เพลียวกระดาษสาแผ่นบางถูกโยนลงบนโต๊ะไม้เนื้อดีเสียงดัง *แควก*
หลินอิงไม่ได้กะพริบตาแม้แต่น้อย สายตาของนางจ้องมองตัวอักษรหวัดๆ บนใบประกาศสั่งห้ามขายสินค้าเกษตรในเขตตลาดบูรพาด้วยรอยยิ้มเยาะที่มุมปาก กระดาษแผ่นนี้ไม่ได้ลงชื่อเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น แต่ประทับตราสัญลักษณ์รูป 'ใบบัวคู่' ซึ่งเป็นตราประจำตระกูลขุนนางเก่าแก่ที่อยู่เบื้องหลังการผูกขาดกิจการโรงเตี๊ยมทั่วทั้งมณฑล
"ดูท่าทาง 'หลี่จื่อ' คงจะวิ่งโร่ไปฟ้องบิดาบุญธรรมจนหูตั้งแล้วกระมังคะ ถึงได้กล้าส่งคนเอาหนังสือเตือนบ้าๆ นี่มาแปะหน้าประตูสวนของพวกเรา" เสียงหวานใสแต่เย็นเยียบเอ่ยขึ้น ขณะที่มือเรียวยังคงบรรจงคัดแยกเมล็ดพันธุ์ผักกาดหอมสวรรค์ออกจากฝักสีทองอย่างใจเย็น
จวินเยี่ยที่ยืนกอดอกพิงกรอบประตู กวาดสายตาคมกริบมองกระดาษแผ่นนั้นด้วยแววตาดุจพญาอินทรีที่เตรียมขย้ำเหยื่อ ร่างสูงใหญ่ในชุดลำลองเคลื่อนกายเข้ามาใกล้ ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบกระดาษแผ่นนั้นขยำมันจนยับยู่ยี่ในอุ้งมือเดียว แล้วโยนลงเตาถ่านที่กำลังลุกโชนอย่างไร้ความใยดี
"ให้ข้าส่งคนไปรื้อตระกูลนั้นให้ราบเป็นหน้ากลองเลยดีหรือไม่ ฮูหยิน" น้ำทุ้มต่ำเอ่ยถามด้วยความเอ็นดูแกมระ28ขัง พร้อมกับยื่นจานผลไม้ฉ่ำน้ำที่เพิ่งเด็ดสดๆ จากมิติลับมาป้อนถึงริมปากนาง
หลินอิงเคี้ยวเนื้อส้มหวานฉ่ำอย่างอารมณ์ดี ความหวานสดชื่นกระจายไปทั่วโพรงปาก ช่วยชะล้างความหงุดหงิดจากการรังแกของพวกแมลงน่ารำคาญ นางหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ดวงตากลมโตเป็นประกายเจ้าเล่ห์ "ใจร้อนเสียจริงนะคะท่านแม่ทัพ รื้อจวนตอนนี้แล้วความสนุกมันจะไปอยู่ตรงไหนเล่าคะ? ในเมื่อพวกเขาอยากเล่นเกมอำนาจนัก เราก็แค่เปิดโต๊ะพนันเดิมพันให้ใหญ่ขึ้น จนกว่าเจ้าของตระกูลใหญ่เบื้องหลังจะกระอักเลือดออกมาเองก็ยังไม่สาย"
กิจการผักและผลไม้จากมิติลับของหลินอิงในยามนี้เติบโตจนกลายเป็นเสี้ยหนามตำใจของกลุ่มพ่อค้าคนกลาง ตระกูลเศรษฐีเก่าอย่างตระกูลซ่ง ซึ่งมีอำนาจมืดหนุนหลังหลี่จื่ออยู่ กำลังพยายามบีบคั้นทุกวิถีทางเพื่อฮุบสูตรการเกษตรและช่องทางการจัดจำหน่ายของนาง ทว่าพวกมันหารู้ไม่ว่า ยิ่งกดดัน นางก็ยิ่งมีช่องทางทำกำไรที่เหนือชั้นกว่าเดิมเป็นเท่าตัว
ช่วงบ่าย กลิ่นหอมกรุ่นของ 'ไก่ตุ๋นโสมสวรรค์' ลอยตลบอบอวลไปทั่วบริเวณเรือนพัก หลินอิงกำลังงละมุนละม่อมอยู่กับการเคี่ยวซุปกระดูกหมูใส่รากบัวมิติ เพื่อเตรียมทำเป็นเมนูเด็ดสำหรับมื้อค่ำ ขณะที่จวินเยี่ยทำหน้าที่เป็นลูกมือคอยสุมไฟและนวดแป้งสาลีอย่างแข็งขัน ภาพของท่านแม่ทัพผู้เก่งกล้าสามารถในยสนามรบ บัดนี้กลับยอมก้มหัวง่วนอยู่หน้าเตาถ่านเพื่อเอาใจภรรยา เป็นภาพที่หากผู้ใต้บังคับบัญชามาเห็นคงต้องตาค้างจนกรามค้างไปหลายวัน
"อิงเอ๋อ..." เสียงทุ้มเอ่ยเรียกขณะที่วงแขนแข็งแกร่งสวมกอดเอวบางจากด้านหลัง คางคมเกยอยู่บนลาดไหล่สูดดมกลิ่นกายหอมอ่อนๆ อย่างหลงใหล "เจ้าแน่ใจนะว่าแผนการพรุ่งนี้จะไม่ทำให้เจ้าเหนื่อยจนเกินไป? หากเจ้าต้องการ ข้าสามารถจัดการพวกมันให้หายไปจากมณฑลนี้ภายในคืนเดียวได้ทันที"
หลินอิงวางทัพพีลง หันกลับมาใช้มือเรียวโอบรอบคอสามี พลางยิ้มยั่วเย้า "ท่านแม่ทัพคะ การฆ่าคนมันง่ายเกินไป แต่การทำให้คนพวกนั้นสูญเสียทุกอย่างที่ภาคภูมิใจ ล้มละลายคาสนามค้าขาย และต้องกราบกรานขอความช่วยเหลือจากเรา... นั่นต่างหากคือความสะใจที่แท้จริง!"
รอยยิ้มของนางทรงพลังและชวนให้หลงใหลเสียจนจวินเยี่ยอดใจไม่ไหว ต้องก้มลงกดจุมพิตหนักหน่วงที่ริมฝีปากอิ่มอย่างหมั่นเขี้ยว ทว่าในจังหวะที่บรรยากาศกำลังหวานชื่น เสียงทุบประตูกระแทกกระทั้นจากด้านนอกเรือนก็ดังขึ้นทำลายความเงียบสงบ
*ปัง! ปัง! ปัง!*
"เปิดประตูเดี๋ยวนี้! ทางการมาตรวจค้นตามคำสั่งของใต้เท้าซ่ง!" เสียงตะโกนหยาบโลนดังแทรกเข้ามา พร้อมกับเสียงฝีเท้าหนักอึ้งของกลุ่มคนจำนวนมากที่กรูเข้ามาล้อมรอบเรือนพักอย่างรวดเร็ว
หลินอิงหรี่ตาลงเล็กน้อย รอยยิ้มเยือกเย็นปรากฏขึ้นที่มุมปาก นางหันไปสบตากับสามีที่ตอนนี้แววตาเปลี่ยนเป็นคมกริบดุจใบมีดโกน บรรยากาศรอบตัวของท่านแม่ทัพแผ่รังสีสังหารออกมาราวกับพายุใหญ่ที่กำลังก่อตัว
ประตูกลอนไม้ถูกถีบจนกระเด็นหลุดออกจากวงกบ ร่างอ้วนทุ้ยของหัวหน้ามือปราบประจำอำเภอเดินนำหน้าเข้ามา พร้อมด้วยชายวัยกลางคนสวมชุดผ้าแพรปักลายหรูหรา ใบหน้าบึ้งตึงหยิ่งยโส ซึ่งก็คือ 'ซ่งฉี' ผู้นำตระกูลซ่งผู้ทรงอิทธิพลเบื้องหลังหลี่จื่อ นั่นเอง
"บังอาจนัก! เจ้าสามีภรรยาไร้หัวนอนปลายเท้า กล้าดียังไงถึงฝ่าฝืนคำสั่งตระกูลซ่งและลักลอบค้าขายสินค้าต้องห้าม!" ซ่งฉีชี้หน้าตะคอกเสียงดังลั่นเรือน
หลินอิงก้าวเท้าออกไปข้างหน้าอย่างไม่เกรงกลัว ร่างระหงยืนหยัดอย่างมั่นคงท่ามกลางวงล้อมของมือปราบ นางเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มเยาะเย้ยปรากฏชัดเจนบนใบหน้าสวยคม
"สินค้าต้องห้ามอันใดกันคะใต้เท้าซ่ง หรือว่า... พืชผลที่งอกงามจนทำให้ร้านค้าปลอมๆ ของพวกท่านขายไม่ออก จนต้องใช้อำนาจมืดมาปล้นสะดมกันแน่?"
ซ่งฉีหน้าเขียวคล้ำด้วยความโกรธจัดที่ถูกเด็กสาวสามหาวต่อหน้าผู้ใต้บังคับบัญชา "ปากกล้าดีนัก! ค้นเรือนนี้ให้พลิกแผ่นดิน หากพบเมล็ดพันธุ์หรือสินค้าเกษตรใดๆ จับกุมตัวมันไปรับโทษสถานหนักทันที!"
มือปราบหลายนายพุ่งตรงไปยังห้องเก็บของด้านในทันที แต่ทว่า... ทันทีที่ประตูห้องเก็บของถูกเปิดออก แสงสว่างจ้าสีทองเรืองรองก็สาดส่องออกมาจนทุกคนต้องยกแขนขึ้นป้องตา
ไม่ใช่แค่ผักธรรมดา แต่ภายในห้องนั้นกลับเต็มไปด้วย 'โสมหิมะพันปี' และ 'ผลท้อสวรรค์' ที่ส่งกลิ่นหอมตลบอบอวลไปทั่ว หอมหวลชนิดที่ต่อให้เป็นจักรพรรดิก็ยังไม่เคยได้ลิ้มลอง!
ซ่งฉีเบิกตากว้างด้วยความโลภละโมบ สัญชาตญาณพ่อค้าหน้าเลือดพุ่งพล่านทันที "น...ั่นมันสมุนไพรล้ำค่าในตำนาน! ยึด! ยึดมาเป็นของข้าให้หมด!"
หลินอิงแย้มยิ้มกว้าง ดวงตากลมโตโค้งเป็นรูปจันทร์เสี้ยวอย่างงดงาม แต่น้ำเสียงที่เอ่ยออกมากลับเย็นเยียบราวน้ำแข็งขั้วโลก
"อยากได้ก็เข้ามาหยิบเองสียสิคะ... แต่ระวังหน่อยนะเจ้าคะ ของบางอย่าง หากไม่มีบุญบารมีมากพอที่จะครอบครอง มันอาจจะกลายเป็นยาพิษที่แผดเผาตระกูลของพวกท่านให้มอดไหม้จนไม่เหลือแม้แต่ขี้เถ้า..."
จวินเยี่ยก้าวขึ้นมายืนเคียงข้างภรรยา มือหนาปลดดาบประจำกายออกจากเอวช้าๆ เสียงเหล็กกระทบฝักดัง *กริ๊ก* สะท้านขวัญคนฟัง และในเสี้ยววินาทีนั้นเอง เงาร่างนับสิบของทหารองครักษ์เงาในชุดดำสนิทก็ปรากฏตัวขึ้นล้อมรอบกลุ่มคนตระกูลซ่งไว้ทั้งหมดในพริบตาเดียว!
รักและคิดถึงรี้ดทุกท่านเสมอค่ะ ❤️
- สวนส้มปลายฟ้า -
เกษตรกรสาวมือฉมังกับท่านแม่ทัพผู้เกลียดผัก•ตอนที่ 19
ความขัดแย้งของสองตระกูล
ผลงานโดย สวนส้มปลายฟ้า
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สวนส้มปลายฟ้า)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เกษตรกรสาวมือฉมังกับท่านแม่ทัพผู้เกลียดผัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!