"ถ้าข้าได้ยินคำว่า 'ผักป่าไร้ราคา' หลุดออกมาจากปากเจ้าอีกคำเดียว เกรงว่าตระกูลหลี่ของเจ้า อาจจะต้องย้ายสำมะโนครัวไปค้าขายที่ชายแดนถาวรแทนที่จะเป็นที่นี่"
น้ำเสียงทุ้มต่ำราบเรียบราวกับสายน้ำในฤดูหนาว แต่กลับกดดันจนบรรยากาศรอบแผงขายของในตลาดสดถึงกับเงียบกริบ หลี่จื่อหน้าซีดเผือดริมฝีปากสั่นระริกโดยไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง เมื่อเงยหน้าขึ้นสบเข้ากับดวงตาคมกริบราวกับใบมีดของท่านแม่ทัพจวินเยี่ยที่ยืนบังร่างเพรียวของหลินอิงไว้มิดชิดราวกับภูเขาผา
หลินอิงกะพริบตาปริบๆ นางเพียงแค่กำลังจัดเรียง "คะน้าฮ่องกง" ต้นอวบอ้วนสีเขียวสดที่เพิ่งเก็บออกจากมิติลับเมื่อครู่ลงบนแผงไม้ด้วยความเพลิดเพลิน ไม่คิดเลยว่าสามีหมาดๆ (ที่มักจะตีเนียนมาช่วยเฝ้าร้านทุกวัน) จะออกโรงปกป้องนางด้วยประโยคตัดตอนอนาคตตระกูลคู่แข่งเสียจนเด็ดขาดถึงเพียงนี้ ชายหนุ่มในชุดคลุมผ้าไหมปักลายพยัคฆ์ซ่อนเล็บไม่ได้สนใจสายตาของชาวบ้านที่กำลังมุงดูด้วยความตื่นตะลึง เขากำลังใช้ผ้าเช็ดหน้าสีขาวสะอาดเช็ดคราบฝุ่นละอองที่ข้างแก้มของนางอย่างเบามือ สายตาดุดันเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความอ่อนโยนจนน่าหมั่นไส้ในชั่วพริบตา
"เจ้ารังแกของในมือข้าเสียหมดแล้วค่ะท่านแม่ทัพ" หลินอิงเอ่ยท้วingด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะเบาๆ นางปัดมือเขาออกอย่างไม่เกรงใจ พร้อมกับหยิบคะน้าต้นงามยื่นใส่ (...)
"ข้าไม่ได้รังแก... ข้าแค่กำลังปกป้องสิทธิ์ของภรรยา" จวินเยี่ยเอ่ยตอบเสียงทุ้ม ดวงตาคมกอดอกมองค้อนหลี่จื่อที่ถอยร่นไปสามก้าวอย่างผู้ชนะ "อีกอย่าง ผักพวกนี้มีค่ามากกว่าทองคำทั้งหีบของตระกูลหลี่รวมกันเสียอีก เจ้าอย่าได้เอาสายตาต่ำต้อยมามองของกินของฮูหยินข้าเป็นอันขาด"
คำพูดประโยคนั้นทำเอาพ่อค้าแม่ขายรอบข้างถึงกับสูดปากด้วยความตกใจ ใครๆ ก็รู้ว่าท่านแม่ทัพจวินเยี่ยผู้นี้ขึ้นชื่อเรื่องความเย็นชาและเกลียดผักเข้าไส้มาแต่ไหนแต่ไร แต่เวลานี้เขากลับมายืนยันยันเสียงแข็งกลางตลาดว่าผักในกำมือของภรรยามีค่ามากกว่าทองคำ! ช่างเป็นความย้อนแย้งที่น่ารักและน่าหมั่นไส้ในเวลาเดียวกันเสียจริง
หลี่จื่อกัดฟันกรอดด้วยความแค้นเคืองจนใบหน้าบิดเบี้ยว แต่เพราะอำนาจและบารมีของแม่ทัพหนุ่มค้ำคออยู่ เขาจึงทำได้เพียงสะบัดแขนเสื้อแล้วถอยร่นหนีหายไปท่ามกลางฝูงชนอย่างน่าสมเพช ทิ้งไว้เพียงเสียงซุบซิบชื่นชมความสวีทหวานที่ลอยวนอยู่ทั่วบริเวณ
"เจ้าคนเจ้าเล่ห์..." หลินอิงอมยิ้มแก้มตุ่ย นางแกล้งใช้ศอกสะกิดสีข้างสามีเบาๆ "ท่านพูดจาโอ้อวดเกินจริงไปเสียหน่อยแล้ว เดี๋ยวคนก็พากันคิดว่าข้าขายผักแพงขูดเลือดขูดเนื้อหรอกค่ะ"
"ข้าพูดความจริง" จวินเยี่ยก้มลงกระซิบข้างใบหูของนาง กลิ่นหอมสะอาดจากตัวเขาลอยมาแตะจมูก "ผักในมิติของเจ้า... ไม่สิ ผักที่เจ้าปลูก รสชาติดีจนทำให้ข้ากินข้าวได้สามชามติดต่อกันโดยไม่แตะเนื้อสัตว์เลยด้วยซ้ำ หากใครกล้าบอกว่ามันไร้ราคา ข้าจะให้คนไปรื้อโรงเตี๊ยมของมันทิ้งเสียให้หมด"
น้ำเสียงจริงจังของเขาทำเอาหลินอิงถึงกับหัวเราะร่วน นางส่ายหัวน้อยๆ ให้กับความคลั่งรักของสามีหนุ่ม ก่อนจะหันมาจัดการกับลูกค้ากลุ่มใหญ่ที่พากันกรูเข้ามามุงแผงค้าหลังจากเหตุการณ์ระทึกขวัญผ่านพ้นไป ชื่อเสียงของ "ผักวิเศษแห่งสวนส้มปลายฟ้า" ในวันนี้ไม่ได้โด่งดังแค่เพราะรสชาติและความกรอบหวานอันเป็นเอกลักษณ์อีกต่อไป แต่ยังพ่วงด้วยกิตติศัพท์ความดุร้ายของท่านแม่ทัพผู้พร้อมจะเอาหัวคนมาสังเวยให้หากใครกล้ามาตักเตือนภรรยาเรื่องการค้าขาย
ตกเย็น บรรยากาศภายในเรือนพักอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมเย้ายวนของอาหารจานเด็ด หลินอิงกำลังงละเมียดง่วนอยู่หน้าเตาไฟ นางใช้ผักคะน้าฮ่องกงสดๆ จากมิติลับมาผัดกับน้ำมันหมูแทรกมันหอมกรุ่นและกระเทียมจีนทุบแตก ปรุงรสด้วยน้ำซุปกระดูกเคี่ยวเข้มข้นจนได้ที่ ส่งกลิ่นหอมฟุ้งตลบอบอวลไปทั่วทั้งหมู่บ้าน จนเพื่อนบ้านข้างเคียงต่างพากันชะเง้อมองด้วยความกลืนน้ำลาย
จวินเยี่ยที่เพิ่งอาบน้ำเปลี่ยนชุดเสร็จเดินตรงเข้ามาสวมกอดเอวบางจากด้านหลังอย่างคุ้นชิน คางคมเกยอยู่บนลาดไหล่ของนางสูดดมกลิ่นหอมอ่อนๆ จากซอกคอระหง
"หอมเหลือเกิน... วันนี้ทำอะไรให้สามีคนนี้กินอีกแล้วคะ" เสียงทุ้มแหบพร่ากระซิบชิดริมฝีปาก
"คะน้าฮ่องกงผัดน้ำมันหอยสูตรพิเศษค่ะ รับรองว่าท่านแม่ทัพผู้เกลียดผักจะต้องยอมสยบแทบเท้าจานนี้แน่นอน" นางเอี้ยวตัวกลับมาพร้อมกับยื่นช้อนกระเบื้องตักชิ้นผักสีเขียวมรกตที่เคลือบด้วยน้ำราดฉ่ำวาวเป่าลมเบาๆ แล้วป้อนให้เขาถึงปาก
จวินเยี่ยชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาสบเข้ากับดวงตาคู่สวยที่เป็นประกายระยับด้วยความท้าทาย เขายอมอ้าปากรับคำท้า เคี้ยวช้าๆ เพื่อลิ้มรสชาติ... และในวินาทีนั้นเอง ประกายตาของแม่ทัพหนุ่มก็เบิกกว้างขึ้น ความกรอบหวานฉ่ำที่ไม่มีเส้นใยเหนียวรบกวนลิ้น ผสานกับรสชาติกลมกล่อมกำลังดี ทำให้เขาต้องพยักหน้ารับในทันที
"อร่อย... อร่อยจนข้าอยากจะกินเจ้าเข้าไปแทนผักจานนี้เสียแล้ว"
"ทะลึ่งใหญ่แล้วนะคะ!" หลินอิงค้อนควักวงใหญ่ แต่ใบหน้ากลับขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างห้ามไม่อยู่
ในขณะที่สองสามีภรรยากำลังหยอกล้อกันอย่างมีความสุขท่ามกลางมื้อค่ำอันแสนอบอุ่น เสียงเคาะประตูกระชั้นชิดรุนแรงจากด้านนอกก็ดังขึ้นทำลายบรรยากาศเงียบสงบลงอย่างกะทันหัน จวินเยี่ยขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่พอใจ ส่วนหลินอิงวางตะเกียบในมือลงทันทีเมื่อสังเกตเห็นสีหน้าเคร่งเครียดของคนที่มาเยือนยามวิกาล
ทหารยามหน้าประตูเรือนวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาคุกเข่าลงเบื้องหน้าท่านแม่ทัพด้วยเนื้อตัวสั่นเทา
"เรียนท่านแม่ทัพ... เกิดเรื่องใหญ่ที่คลังเสบียงหลวงแล้วพ่ะย่ะค่ะ! ผักและธัญพืชล็อตใหญ่ที่ท่านสั่งให้ตรวจรับไว้เมื่อตอนบ่าย... อยู่ๆ ก็เน่าเปื่อยกลายเป็นผงสีดำ ส่งกลิ่นเหม็นเน่าไปทั่วทั้งกองทัพอย่างไร้สาเหตุพ่ะย่ะค่ะ!"
รักและคิดถึงรี้ดทุกท่านเสมอค่ะ ❤️
- สวนส้มปลายฟ้า -
เกษตรกรสาวมือฉมังกับท่านแม่ทัพผู้เกลียดผัก•ตอนที่ 17
เมื่อจวินเยี่ยออกตัวปกป้อง
ผลงานโดย สวนส้มปลายฟ้า
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สวนส้มปลายฟ้า)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เกษตรกรสาวมือฉมังกับท่านแม่ทัพผู้เกลียดผัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!