"ท่านแม่ทัพเหมาผักสดแผงนี้ไปจนหมดเกลี้ยง... แต่นางสารเลวหลินอิงกลับลอยหน้าลอยตากลับบ้านไปพร้อมกับสามีเยี่ยงนั้นหรือเจ้าคะท่านแม่!"
เสียงกรีดร้องด้วยความคับแค้นใจของหลี่จื่อดังสะท้านไปทั่วตลาดสด นางทุบกำปั้นลงบนโต๊ะไม้จนกาน้ำชาสั่นสะเทือน ดวงตาคู่คมที่เคยพราวระยับด้วยความมั่นใจบัดนี้แดงก่ำด้วยโทสะ ใบหน้าบิดเบี้ยวจนแทบเสียโฉม ยิ่งคิดถึงภาพที่ท่านแม่ทัพจวินเยี่ยปรายตามองนางราวกับมองเศษฝุ่น แล้วหันไปเอ่ยปากสั่งภรรยาด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนแกมบังคับให้กลับไปทำกับข้าวให้กิน ยิ่งทำให้นางรู้สึกราวกับถูกน้ำร้อนลวกหน้า
ฮูหยินเฒ่าตระกูลหลี่ผู้เป็นมารดาตบโต๊ะสวนกลับทันควัน ใบหน้าเหี่ยวย่นตามวัยเต็มไปด้วยความริษยาไม่แพ้บุตรสาว "เจ้าจะโวยวายไปไยหลี่จื่อ! ข้าก็เจ็บใจไม่แพ้เจ้า แม่นั่นมันใช้มารยาใดหว่านล้อมท่านแม่ทัพกัน ถึงได้ทำบุรุษผู้เย็นชาและเกลียดผักเข้ากระดูกดำผู้นั้นยอมจำนนได้... ผักเหม็นเขียวพวกนั้นมีอะไรดีนักหนา!"
ท่ามกลางเสียงบ่นด่าด้วยความอิจฉาริษยาของสองแม่ลูกตระกูลหลี่ บรรยากาศภายในครัวเรือนสกุลจวินกลับอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมหววนที่ชวนให้ท้องไส้ปั่นป่วนจนน่าประหลาดใจ
หลินอิงยืนอยู่หน้าเตาไฟ แสงไฟสีส้มแดงสะท้อนใบีนวลเนียนที่มีเม็ดเหงื่อผุดพรายบางเบา มือเรียวบางกำลังผัดผักกวางตุ้งฮ่องเต้สีเขียวสดในกระทะเหล็กอย่างทะมัดทะแมง เสียงฉ่าของน้ำมันหมูที่กระทบกับใบผักสดกรอบดังสนั่นเคล้ากับกลิ่นหอมของกระเทียมเจียวและน้ำซุปกระดูกหมูเคี่ยวเค็มๆ มันๆ ที่โชยตลบอบอวลไปทั่วบริเวณห้องครัว
นางแย้มยิ้มมุมปากเล็กน้อยขณะตักผักผัดสีเขียวมรกตใส่จานกระเบื้องเคลือบสีขาวสะอาดตา ความลับในมิติลับสวรรค์ของนางช่างยอดเยี่ยมเสียจริง พืชผักที่ปลูกด้วยน้ำทิพย์สวรรค์ไม่เพียงแต่ปราศจากสารพิษและรสชาติหวานกรอบตามธรรมชาติเท่านั้น แต่ยังมีกลิ่นหอมละมุนที่ต่อให้เป็นคนเกลียดผักเข้าไส้ก็ยากจะปฏิเสธ
ทันใดนั้น ประตูครัวก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแรงร่างสูงใหญ่ของจวินเยี่ยก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าเรียบเฉยตามวิสัยของบุรุษผู้ผ่านสนามรบมาโชกโชน ดวงตาคมกริบกวาดมองอาหารบนโต๊ะที่มีทั้งผักผัดน้ำมันหอย แกงจืดเต้าหู้หมูสับใส่ผักกาดขาว และน้ำพริกผักลวกที่จัดแต่งไว้อย่างน่ารับประทาน
คิ้วหนาของท่านแม่ทัพขมวดมุ่นเข้าหากันเล็กน้อย เขากลืนน้ำลายลงคออย่างฝืนๆ ความทรงจำในวัยเด็กที่ถูกบังคับให้กินผักต้มเปื่อยยุ่ยรสชาติขมปี๋ผุดขึ้นมาในหัวจนทำให้รู้สึกพะอืดพะอม แต่ทว่า... กลิ่นหอมที่ลอยเตะจมูกอยู่ในเวลานี้ กลับไม่มีกลิ่นเหม็นเขียวอันน่าสะพรึงกลัวนั้นเลยแม้แต่น้อย
"มองอะไรอยู่เล่าเจ้าคะท่านแม่ทัพ หรือว่าอาหารฝีมือภรรยาคนนี้ไม่ถูกปากท่าน" หลินอิงเอ่ยแซะขึ้นเบาๆ พร้อมกับวางตะเกียบลงข้างจาน นางใช้ผ้าเช็ดมือลวกๆ แล้วเดินเข้าไปใกล้บุรุษร่างยักษ์ที่ยืนตัวแข็งทื่ออยู่หน้าโต๊ะอาหาร "หรือท่านกลัวว่า... ผักพวกนี้จะทำให้ท่านเสียฟอร์มท่านแม่ทัพผู้ยิ่งใหญ่กันล่ะคะ"
จวินเยี่ยปรายตามองสตรีตรงหน้า แววตาคมปลาบมีความรู้สึกซับซ้อนฉายชัด เขาเกลียดผัก... นี่คือเรื่องที่คนทั้งเมืองหลวงต่างรู้ดี ทว่ายามนี้ ร่างกายของเขากลับทรยศด้วยการสั่งให้ก้าวขาเข้ามาในครัวนี้เอง ตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่เขาพ่ายแพ้ให้กับกลิ่นหอมของอาหารธรรมดาๆ เช่นนี้
"ข้าไม่ได้กลัวสิ่งใด" ชายหนุ่มตอบด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำราบเรียบ ก่อนจะหย่อนกายลงนั่งที่เก้าอี้ไม้ตัวใหญ่ ดวงตาคมจ้องมองจานผักกวางตุ้งสีเขียวสดใสราวกับมันคือค่ายกลของศัตรูที่ต้องระวังตัว
หลินอิงลอบหัวเราะในลำคออย่างนึกขัน นางรู้ดีว่าบุรุษผู้นี้ฟอร์มจัดเพียงใด มือเรียวตักข้าวสวยร้อนๆ ส่งให้เขา ก่อนจะคีบยอดผักกวางตุ้งสีเขียวกรอบชิ้นโตวางลงบนชามข้าวของสามี "ลองชิมดูเสียก่อนเถอะค่ะท่านพี่... หากไม่อร่อยจริง ท่านค่อยสั่งให้ข้าเอาไปเททิ้งให้ไก่กินก็ยังไม่สาย"
จวินเยี่ยสูดลมหายใจเข้าลึก ริมฝีปากหนาเม้มเข้าหากันแน่นราวกับกำลังจะออกรบ เขาใช้ตะเกียบคีบชิ้นผักขึ้นมาอย่างระมัดระวัง แล้วส่งเข้าปากไปคำหนึ่ง
ความเงียบปกคลุมห้องครัวชั่วขณะ
ดวงตาคมกริบของแม่ทัพหนุ่มเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยโดยไม่รู้ตัว สัมผัสแรกที่แตะลงบนลิ้นไม่ใช่รสขมฝาดหรือความเหม็นเขียวที่เขาหวาดกลัว แต่กลับเป็นความหวานฉ่ำตามธรรมชาติที่กระจายซ่านไปทั่วโพรงปาก ความกรอบของใบผักที่เคี้ยวแล้วดังกรุบเบาๆ ผสมผสานกับความเค็มกลมกล่อมของน้ำมันหอยและกระเทียมเจียวหอมกรุ่น มันช่าง... เข้ากันได้อย่างน่าอัศจรรย์ใจ!
หลินอิงยืนกอดอกมองปฏิกิริยานั้นด้วยรอยยิ้มพึงพอใจ นางเห็นประกายความประหลาดใจในแววตาของเขาอย่างชัดเจน
"เป็นอย่างไรบ้างคะท่านแม่ทัพ..." นางเอ่ยถามเสียงหวานเย้าแหย่ "ผักเหม็นเขียวที่ท่านเกนักเกหนา รสชาติพอกินได้หรือไม่"
จวินเยี่ยเคี้ยวอาหารในปากอย่างช้าๆ รสชาติละมุนลิ้นนี้ทำให้เขารู้สึกราวกับว่าตลอดชีวิตที่ผ่านมา เขาพลาดสิ่งดีๆ ไปมากมายเพียงเพราะอคติโง่ๆ ชายหนุ่มกลืนอาหารลงคออย่างนุ่มนวล ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาภรรยา สายตาที่เคยเย็นชากลับทอประกายความนุ่มนวลอย่างประหลาด
"อร่อย..." จวินเยี่ยเอ่ยสั้นๆ แต่ทว่าน้ำเสียงกลับหนักแน่นจริงจัง มือใหญ่ไม่รอช้า คีบผักเข้าปากคำที่สองและคำที่สามตามมาติดๆ ราวกับกลัวว่าภรรยาจะเปลี่ยนใจแย่งคืนไปเสียก่อน
หลินอิงหัวเราะคิกคักออกมาอย่างอารมณ์ดี ความรู้สึกสะใจเล็กๆ ผสมผสานกับความอบอุ่นหัวใจแล่นริ้วขึ้นมา แม่ทัพผู้เกลียดผักจนเป็นตำนาน ยามนี้กลับกำลังก้มหน้าก้มตากินผักฝีมือภรรยาด้วยความเอร็ดอร่อยจนหมดจาน ภาพนี้หากหลี่จื่อและคนตระกูลหลี่ได้มาเห็นเข้า คงอกแตกตายด้วยความริษยาเป็นแน่แท้
บรรยากาศภายในเรือนสกุลจวินเต็มไปด้วยความสุขสงบและเสียงหัวเราะเบาๆ ของสองสามีภรรยา ทว่าความสงบสุขนั้นมักอยู่ได้ไม่นานนัก
*ปัง! ปัง! ปัง!*
เสียงทุบประตูด้านนอกดังสนั่นหวั่นไหวราวกับมีคนจงใจมาพังเรือน ตามมาด้วยเสียงโวยวายหยาบคายของชายฉกรรจ์กลุ่มหนึ่งที่ตะโกนเรียกชื่อหลินอิงลั่นหมู่บ้าน
"นังตัวดีหลินอิง! ออกมาพบข้าเดี๋ยวนี้! กล้าดียังไงถึงมาแย่งซื้อผักตัดหน้าคุณหนูหลี่ หาญกล้านักนะมึง!"
จวินเยี่ยชะงักมือที่กำลังจะคีบชิ้นเต้าหู้เข้าปาก ใบหน้าคมเข้มที่เพิ่งจะผ่อนคลายลงพลันกลับมาเย็นยะเยือกดุจน้ำแข็งในฤดูหนาว ดวงตาสีดำสนิทลุกโชนด้วยประกายสังหารที่น่าสะพรึงกลัว บรรยากาศรอบกายพลันแผ่รังสีอำมหิตออกมาจนอากาศในห้องแทบจะหยุดนิ่ง
หลินอิงหุบยิ้มทันที นางหันไปมองหน้าสามีแวบหนึ่ง ก่อนจะยกย่องมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มเย็นเยียบที่ซ่อนความร้ายกาจเอาไว้เต็มเปี่ยม
"ดูท่า... อาหารมื้อนี้ของท่านแม่ทัพคงต้องหยุดพักไว้ชั่วคราวเสียแล้วกระมั้งคะ" นางเอ่ยเสียงเบา แต่แววตากลับระยับด้วยความสนุกสนาน "มีสุนัขบ้ากลุ่มใหญ่มาเห่าหอนหน้าบ้านเรา เสียเวลาจริงๆ เลยนะคะว่าไหม"
จวินเยี่ยค่อยๆ วางตะเกียบลงบนโต๊ะอย่างใจเย็น ทว่าเสียงกระทบเบาๆ นั้นกลับดังก้องกังวานอยู่ในโสตประสาทของคนฟังราวกับเสียงมัจจุราชเคาะประตูเรียก ร่างสูงใหญ่ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงจนหลังเกือบชนขื่อบ้าน นัยน์ตาคมกริบกวาดมองไปทางประตูก่อนจะแค่นเสียงฮึดฮัดในลำคอ
"สุนัขบ้ากลุ่มไหนกล้ามาเห่าหอนรบกวนเวลากินข้าวของภรรยาข้า..." จวินเยี่ยปรายตามองภรรยาแววตาเต็มไปด้วยความคลั่งรักและดุดันในเวลาเดียวกัน "อยู่ให้ข้าหั่นเป็นชิ้นๆ ไปเลี้ยงหมูหลังบ้านเสียดีกว่า"
พูดจบร่างหนาก็ก้าวเท้าเดินตรงไปยังประตูหน้าบ้านด้วยท่าทีคุกคาม โดยมีหลินอิงเดินตามหลังมาติดๆ ด้วยรอยยิ้มระรื่นราวกับกำลังจะไปชมละครฉากใหญ่
ทันทีที่จวินเยี่ยกระชากประตูบ้านเปิดออก แสงสว่างจ้าสาดส่องกระทบใบหน้าบึ้งตึงของหัวหน้าอันธพาลและสมุนอีกสี่คนที่ยืนถือไม้หน้าสามเตรียมพังบ้าน ทว่าเมื่อพวกมันสบเข้ากับนัยน์ตาคู่คมดุจพญาอินทรีย์และบรรยากาศอันน่าสะพรึงกลัวราวกับยมทูตของท่านแม่ทัพจวินเยี่ย ร่างกายของพวกมันก็แข็งทื่อราวกับถูกสาปให้เป็นหินในทันที!
[โปรดติดตามตอนต่อไป... หึๆ งานนี้มีคนต้องคุกเข่าขอร้องชีวิตแน่ๆ รี้ดที่รักเตรียมป๊อปคอร์นรอชมความสะใจได้เลยนะคะ!]
---
รักและคิดถึงรี้ดทุกท่านเสมอค่ะ ❤️
- สวนส้มปลายฟ้า -
เกษตรกรสาวมือฉมังกับท่านแม่ทัพผู้เกลียดผัก•ตอนที่ 3
เมื่อแม่ทัพจอมโหดติดใจรสชาติอาหาร
ผลงานโดย สวนส้มปลายฟ้า
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สวนส้มปลายฟ้า)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เกษตรกรสาวมือฉมังกับท่านแม่ทัพผู้เกลียดผัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!