"ผมชื่อ 'ลู่จือเฉิง' ได้รับมอบหมายให้มาตรวจสอบกิจการเสบียงในเขตนี้ และดูเหมือนว่า... ผมอาจจะพบ 'หุ้นส่วน' ที่ยอดเยี่ยมที่สุดเข้าเสียแล้วล่ะครับ"
เสียงทุ้มต่ำแต่กังวานของนายทหารยศสูงผู้มาใหม่ดังขึ้น ท่ามกลางความเงียบงันที่ราวกับเข็มตกพื้นก็ยังได้ยิน หลินฟางเซียนหรี่ตาลงเล็กน้อย นางกวาดสายตามองชายหนุ่มในชุดเครื่องแบบสีเขียวมะกอกที่ตัดเย็บอย่างประณีต แผงอกกว้างประดับด้วยเหรียญตราเกียรติยศ และใบหน้าคมคายที่ประดับด้วยรอยยิ้มพินิจพิเคราะห์ เขามีรัศมีของความเฉียบขาดที่แตกต่างจากทหารชั้นผู้น้อยทั่วไปอย่างสิ้นเชิง ทว่าสิ่งที่ทำให้นางสนใจไม่ใช่ยศฐาบรรดาศักดิ์ของเขา หากแต่เป็นประกายในดวงตาคู่นั้น—ประกายของผู้ชายที่ฉลาดเป็นกรดและมองทะลุปรุโปร่ง
"หุ้นส่วนหรือคะ ผู้กองลู่... ดิฉันเป็นเพียงแม่บ้านที่สามีเพิ่งทิ้งให้อยู่กับหนี้สินและตระกูลสามีจอมสูบเลือดสูบเนื้อ เกรงว่าคงไม่มีปัญญาไปร่วมหุ้นทำกิจการใหญ่โตอะไรกับท่านหรอกค่ะ" ฟางเซียนตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ รอยยิ้มที่มุมปากมิได้ไปถึงดวงตา นางวางตะหลิวเหล็กในมือลงบนโต๊ะไม้เก่าๆ เสียงกระทบกันเบาๆ กลับสร้างแรงสั่น
ลู่จือเฉิงหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นทุ้มต่ำและเปี่ยมด้วยเสน่ห์ เขาเดินเข้ามาใกล้ก้าวหนึ่ง กลิ่นอายบุรุษเจือจางด้วยกลิ่นเครื่องเทศและกระดาษเอกสารลอยเข้าแตะจมูก "แม่บ้านที่สามารถเนรมิตกากพริกเผาหอมฟุ้งตลบอบอวลไปทั่วค่ายทหารจนผู้บัญชาการยังต้องเรียกหา หรือแม่บ้านที่ใช้เวลาเพียงชั่วธูปดับจัดการตบหน้าญาติจอมหน้าด้านด้วยกฎหมายและหลักฐานแน่นหนา... คุณฟางเซียนครับ คนเช่นนี้ หากเรียกว่าแม่บ้านธรรมดา โลกนี้คงไม่มีคำว่าอัจฉริยะแล้วกระมัง"
ฟางเซียนนิ่งงันไปชั่วขณะ นางประเมินผู้ชายตรงหน้าใหม่ ชายผู้นี้ไม่ได้บังเอิญผ่านมา แต่เขาเฝ้าดูนางมาตั้งแต่ต้น... หรืออาจจะตั้งแต่ตอนที่นางตบะแตกซัดหน้าป้าสะใภ้จอมโลภคนนั้นแล้ว!
ก่อนที่หลินฟางเซียนจะได้เอާމปากตอกกลับอะไร กลิ่นหอมฉุนเฉียวของขิงแก่และพริกเสฉวนที่นางเพิ่งคั่วไว้ในกระทะก็ลอยวนเวียน ทว่าในวินาทีที่สติของนางจดจ่ออยู่กับทหารหนุ่มผู้มีเล่ห์เหลี่ยมคนนี้ จิตใต้สำนึกของนางก็พลันกระตุกวูบ ความรู้สึกคุ้นเคยประหลาดแล่นแปล๊บเข้ามาในสมอง—ราวกับมีเสียงระฆังใสๆ ดังขึ้นในหัว
*ติ๊ง!*
เสียงระบบดิจิทัลที่นางไม่ได้ยินมานานนับตั้งแต่ข้ามภพมาดังขึ้นอย่างกะทันหัน พร้อมกับม่านหมอกสีขาวนวลที่ปรากฏขึ้นในห้วงความคิดของนาง หลินฟางเซียนเบิกตากว้างเล็กน้อย แม้ภายนอกนางจะยังคงรักษาอาการสงบเยือกเย็นไว้ได้อย่างแนบเนียน แต่ภายในใจกลับปั่นป่วนยิ่งกว่าพายุ
มิติ 'ซูเปอร์มาร์เก็ตไฮเทค' จากศตวรรษที่ 21 ของนาง... กลับมาแล้ว!
ในอดีตชาติ นางคือเชฟมิชลินและนักวิจัยอาหารผู้ครอบครองห้างสรรพสินค้าอัจฉริยะที่ใช้ระบบปัญญาประดิษฐ์ควบคุมคลังสินค้า แต่วันที่นางเสียชีวิต ห้างนั้นกลับหายลับไปพร้อมกับวิญญาณ ตอนนี้ เพียงแค่กลิ่นอายของเครื่องเทศโบราณผสมผสานกับความกดดันรอบตัว ประตูมิติแห่งนั้นก็เปิดออกอีกครั้งอย่างไม่คาดฝัน
ฟางเซียนแอบสูดหายใจเข้าลึก 1 ครั้ง นางถอยหลังไปครึ่งก้าวเพื่อทิ้งระยะห่างจากลู่จือเฉิง พลางส่งกระแสจิตพุ่งตรงไปยังห้วงมิติในหัวทันที *เปิดการแสดงผลคลังสินค้าด่วน!*
ภาพเบื้องหน้าของนางไม่ได้เปลี่ยนไป แต่ในสมองกลับปรากฏหน้าจอโฮโลแกรมใสแจ๋วราวกับกระจกเงา ชั้นวางสินค้าเรียงรายเป็นระเบียบตั้งแต่พื้นจรดเพดานเสมือนห้องเย็นขนาดมหึหา น้ำมันพืชบริสุทธิ์ แป้งสาลีขัดขาวเกรดพรีเมียม น้ำตาลทรายแดงบริสุทธิ์ เนื้อสัตว์ฟรีซดรายบรรจุสุญญากาศ เครื่องปรุงรสเข้มข้นทุกมุมโลก และที่สำคัญที่สุด... เครื่องเทศหายากที่ต่อให้มีเงินทองกองเท่าภูเขาก็หาซื้อไม่ได้ในยุคสมัยนี้!
นี่ไม่ใช่แค่คลังสินค้า แต่มันคือ "ห้างสรรพสินค้าทั้งหลัง" ที่ถูกย่อส่วนมาไว้ในกำมือของนางคนนี้!
"คุณฟางเซียน... สีหน้าของคุณดูเปลี่ยนไปเล็กน้อยนะ หรือว่าข้อเสนอของผมทำให้คุณกังวลใจ?" ลู่จือเฉิงหรี่ตามองอย่างจับผิด เขาสังเกตเห็นความไหววูบในดวงตาดอกท้อคู่นั้น แม้จะเป็นเพียงเสี้ยววินาที แต่มันก็ซ่อนไม่พ้นสายตาของนายทหารผู้ผ่านสนามรบมาโชกโชน
"ผู้กองลู่เข้าใจผิดแล้วค่ะ ดิฉันเพียงแต่... กำลังคิดว่า ข้อเสนอของท่านน่าสนใจเสียจนดิฉันต้องคำนวณผลกำไรให้ถี่ถ้วนต่างหาก" ฟางเซียนดึงสติกลับมา รอยยิ้มพรายปรากฏขึ้นที่มุมปาก รอยยิ้มนี้มีความร้ายกาจและมั่นอกมั่นใจอย่างยิ่งยวด จนหัวใจของนายทหารหนุ่มถึงกับกระตุกวูบอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน
ในเมื่อสวรรค์เมตตาประทานห้างสรรพสินค้าติดตัวมาให้ ยุคสมัยที่ขัดสนและเต็มไปด้วยคนหน้าเนื้อใจเสือกลุ่มนี้... ก็ถึงเวลาที่นางจะต้อง "ฟาดให้จมดิน" และสร้างอาณาจักรความอร่อยที่ร่ำรวยที่สุดในแผ่นดินนี้เสียที!
"ตกลงค่ะ ดิฉันสนใจร่วมหุ้นกับคุณ" ฟางเซียนกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น แววตาสاطประกายคมกริบราวกับคมมีด "แต่เงื่อนไขของดิฉันมีเพียงข้อเดียว... ทุกอย่างต้องอยู่ภายใต้การควบคุมของดิฉันแต่เพียงผู้เดียว ห้ามใครหน้าไหนเข้ามาแทรกแซง แม้แต่ผู้บัญชาการสูงสุดก็ไม่มีข้อยกเว้น!"
ลู่จือเฉิงนิ่งอึ้งไปชั่ววินาที ก่อนจะระเบิดเสียงหัวเราะออกมาด้วยความชอบใจ ชายหนุ่มรู้สึกราวกับว่าเขากำลังถูกลูกแมวตัวน้อยที่มีเข็บเล็บแหลมคมขู่คำรามใส่ แต่มันกลับน่าหลงใหลเสียจนเขาถอนตัวไม่ขึ้น "ตกลง ตามใจคุณทุกอย่าง หุ้นส่วนตัวน้อยของผม"
บรรยากาศระหว่างคนทั้งสองกำลังคุกกรุ่นไปด้วยความเย้ายวนและความร่วมมือทางธุรกิจที่อันตราย ทว่าในขณะนั้นเอง เสียงทุบประตูก็รัวดังสนั่นหวั่นไหวราวกับคนจะพังเข้ามา พร้อมกับเสียงแหลมปรี๊ดของแม่สามีสกุลกู้ที่แผดก้องทะลุกำแพงดินเข้ามาด้วยความโกรธเกรี้ยว
"นังตัวดี! นังสะไภ้เนรคุณ แกกล้าดียังไงถึงเอาของกินหอมๆ ไปซ่อนไว้คนเดียว แถมยังกล้าแจ้งทหารมาจับญาติพี่น้องตัวเองอีก! เปิดประตูเดี๋ยวนี้! ถ้าแกไม่ยอมคายเงินและเสบียงออกมาวันนี้ ฉันจะให้ลูกชายฉันหย่ากับแกแล้วไล่ตะردแกออกไปจากหมู่บ้านให้เป็นผีไร้ญาติขาดมิตร!"
ฟางเซียนหันไปมองประตูบ้านที่สั่นไหวตามแรงกระแทก รอยยิ้มเยาะหยันผุดขึ้นที่มุมปาก นางหันกลับมาสบตากับลู่จือเฉิงที่ตอนนี้ใบหน้าเข้มครึ้มลงด้วยความไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัด นายทหารหนุ่มขยับตัวเตรียมจะก้าวออกไปจัดการปัญหาภายนอก แต่มือเรียวบางของฟางเซียนกลับเอื้อมไปแตะที่แขนเสื้อของเขาเบาๆ
"ช้าก่อนค่ะ ผู้กองลู่..." ฟางเซียนกระซิบเสียงหวาน ขยับเข้าไปใกล้จนลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่ใกล้ปลายจมูกของเขา ดวงตากลมโตเป็นประกายซุกซนและเจ้าเล่ห์ "ไหนๆ เขาก็มากันพร้อมหน้าแล้ว... เรามาลองชิม 'อาหารจานเด็ด' ที่ดิฉันเพิ่งทำเสร็จเมื่อครู่ เพื่อต้อนรับแขกไม่ได้รับเชิญกลุ่มนี้กันดีกว่าไหมคะ?"
นางผละมือออกอย่างอ้อยอิ่ง แล้วหันไปหยิบโหลแก้วใสบรรจุน้ำพริกเผาสูตรลับล้ำค่าที่เพิ่งดึงออกมาจากมิติสดๆ ร้อนๆ กลิ่นหอมเผ็ดร้อนรุนแรงของพริกคั่วและกุ้งแห้งชั้นดีพวยพุ่งทะลุฝาโหล กระจายตัวอบอวลไปทั่วทั้งห้องครัวขนาดเล็ก และเล็ดลอดออกไปตามร่องประตูไม้เก่าๆ จนทะลุออกไปถึงจมูกของคนที่กำลังยืนโวยวายอยู่ด้านนอก!
เสียงทุบประตูกะทันหันชะงักกึก กลิ่นหอมเย้ายวนนั้นรุนแรงเสียจนคนข้างนอกถึงกับสูดหายใจเฮือกใหญ่ด้วยความหิวโหยโดยไม่รู้ตัว
ฟางเซียนยกย่องมุมปากอย่างสะใจ ขณะที่ลู่จือเฉิงจ้องมองนางด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความลุ่มหลงและทึ่งจัด จนกระทั่งมือเรียวสวยเอื้อมไปปลดกลอนประตูไม้ด้วยท่าทีสบายๆ—
แกร็ก! ประตูเปิดออก เผยให้เห็นใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโลภของแม่สามีที่อ้าปากค้างเตรียมจะด่าทอ... แต่ทว่า สิ่งที่ยืนอยู่เคียงข้างแม่สามีในวินาทีนั้น กลับไม่ใช่สามีจอมแหยของนาง แต่เป็นร่างสูงใหญ่ในชุดทหารยศนายพลผู้มีใบหน้าเรียบเฉยราวน้ำแข็ง พร้อมกับเอกสารลับปึกใหญ่ในมือที่พร้อมจะกวาดล้างสกุลกู้ให้พินาศภายในคืนเดียว!
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "ครัวคุณยาย" มาโดยตลอดนะคะ!
สูตรลับฉบับเมียทหาร: ยิ่งรวยยิ่งรัก ยิ่งฟาดให้จมดิน•ตอนที่ 4
ห้างสรรพสินค้าในมือข้า
ผลงานโดย ครัวคุณยาย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ครัวคุณยาย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สูตรลับฉบับเมียทหาร: ยิ่งรวยยิ่งรัก ยิ่งฟาดให้จมดิน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!