"ส่งชามพะโล้ตุ๋นยาจีนนั่นมาเสียดีๆ ยัยเด็กไม่รักดี!"
เสียงแหลมสูงจนแก้วหูแทบปริแตกดังแหวขึ้นกลางห้องครัว พร้อมกับร่างท้วมของแม่สามีสกุลกู้ที่พุ่งเข้ามาหมายจะตะปบชามกระเบื้องเคลือบในมือของหลินฟางเซียน ดั่งเหยี่ยวหมายจะขย้ำเหยื่อ กลิ่นหอมอวลของเครื่องเทศเกรดพรีเมียม ทั้งโป๊ยกั๊ก ออบเชย และพริกไทยดำที่ถูกเคี่ยวจนน้ำซุปงวดเข้มข้นกำลังเย้ายวนใจ แต่ความโลภของคนตรงหน้ากลับน่ารังเกียจเสียยิ่งกว่ากลิ่นคาวโคลนหลังฝนตก
ฟางเซียนเบี่ยงตัวหลบอย่างนิ่มนวลราวกับสายน้ำ ปล่อยให้ร่างอวบอ้วนของแม่สามีพุ่งไปชนเข้ากับโต๊ะไม้ไผ่จนข้าวของสั่นสะเทือน เสียงโครมครามเรียกสายตาจากชาวบ้านที่มุงดูอยู่หน้าบ้านให้ส่งเสียงฮือฮาขึ้นทันที
"อุ๊ย! คุณแม่คะ ระวังหน่อยสิคะท่าน ภาชนะพวกนี้ไม่ได้ราคาถูกๆ นะคะ เกิดกระบทกระเทือนจนบิ่นขึ้นมา ใครจะรับผิดชอบล่ะคะเนี่ย?" ฟางเซียนเอ่ยด้วยน้ำเสียงหวานใส แต่แววตากลับเย็นเยียบราวกับน้ำแข็งขั้วโลก นางก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าวพร้อมกับยกชามพะโล้ขึ้นสูง เลี่ยงพ้นจากมือที่ยื่นเข้ามาตะמתของอีกฝ่าย
"นัง... นังลูกสะใภ้อกตัญญู!" แม่สามีหันขวับมา ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยวจนเนื้อตัวสั่นเทา นางชี้หน้าฟางเซียนด้วยนิ้วที่สั่นระริก "แกทำอาหารหอมฟุ้งไปทั่วตรอกซอกซอยจนคนเขานินทากันสนิท แต่กลับซุกซ่อนไว้กินเองกับสามีเนรคุณอย่างเจ้ากู้เฉิน ปีกกล้าขาแข็งนักนะ! ลืมไปแล้วหรือไงว่าตระกูลกู้เลี้ยงดูแกมาด้วยข้าวแดงแกงร้อนกี่ชาม! เงินทองที่สามีแกหามาได้ ก็ต้องส่งเข้ากองกลางของบ้านสิ ถึงจะถูกต้อง!"
บรรยากาศในห้องครัวพลันกดดันขึ้นมาทันที กู้เฉินที่ยืนนิ่งเงียบอยู่มุมห้อง ขยับกายก้าวเข้ามาบังร่างของภรรยาไว้ครึ่งหนึ่ง ดวงตาคมกริบราวกับเหยี่ยวจ้องมองมารดาแท้ๆ ของตนเองด้วยความรู้สึกผิดหวังและเย็นชา
"ท่านแม่ เลิกสร้างความวุ่นวายได้แล้วครับ" น้ำเสียงทุ้มต่ำและราบเรียบของกู้เฉินทรงพลังพอที่จะทำให้เสียงโวยวายของแม่สามีสะดุดกึก "เงินเดือนทหารของผม ผมจัดการแบ่งส่งให้ตามความเหมาะสมมาตลอด ไม่เคยขาดตกบกพร่อง ส่วนนี่คือบ้านของผม สิทธิและเสริฟ์ในครัวนี้เป็นของภรรยาผม ท่านไม่มีสิทธิ์มาสั่งการ หรือแม้แต่จะมาแย่งชิงอาหารบนโต๊ะของเรา!"
"ไอ้ลูกอกตัญญู! แกกล้าเถียงแม่รึ!" แม่สามีร้องกรี๊ดลั่น ทุบอกชกตัวราวกับคนเสียสติ "เพราะนังนี่สินะ! เพราะนังจิ้งจอกตัวนี้ที่ทำให้แกเปลี่ยนไป กล(อก)ตระกูลกู้ต้องมาพินาศเพราะผู้หญิงขายไม่ออกคนเดียว! วันนี้ถ้าฉันไม่ได้เงินสดสิบหยวนและพะโล้หม้อนี้กลับไป ฉันจะนอนตายคาประตูบ้านหลังนี้ให้คนเขานินทาตระกูลพวกแกให้จมดิน!"
ยายแก่เจ้าเล่ห์วางแผนมาอย่างดี คิดว่าความอาวุโสและความกดดันจากสังคมรอบข้างจะทำให้คนหนุ่มสาวหวาดกลัวจนต้องยอมจำนน แต่นางคิดผิดถนัด... เพราะหลินฟางเซียนไม่ใช่สะใภ้หัวอ่อนคนเดิมอีกต่อไปแล้ว
ฟางเซียนระบายยิ้มบางเบา รอยยิ้มที่ไม่ได้มีความหวาดกลัวเจืออยู่เลยแม้แต่น้อย นางค่อยๆ วางชามพะโล้ลงบนโต๊ะอย่างทะนุถนอม ก่อนจะก้าวออกมายืนเคียงข้างสามี พร้อมกับกวาดสายตามองฝูงชนที่เบียดเสียดกันดูความสนุกอยู่ที่หน้าต่างและประตูบ้าน
"โอho ท่านแม่พูดจาได้ฉะฉานน่าฟังเสียจริงนะคะ..." ฟางเซียนเอ่ยด้วยน้ำเสียงกังวานใส กังวานไปทั่วบริเวณจนทุกคนต้องเงียบเสียงลงเพื่อฟังนาง "พูดถึงบุญคุณข้าวแดงแกงร้อน... ตั้งแต่ฉันแต่งเข้าบ้านสกุลกู้มาสามปี ฉันต้องตื่นตีสี่เพื่อไปตักน้ำผ่าฟืน ทำงานหนักยิ่งกว่าวัวควาย แต่ข้าวที่ตกถึงท้องกลับมีแต่เศษข้าวต้มก้นหม้อที่เจือจางจนเห็นเงาหน้าตัวเอง ส่วนเงินเดือนของพี่กู้เฉินที่ส่งมา ท่านแม่เอาไปปรนเปรอให้พี่ใหญ่เล่นการพนันจนหมดเกลี้ยง แบบนี้หรือคะที่เรียกว่า 'เลี้ยงดู'?"
คำพูดที่ตรงไปตรงมาและเชือดเฉือนนี้ทำให้หน้าของแม่สามีเปลี่ยนเป็นสีเขียวสลับแดงด้วยความอับอาย ชาวบ้านที่มุงดูเริ่มส่งเสียงซุบซิบวิพากษ์วิจารณ์กันเซ็งแซ่ ความจริงที่ถูกเปิดเผยอย่างไม่ไว้หน้าทำให้แม่สามีถอยหลังไปก้าวหนึ่งด้วยความตกตะลึง
"แก... นังสารเลว กล้าดียังไงมาใส่ร้ายป้ายสีฉัน!" แม่สามีแผדเสียงกรีดร้องด้วยความจนมุม เงื้อมือขึ้นหมายจะพุ่งเข้ามาตบหน้าสะใภ้ตัวแสบให้หายแค้น
ทว่า ยังไม่ทันที่มือเหี่ยวย่นนั้นจะแตะโดนชายเสื้อของฟางเซียน ร่างสูงโปรดในชุดเครื่องแบบทหารระดับสูงที่ยืนเงียบสงบอยู่ตรงกรอบประตูกลับขยับตัวอย่างรวดเร็วราวกับเสือชีตาร์ มือหนาเอื้อมออกไปคว้าข้อมือของแม่สามีไว้ได้อย่างแม่นยำ แรงบิดเพียงเล็กน้อยทำให้แม่สามีต้องร้องโอดครวญด้วยความเจ็บปวด
"พอได้แล้วครับคุณป้า..." น้ำเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอ่ยขึ้นอย่างสุภาพ แต่กลับสร้างความสะพรึงกลัวให้กับผู้ฟังอย่างประหลาด ชายหนุ่มผู้มาใหม่ปรายตามองแม่สามีด้วยแววตาคมกริบดั่งใบมีดโกน ก่อนจะหันมามองฟางเซียนด้วยรอยยิ้มลึกลับที่อ่านไม่ออก "การมาโวยวายแย่งชิงอาหารในเคหสถานของนายทหารผู้ประดับยศ ดูท่าทางจะไม่ใช่สิ่งที่พลเมืองดีเขาทำกันนะครับ... อีกอย่าง กลิ่นพะโล้ของคุณฟางเซียนหอมยั่วยวนใจเสียจนผมอดใจไม่ไหวแล้วด้วยสิครับ"
กู้เฉินหรี่ตามองชายแปลกหน้าผู้นี้ด้วยความระแวดระวังขั้นสุด แม้ว่าอีกฝ่ายจะแต่งกายในเครื่องแบบทหารระดับสูงที่ดูน่าเกรงขาม แต่ท่าทีที่แสดงออกต่อภรรยาของเขากลับทำให้สัญชาตญาณความเป็นสามีร้องเตือนภัยขึ้นมาทันที
ฟางเซียนชะงักไปเล็กน้อยเมื่อสบเข้ากับดวงตาพราวระยับของนายทหารแปลกหน้าผู้นั้น สมองอันชาญฉลาดของนางประมวลผลอย่างรวดเร็ว พร้อมกับเสียงแจ้งเตือนจากมิติลับในหัวที่สั่นไหวเบาๆ ราวกับกำลังบอกว่า 'แขกคนนี้... ไม่ธรรมดา'
ก่อนที่บรรยากาศในห้องจะตึงเครียดไปมากกว่านี้ ชายหนุ่มผู้นั้นก็ยื่นนามบัตรทหารขัดเงางามส่งให้ฟางเซียน พร้อมกับรอยยิ้มมุมปากที่เปี่ยมด้วยความหมายลึกซึ้ง
"ผมชื่อ 'ลู่จือเฉิง' ได้รับมอบหมายให้มาตรวจสอบกิจการเสบียงในเขตนี้ และดูเหมือนว่า... ผมอาจจะพบ 'หุ้นส่วน' ที่ยอดเยี่ยมที่สุดเข้าเสียแล้วล่ะครับ"
ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "ครัวคุณยาย" มาโดยตลอดนะคะ!
สูตรลับฉบับเมียทหาร: ยิ่งรวยยิ่งรัก ยิ่งฟาดให้จมดิน•ตอนที่ 3
ฟาดให้จุก!
ผลงานโดย ครัวคุณยาย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ครัวคุณยาย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สูตรลับฉบับเมียทหาร: ยิ่งรวยยิ่งรัก ยิ่งฟาดให้จมดิน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!