้ ต่อไปเศรษฐีอันดับหนึ่งของมณฑลคงหนีไม่พ้นบ้านเราแน่ๆ" "แน่นอนอยู่แล้วค่ะ การค้าขายในยุคสมัยที่ข้าวยากหมากแพงแบบนี้ นอกจากสินค้าจะต้องอร่อยจนคนกินต้องยอมกราบกรานแล้ว การจัดการโลจิสติกส์และการขนส่งคือหัวใจสำคัญ" ฟางเซียนวางปากกาลงแล้วหันมาอธิบายต่อด้วยแววตาเป็นประกาย "พรุ่งนี้เช้าตรู่ ก่อนที่ตลาดจะเปิด เราจะแบ่งสินค้าออกเป็นสามสาย เพื่อกระจายความเสี่ยงจากการตรวจค้นของเจ้าหน้าที่สหกรณ์ และเพื่อความรวดเร็วในการส่งมอบให้ถึงมือลูกค้าวีไอพีโดยตรง" เธอกางแผนที่จำลองของหมู่บ้านและเส้นทางลับขึ้นมาบนโต๊ะ นิ้วเรียวชี้ไปตามเส้นทางต่างๆ อย่างแม่นยำ "สายแรก ให้พี่กู้รับหน้าที่คุมกำลังพลขนส่งทางรถจี๊ปทหารผ่านเส้นทางค่ายเหนือ ส่งตรงถึงตลาดมืดเขตตะวันตก การันตีความปลอดภัยเพราะไม่มีใครกล้าตรวจค้นรถของกองพัน สายที่สอง ใช้เกวียนบรรทุกอำพรางด้วยฟางข้าว ส่งให้กลุ่มแม่ค้าสหกรณ์ในตลาดสด และสายสุดท้าย... ฉันจะจัดการส่งผ่านระบบขนส่งลับของฉันเอง รับรองว่าตรงเวลาและไม่มีวันสูญหาย" ความเฉียบขาดในการวางแผนและวิสัยทัศน์ที่กว้างไกล ทำให้กู้เฉินรู้สึกทึ่งและภาคภูมิใจในตัวภรรยาคนนี้เหลือเกิน ผู้หญิงที่ทั้งงดงาม ฉลาดเป็นกรด และมีความสามารถในการหาเงินระดับอัจฉริยะเช่นนี้ คือของขวัญล้ำค่าที่สุดที่สวรรค์ประทานมาให้เขา ในขณะที่บรรยากาศภายในห้องทำงานกำลังอบอวลไปด้วยความหวานชื่นและความพร้อมเพรียงในการจัดการธุรกิจ ทันใดนั้นเอง... เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นสามครั้งติดๆ กันอย่างเร่งรีบ ตามด้วยเสียงหอบหายใจรุนแรงของทหารยامหน้าคลังสินค้าที่วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามา "ผู้กองครับ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ!" นายทหารหนุ่มละล่ำละลักรายงานด้วยใบหน้าซีดเผือด "คุณแม่ของผู้กอง... เอ่อ... แม่สามีของพี่ฟางเซียน พาคนบุกเข้ามาที่หน้าประตูคลังสินค้าทางเหนือแล้วครับ! แถมยัง... แถมยังพาชาวบ้านและนักข่าวท้องถิ่นมาโวยวายหาว่าเรากักตุนสินค้าหนีภาษีและผลิตของเถื่อนที่เป็นอันตรายต่อประชาชนอีกด้วยครับ!" ฟางเซียนชะงักมือที่กำลังจัดระเบียบสมุดบัญชี รอยยิ้มเย็นเยียบปรากฏขึ้นที่มุมปากทันที เธอกวาดตามองสมุดบัญชีเล่มหนาก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับกู้เฉินที่มีประกายตาดุดันวาบผ่าน "มาได้จังหวะเสียจริง..." ฟางเซียนลุกขึ้นยืนเต็มความสูง จัดเสื้อผ้าให้เรียบร้อยด้วยท่าทีสง่างามไร้ความหวาดกลัวแม้แต่น้อย "ในเมื่อแม่สามีอยากจะเปิดฉากเล่นใหญ่ถึงเพียงนี้ ฉันที่เป็นสะใภ้กตัญญู ก็คงต้องออกไปต้อนรับแขกผู้มีเกียรติกลุ่มนี้ให้สมฐานะเสียหน่อยแล้วล่ะค่ะ" เธอหมุนตัวก้าวเดินนำออกจากห้องทำงานมุ่งตรงไปยังประตูทางเข้าคลังสินค้าทันที โดยมีกู้เฉินเดินตามประกบเคียงข้างด้วยรังสีอำมหิตที่พร้อมจะปกป้องภรรยาจากทุกอุปสรรค ทว่าในวินาทีที่บานประตูไม้บานใหญ่ถูกผลักเปิดออกสู่แสงไฟยามเช้าตรู่ที่สาดส่องเข้ามา สิ่งแรกที่ปะทะจมูกไม่ใช่เสียงโวยวายของผู้คน แต่กลับเป็น... กลิ่นหอมกรุ่นอันเย้ายวนใจของ "แกงฮังเลหมูสามชั้นสูตรโบราณ" ที่เคี่ยวจนเครื่องแกงเข้มข้นแตกมันลอยฟุ้งทะลุบรรยากาศตลบอบอวลไปทั่วบริเวณหน้าคลังสินค้าอย่างไม่ควรจะเกิดขึ้นในเวลานี้! --------------------------------------------------- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไปกับความแซ่บสะใจของฟางเซียนนะคะ!
สารจากนักเขียน (ครัวคุณยาย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สูตรลับฉบับเมียทหาร: ยิ่งรวยยิ่งรัก ยิ่งฟาดให้จมดิน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%