"ถ้าท่านยังกล้าเขี่ยผักคะน้าชิ้นนั้นออกจากจานอีกเพียงครั้งเดียว ข้าจะถือว่าท่านดูถูกหยาดเหงื่อแรงงานของสตรีที่นั่งอยู่ตรงหน้านี้ และคืนนี้... อย่าหวังว่าจะได้แตะชายเสื้อของข้าแม้แต่ปลายนิ้วค่ะ ท่านแม่ทัพ!"
เสียงหวานใสที่เจือไปด้วยกระแสคาดโทษอย่างจริงจัง ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบสงบภายในเรือนรับรองส่วนตัวของจวนแม่ทัพ ตะเกียบไม้ไผ่ขัดเงาในมือแกร่งชะงักกึกกลางอากาศ ดวงตาคมกริบที่เคยตวัดมองข้าศึกในสนามรบด้วยความเหี้ยมเกรียม บัดนี้กลับกะพริบปริบๆ อย่างจนมุม เมื่อปะทะเข้ากับดวงตาคู่สวยที่ฉายแววเอาเรื่องของภรรยาหมาดๆ
จวินเยี่ย บุรุษผู้ขึ้นชื่อว่าเย็นชาและดุดันที่สุดแห่งค่ายทหารบูรพา กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เขาก้มมองจานกระเบื้องเคลือบตรงหน้าที่ส่งกลิ่นหอมกรุ่นยั่วน้ำลาย ผักคะน้าสีเขียวสดกรอบที่ถูกผัดจนเคลือบด้วยน้ำมันกระเทียมเจียวหอมกรุ่น กำลังนอนสงบนิ่งอยู่เคียงข้างหมูสามชั้นตุ๋นน้ำแดงสีอำพัน ช่างเป็นภาพที่ท้าทายจิตใจของแม่ทัพผู้เกลียดผักเข้าไส้เสียเหลือเกิน
"อิงอิง... เจ้าก็รู้ว่าข้า..." ท่านแม่ทัพพยายามส่งสายออดอ้อนที่ใช้ได้ผลทุกครั้งมาให้ แต่ดูเหมือนวันนี้มันจะใช้ไม่ได้ผลเสียแล้ว
"ห้ามอ้างเด็ดขาดนะคะ!" หลินอิงเชิดคางขึ้นเล็กน้อย ดวงตากลมโตหรี่ลงอย่างรู้ทัน นางวางตะเกียบลงบนโต๊ะเสียงดังเบาๆ เพื่อเน้นย้ำความจริงจัง "ข้าวทุกเม็ด ผักทุกต้นในจานนี้ ล้วนมาจากหยาดเหงื่อของข้าในสวนสวรรค์มิติพิเศษ กว่าจะปลูกให้ออกมาอวบออิ่มไร้สารพิษได้ขนาดนี้ ข้าต้องรดน้ำพรวนดินด้วยความใส่ใจแค่ไหน ท่านที่เป็นสามี... นอกจากจะไม่ช่วยทำสวนแล้ว ยังกล้าเขี่ยมันทิ้งหรือคะ?"
คำว่า 'สามี' ที่หลุดออกมาจากริมฝีปากอิ่มสวยนั้น มีอานุภาพรุนแรงยิ่งกว่าคาทัพของข้าศึกเสียอีก มันทำให้ใบพักตร์คมคายของจวินเยี่ยร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ ชายหนุ่มสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อตั้งสติ ก่อนจะตัดสินใจหยิบตะเกียบขึ้นมาคีบเจ้าผักเจ้ากรรมชิ้นนั้นเข้าปาก แล้วเคี้ยวกลืนลงไปในอึกเดียว แม้ใบหน้าจะบิดเบี้ยวเล็กน้อยด้วยความฝืนใจ แต่นัยน์ตากลับทอประกายความยอมจำนนอย่างสิ้นเชิง
หลินอิงเห็นดังนั้น มุมปากอิ่มก็ยกย่องขึ้นเป็นรอยยิ้มพึงใจ ความโกรธเคืองเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น นางตักซุปไก่ตุ๋นโสมป่าร้อนๆ ถ้วยโตเลื่อนไปตรงหน้าเขา พลางกล่าวด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงและแฝงความใส่ใจ "ดื่มซุปนี่เสียหน่อยค่ะ จะได้บำรุงกำลัง งานในค่ายทหารช่วงนี้คงหนักหนามากสินะคะ"
บรรยากาศตึงเครียดเมื่อครู่พลันเปลี่ยนเป็นความอบอุ่นละมุนละไม กลิ่นหอมกรุ่นของอาหารนานาชนิดลอยตลบอบอวลไปทั่วห้องโถง เมนูในค่ำคืนนี้ล้วนเป็นฝีมือของหลินอิงที่ตั้งใจทำเพื่อตอบแทนสามีผู้คอยสนับสนุนนางอยู่เบื้องหลัง ไม่ว่าจะเป็นปลาทอดกรอบราดซอสเปรี้ยวหวาน หมูสามชั้นตุ๋นซีอิ๊วละลายในปาก และผัดผักคะน้าไฟแดงที่เพิ่งผ่านศึกไปหมาดๆ
จวินเยี่ยลอบมองภรรยาตัวน้อยที่กำลังตักข้าวใส่จานให้เขาด้วยความรู้สึกตื้นตันใจอย่างบอกไม่ถูก ใครเล่าจะคาดคิดว่า สตรีที่เคยถูกตระกูลเดิมกดขี่และชาวบ้านนินทาว่าเป็นเพียงเกษตรกรยากจน จะกลายมาเป็นดวงใจของแม่ทัพใหญ่ผู้กุมอำนาจครึ่งค่ายทหารเช่นเขา ยิ่งไปกว่านั้น ฝีมือการทำอาหารและการค้าขายของนางยังเติบโตจนสามารถตบหน้าบรรดาพ่อค้าหน้าเลือดอย่างหลี่จื่อ เจ้าของร้านอาหารคู่แข่งที่คอยหาเรื่องได้อย่างเจ็บแสบในตลาดเมื่อวานนี้
"วันนี้ที่ตลาดเกิดเรื่องขึ้น เจ้าจัดการคนของหลี่จื่อเรียบร้อยดีใช่ไหม?" จวินเยี่ยเอ่ยถามขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่ม ขณะคีบเนื้อปลาชิ้นโตเข้าปาก รสชาติกลมกล่อมละมุนลิ้นทำให้เขาต้องพยักหน้ารับอย่างชื่นชมในฝีมือภรรยา
หลินอิงหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ดวงตาพราวระยับด้วยประกายความเจ้าเล่ห์ "ระดับหลินอิงเสียอย่าง จะปล่อยให้คนพวกนั้นมาเอาเปรียบได้หรือคะ? ข้าแค่เอาผักวิเศษล็อตใหม่ที่เพิ่งเก็บจากมิติออกไปวางขายตัดหน้า ขยายราคาถูกกว่าครึ่งหนึ่ง แถมยังแถมเคล็ดลับการทำอาหารให้ลูกค้าขาประจำของร้านเขาจนหมดเกลี้ยง ป่านนี้ตาเฒ่าหลี่จื่อคงนั่งกุมขมับจนผมร่วงหมดหัวไปแล้วกระมังคะ"
ความฉลาดหลักแหลมและความเด็ดขาดของนาง ทำให้จวินเยี่ยอดไม่ได้ที่จะยื่นมือไปกุมมือเรียวนุ่มที่วางอยู่บนโต๊ะ เขาสบตาภรรยาด้วยความรักและภาคภูมิใจ "เจ้าเก่งกาจถึงเพียงนี้ ต่อไปหากใครกล้ารังแกเจ้าอีก บอกสามีผู้นี้ได้ทันที ข้าจะส่งคนไปรื้อร้านมันให้ราบเป็นหน้ากลองเลยทีเดียว"
"บ้าสิคะ ท่านพูดจาอะไรน่ากลัวแบบนั้น ข้าเป็นแม่ค้าทำมาหากินสุจริตนะค᷇ะ ไม่ใช่นักเลงหัวไม้เสียหน่อย" นางค้อนให้เขาค้อนใหญ่ แต่ใบหูที่แดงก่ำกลับทรยศความเขินอายที่ซ่อนอยู่ภายใน
ทั้งสองผลัดกันคีบอาหารและพูดคุยหยอกล้อกันอย่างออกรส ชายหนุ่มผู้เย็นชาต่อโลกภายนอก บัดนี้กลับยอมจำนนต่อรสชาติอาหารและรอยยิ้มของสตรีตรงหน้าอย่างถอนตัวไม่ขึ้น ความสุขสงบเช่นนี้คือสิ่งที่จวินเยี่ยโหยหามาตลอดชีวิตการเป็นทหาร ความเหนื่อยล้าจากการศึกสงครามและการเมืองในราชสำนักราวกับถูกปัดเป่าให้หาย Wบด้วยบรรยากาศอันอบอุ่นภายในเรือนหลังนี้
ทว่า... ความสงบสุขมักอยู่ได้ไม่นาน
ในขณะที่หลินอิงกำลังจะตักของหวานอย่างบัวลอยน้ำขิงรสชาติกลมกล่อมให้สามี เสียงฝีเท้าเร่งรีบอันผิดปกติก็ดังขึ้นจากนอกประดูเรือนรับรอง ตามมาด้วยเสียงเคาะประตูรัวเร็วและน้ำเสียงตื่นตระหนกของพ่อบ้านหลี่ที่ดังทะลุเข้ามา
"ท่านแม่ทัพ! นายท่านขอรับ! เกิดเรื่องใหญ่แล้ว..."
จวินเยี่ยขมวดคิ้วมุ่นทันที ความหงุดหงิดฉายชัดขึ้นในดวงตาคมกริบเมื่อเวลาส่วนตัวถูกขัดจังหวะ เขาตวัดสายตาไปยังประตูห้องด้วยความไม่พอใจ
"มีเรื่องอันใด ถึงได้มารบกวนเวลาพักผ่อนของข้ากับฮูหยิน!" สุรเสียงทรงอำนาจเอ่ยถามลอดประตูปิดสนิท
"เรียนท่านแม่ทัพ... มี... มีคนนำห่อผ้าปริศนามาวางไว้ที่หน้าประตูจวน พร้อมกับป้ายประกาศท้าประลองฝีมือทำอาหาร และ... และ..." พ่อบ้านหลี่กลืนน้ำลายเอื้อมคอด้วยความหวาดกลัว "ในห่อผ้านั้นมีหัวผักกาดแกะสลักเป็นรูปใบหน้าของฮูหยิน พร้อมกับคราบเลือดสดๆ ติดอยู่ขอรับ!"
หลินอิงชะงักมือที่ถือทัพพีตักขนมหวานทันที รอยยิ้มอิ่มเอมเมื่อครู่อันตรธานหายไปอย่างไร้ร่องรอย ดวงตากลมโตหรี่ลงสะท้อนแววตาวาวโรจน์ด้วยความเยือกเย็น
จวินเยี่ยผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูง รังสีสังหารแผ่ซ่านออกจากร่างหนาทันที ทว่าก่อนที่เขาจะได้ก้าวเท้าไปเปิดประตู หลินอิงกลับเอื้อมมือไปแตะแขนแกร่งของสามีไว้เบาๆ
นางส่ายหัวช้าๆ พร้อมกับยกย่องมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความท้าทาย ราวกับเสือสาวที่กำลังสนุกสนานกับการล่าเหยื่อ
"ไม่ต้องรีบร้อนออกไปหรอกค่ะท่านพี่..." หลินอิงเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่น่าขนลุก "ในเมื่อมีคนอยากลองดีกับสวนส้มของข้าถึงหน้าประตูบ้านเช่นนี้... คืนนี้เห็นทีเราคงต้องออกไปต้อนรับแขกไม่ได้รับเชิญกันเสียหน่อยแล้วกระมังคะ"
รักและคิดถึงรี้ดทุกท่านเสมอค่ะ ❤️
- สวนส้มปลายฟ้า -
เกษตรกรสาวมือฉมังกับท่านแม่ทัพผู้เกลียดผัก•ตอนที่ 18
อาหารมื้อพิเศษเพื่อขอบคุณ
ผลงานโดย สวนส้มปลายฟ้า
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สวนส้มปลายฟ้า)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เกษตรกรสาวมือฉมังกับท่านแม่ทัพผู้เกลียดผัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!