สูตรลับฉบับเมียทหาร: ยิ่งรวยยิ่งรัก ยิ่งฟาดให้จมดิน•ตอนที่ 33

เมื่อสามีต้องกลับไปปฏิบัติหน้าที่

ผลงานโดย ครัวคุณยาย
"กรี๊ด! นังสารเลว!" เสียงแหลมสูงราวกับนกแสกถูกบีบคอแผดก้องทะลุความมืดของยามวิกาล ร่างท้วมใหญ่ของแม่สามีสกุลกู้พุ่งพรวดออกมาจากเงาดวงไฟ ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความริษยาและแค้นเคือง ดวงตาเบิกโพลงจ้องมองทั้งคู่ด้วยจิตสังหาร พร้อมกับเงื้อมมีดสั้นเล่มหนึ่งขึ้นหมายจะพุ่งตรงมาที่ฟางเซียนโดยไม่ทันตั้งตัว! กลิ่นอายความตายคละคลุ้งปะปนมากับกลิ่นสาบสว่างของเหงื่อไคล ทว่า... ก่อนที่ปลายมีดคมกริบจะทันได้เข้าใกล้เนื้อนวลแม้แต่น้อย ร่างสูงใหญ่ในชุดเครื่องแบบทหารของกู้เฉินก็เคลื่อนไหวราสายฟ้าฟาด! เพียะ! เสียงตบดังสนั่นหวั่นไหวราวกับฟ้าผ่ากลางฤดูร้อน สะท้อนก้องไปทั่วบริเวณบ้านพัก นายทหารหนุ่มไม่ได้ใช้มือตบเพื่อทำร้ายมารดาบังเกิดเกล้า แต่เขาใช้หลังมือกระแทกเข้าที่ข้อมือของนางอย่างแรงจนมีดสั้นเล่มนั้นหลุดกระเด็นตกลงพื้น เสียงโลหะกระทบพื้นดินดังเคร้ง! "แม่!" กู้เฉินคำรามออกมาด้วยน้ำเสียงที่ต่ำลึกและเย็นเยียบจนน่ากลัว ดวงตาคมกริบที่เคยฉายแววอ่อนโยนยามมองภรรยารัก บัดนี้กลับลุกโชนไปด้วยเพลิงโทสะและรังสีอำมหิตที่พร้อมจะแผดเผาทุกสิ่งที่กล้ามาแตะต้องดวงใจของเขา แม่สามีเซถอยหลังไปหลายก้าวด้วยความตกตะลึง นางกุมข้อมือตัวเองที่ขึ้นรอยแดงเถือก ปากอ้าพะงาบๆ ชี้หน้าบุตรชายด้วยความเนื้อตัวสั่นเทา "แก... แกกล้าตบแม่รึ! ไอ้ลูกอกตัญญู! เพราะนังจิ้งจอกนี่ใช่ไหม! นังนี่มันทำของใส่แก! แกถึงได้ลืมบุญคุณพ่อแม่ผู้ให้กำเนิด!" ฟางเซียนยังคงยืนนิ่งสงบ นางไม่ได้ส่งเสียงกรีดร้องหรือตื่นตระหนกแม้แต่น้อย ดวงตากลมโตหรี่ลงเล็กน้อย มองหญิงสูงวัยที่กำลังดิ้นรนด้วยความริษยาอย่างสมเพชเวทนา ในมิติห้างสรรพสินค้าของนาง ข้อมูลประวัติทางการแพทย์และพฤติกรรมของแม่สามีถูกประมวลผลออกมาอย่างรวดเร็ว—นี่คืออาการของความโลภที่ครอบงำจนจิตใจบิดเบี้ยว จนกลายเป็นความเกลียดชังที่พร้อมจะทำลายล้างทุกอย่างที่ตนไม่ได้ครอบครอง "คุณแม่คะ" ฟางเซียนก้าวเท้าออกมาข้างหน้าหนึ่งก้าว ร่างระหงภายใต้ชุดเสื้อผ้าเนื้อดีส่งกลิ่นหอมอ่อนๆ ของสมุนไพรจีนโบราณที่นางต้มบำรุงร่างกายให้สามี น้ำเสียงของนางราบเรียบ เยือกเย็น แต่ทรงพลังจนทำให้อุณหภูมิรอบตัวลดฮวบลง "ท่านถือมีดบุกมาถึงเรือนพักของทหารในยามวิกาล แถมยังพยายามทำร้ายภรรยาของนายทหารประจำการ... ท่านทราบไหมคะว่าความผิดฐานนี้มีโทษสถานใดในค่ายทหารแห่งนี้?" "นัง... นังสารเลว แกกล้าขู่ฉันเรอะ!" แม่สามีหวีดร้องด้วยความคลุ้มคลั่ง นางพยายามจะพุ่งเข้ามาข่วนหน้าฟางเซียนอีกรอบ แต่กู้เฉินได้ก้าวเข้ามาขวางกั้นไว้ราวกับกำแพงเหล็ก แผ่นหลังกว้างใหญ่บังภรรยาไว้มิดชิด รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกจากตัวเขาจนแม่สามีต้องผะถอยหลังด้วยความหวาดกลัวโดยสัญชาตญาณ "พอได้แล้ว!" กู้เฉินตะคอกลั่น ดวงตาดำมืดสนิทจดจ้องมารดาด้วยความผิดหวังอย่างถึงที่สุด "ที่ผมส่งเงินให้ทุกเดือน ที่ผมยอมอดออมเพื่อส่งเสียให้น้องชายเรียนหนังสือ นั่นคือความกตัญญูที่ผมมีให้ในฐานะลูกชาย แต่ถ้าพวกคุณยังไม่หยุดพฤติกรรมระรานและคิดร้ายต่อภรรยาผม... นับจากวันนี้ไป สกุลกู้จะไม่ได้เห็นเงินจากผมแม้แต่แดงเดียว!" คำพูดนั้นราวกับสายฟ้าฟาดลงกลางกระหม่อมของแม่สามี นางเบิกตากว้าง อ้าปากค้างจนแทบกรามค้าง เงินเดือนทหารระดับนาย100 ของกู้เฉินคือเสาหลักของบ้านสกุลกู้ในชนบท หากขาดเงินก้อนนี้ไป ชีวิตความเป็นอยู่ของครอบครัวรวมถึงอนาคตของน้องชายคนโปรดจะต้องดิ่งลงเหวอย่างแน่นอน! "แก... แกกล้าตัดขาดจากครอบครัวเพื่ออีผู้หญิงคนนี้เนี่ยนะ!" แม่สามีทรุดฮวบลงไปนั่งกองกับพื้น ร้องไห้โฮคร่ำครวญราวกับจะขาดใจตาย แต่น่าเสียดายที่มุกนี้ใช้ไม่ได้ผลกับกู้เฉินอีกต่อไปแล้ว "กลับไปซะครับ" กู้เฉินกล่าวเสียงเรียบไร้เยื่อใย ก่อนจะหันไปเรียกทหารยามที่วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาดูเหตุการณ์บริเวณนั้น "พาตัวนางกลับออกไปนอกเขตค่ายพัก... และถ้ามีครั้งหน้าอีก ผมจะดำเนินคดีตามกฎหมายทหารอย่างไม่มีข้อยกเว้น" ร่างของแม่สามีถูกหิ้วปีกออกไปพร้อมกับเสียงด่าทอและคำสาปแช่งที่ค่อยๆ เบาลงจนลับหายไปในความมืด ความเงียบสงบกลับคืนสู่เรือนพักอีกครั้ง ทว่าบรรยากาศกลับยังคงหลงเหลือความตึงเครียดจางๆ ฟางเซียนถอนหายใจเบาๆ นางเงยหน้าขึ้นมองสามีที่ยืนขบกรามแน่น เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนด้วยความโกรธ นางเอื้อมมือเรียวบางไปแตะที่แขนแกร่งเบาๆ สัมผัสอบอุ่นนั้นทำให้กู้เฉินสะดุ้งเล็กน้อย ก่อนที่ความเกร็งเครียดทั่วร่างจะค่อยๆ ผ่อนคลายลง "เหนื่อยหน่อยนะคะสามี" ฟางเซียนเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแฝงรอยยิ้มอ่อนโยน ดวงตาคู่งามระยิบระยับด้วยประกายแห่งความเข้าใจ กู้เฉินหันกลับมาคว้าตัวภรรยาเข้ามากอดแนบอกแน่น ราวกับกลัวว่าพริบตาเดียวร่างนี้จะเลือนหายไป อ้อมกอดของนายทหารหนุ่มสั่นเทาเล็กน้อย ความหวาดกลัวเมื่อครู่ยามเห็นมีดเล่มนั้นพุ่งเข้ามายังคงติดอยู่ในความรู้สึก เขาซุกใบหน้าลงกับลาดไหล่บางสูดดมกลิ่นหอมสะอาดที่เป็นเอกลักษณ์ของฟางเซียนเพื่อเรียกขวัญและกำลังใจ "ผมขอโทษ..." เสียงทุ้มต่ำพร่ามัวดังอยู่ข้างหู "ผมปกป้องคุณได้ไม่ดีพอ ทำให้คุณต้องมาเจอเรื่องอันตรายแบบนี้" "ไม่ใช่ความผิดของคุณเสียหน่อยค่ะ คนเราห้ามจิตใจคนอื่นไม่ได้หรอกค่ะ" ฟางเซียนลูบแผ่นหลังกว้างเบาๆ เป็นการปลอบโยน นางยิ้มมุมปากอย่างเหนือชั้น "อีกอย่าง... คนพวกนั้นไม่ได้ระคายผิวฉันหรอกค่ะ ฉันต่างหากที่เป็นห่วงคุณ" กู้เฉินผละออกจากอ้อมกอดเล็กน้อย ดวงตาคมกริมมองภรรยาอย่างไม่เข้าใจ "เป็นห่วงผม?" "ใช่ค่ะ" ฟางเซียนพยักหน้ารับ รอยยิ้มบนใบหน้าหวานล้ำเปลี่ยนเป็นความจริงจังขึ้นมาเล็กน้อย "เพราะพรุ่งนี้... คุณก็ต้องเดินทางไปปฏิบัติภารกิจแนวหน้าแล้วไม่ใช่หรือคะ?" ราวกับมีค้อนหนักๆ มาทุบลงกลางอกของกู้เฉิน บรรยากาศรอบตัวพลันเงียบงัดลงทันที คำพูดนั้นทำให้ความอบอุ่นในอ้อมกอดเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความหนابเหน็บของการพลัดพราก ภารกิจลับชายแดนที่กินเวลาแรมเดือน... การจากลาชั่วคราวที่เต็มไปด้วยความคิดถึงกำลังจะเริ่มต้นขึ้นในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า คืนนั้น ทั้งสองไม่ได้นอนหลับอย่างสนิท กู้เฉินกอดภรรยาแนบแน่นตลอดทั้งคืนราวกับต้องการเก็บกักความอบอุ่นนี้ไว้ใช้ยามเผชิญกับความหนาวเหน็บในป่าลึก ฟางเซียนเองก็ตื่นตัวอยู่ในภวังค์ความคิด นางใช้เวลาที่สามีหลับสนิทแอบเข้าไปในมิติห้างสรรพสินค้าเพื่อจัดเตรียม "กระเป๋าฉุกเฉินระดับไฮ엔ด์" ทั้งอาหารสำเร็จรูปแห้งที่ให้พลังงานสูง ยาปฏิชีวนะชั้นดี น้ำดื่มบริสุทธิ์ และแผ่นให้ความอบอุ่น บรรจุลงในเป้ทหารของเขาอย่างเงียบเชียบและรอบคอบที่สุด ยามเช้าตรู่มาเยือนเร็วกว่าที่คิด เสียงแตรปลุกของค่ายทหารดังขึ้นก้องกังวาน แสงสีทองส้มของดวงอาทิตย์สาดส่องผ่านม่านหน้าต่างกระทบเข้ากับโต๊ะไม้ในห้องครัว บนเตาไฟ กลิ่นหอมกรุ่นของ "ซุปไก่ตุ๋นโสมตังกุยยาจีนโบราณ" กำลังส่งกลิ่นหอมตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ น้ำซุปสีทองใสเคี่ยวด้วยไฟอ่อนมาข้ามคืน เนื้อไก่เปื่อยนุ่มละลายในปาก ผสมผสานกับเครื่องเทศบำรุงกำลังที่ฟางเซียนแอบนำออกมาจากมิติพิเศษ เป็นอาหารมื้อสุดท้ายก่อนเดินทางที่นางตั้งใจทำให้สามีทานเพื่อเสริมสร้างพลังและอวยพรให้ปลอดภัย กู้เฉินในชุดเครื่องแบบสนามเต็มยศ สะพายเป้ทหารที่หนักอึ้ง (ซึ่งข้างในเต็มไปด้วยความห่วงใยของภรรยา) ยืนนิ่งอยู่หน้าประตูบ้าน มือหนาจับลูกบิดประตูไว้แต่ยังไม่ยอมผลักออกไป เขาก้มมองชามซุปไก่ตรงหน้าที่มีควันร้อนๆ ลอยกรุ่น พร้อมกับมองหน้าภรรยาสวนสวยที่ยืนส่งยิ้มบางๆ ให้เขาด้วยความอาลัย "ทานให้อุ่นท้องก่อนไปนะคะ" ฟางเซียนเอ่ยเบาๆ ขอบตารื้นขึ้นเล็กน้อยแต่ยังคงรอยยิ้มเข้มแข็งไว้ได้ "ฉันจะรอ... รอวันที่คุณกลับมา" กู้เฉินวางเป้ลง เดินตรงเข้าประชิดร่างบางแล้วดึงเธอเข้ามากอดแนบอกแน่นอีกครั้ง สัมผัสหนักแน่นและอ้อมกอดที่อัดแน่นไปด้วยความรักและความโหยหาทำให้หัวใจของฟางเซียนกระตุกวูบ "ผมจะรีบกลับมาหาคุณ... เมียรักของผม" กระซิบเสียงทุ้มพร่าข้างใบหู ก่อนจะก้มลงจุมพิตหน้าผากเนียนอย่างทะนุถนอมเป็นครั้งสุดท้าย แล้วหันหลังก้าวเดินออกไปจากประตูบ้านอย่างเด็ดเดี่ยว ปัง! เสียงประตูปิดลง ทิ้งให้ฟางเซียนยืนอยู่ท่ามกลางความเงียบเหงาและกลิ่นหอมของซุปไก่ที่ยังคงลอยวนอยู่ในห้อง นางสูดหายใจเข้าลึกๆ เพื่อปรับอารมณ์ ก่อนจะหันหลังกลับมาเตรียมเก็บกวาดโต๊ะอาหาร ทว่า... ในจังหวะที่นางกำลังจะหยิบชามกระเบื้องเคลือบนั้นเอง เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นสามครั้งติดๆ กันอย่างเร่งรีบ! ก๊อก ก๊อก ก๊อก! ฟางเซียนขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความแปลกใจ ใครกันที่มาเคาะประตูเรือนพักในเวลาที่ทหารทุกคนเพิ่งจะออกเดินทางไปแนวหน้าหมดแบบนี้? นางเดินไปที่ประตูแล้วเปิดออกอย่างระมัดระวัง ทว่าภาพที่ปรากฏเบื้องสายตากลับทำให้ลมหายใจของนางสะดุดกึกลงไปกองที่ตาตุ่ม— ร่างของบุรุษในชุดนอกเครื่องแบบคนหนึ่งยืนหอบหายใจรุนแรง ใบหน้าซีดเผือด เนื้อตัวเปื้อนโคลนและคราบเขม่าดำสนิท ดวงตาเบิกโพลงเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด เขารีบละล่ำละลักพูดออกมาด้วยเสียงสั่นเครือทันทีที่เห็นหน้าฟางเซียน "คุณ... คุณนายกู้! แย่แล้วครับ! ขบวนรถเสบียงของกองร้อยที่สาม... ถูกซุ่มโจมตีกลางหุบเขาอวี้หลิง! ตอนนี้... พันจ่ากู้เฉินขาดการติดต่อและสูญหายไปในแนวหน้าแล้วครับ!" ________________________________________ *ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งกำลังใจให้ฟางเซียนมาโดยตลอดนะคะ*
สารจากนักเขียน (ครัวคุณยาย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สูตรลับฉบับเมียทหาร: ยิ่งรวยยิ่งรัก ยิ่งฟาดให้จมดิน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%