กลิ่นหอมกรุ่นของน้ำซุปกระดูกหมูเคี่ยวตุ๋นกับสมุนไพรจีนโชยตลบอบอวลไปทั่วตรอกเล็ก ๆ หลังตลาดสด แม้จะเป็นเวลาพลบค่ำที่ผู้คนควรจะแยกย้ายกลับบ้านเรือน แต่ในยามนี้หน้าร้านอาหารขนาดกะ휴ที่ใช้ป้ายไม้เนื้อดีสลักตัวอักษรเรียบง่ายว่า "สวนส้มปลายฟ้า" กลับเนืองแน่นไปด้วยสายตาอยากรู้อยากเห็นของชาวบ้าน
"แม่นางหลิน เจ้าแน่ใจแล้วหรือว่าจะเปิดขายยามนี้? อีกฝั่งถนนนั่นคือร้านเหล้าตระกูลหลี่เชียวนะ เจ้าไม่กลัวลูกค้าหนีหายไปหมดหรือ" เสียงกระซิบกระซาบจากป้าข้างบ้านดังขึ้นด้วยความหวังดี แต่หลินอิงกลับเพียงแค่แย้มรอยยิ้มบางเบา นางกำลังใช้ทัพพีไม้คนน้ำซุปในหม้อดินขนาดใหญ่ด้วยความมั่นใจ
บนโต๊ะไม้ขัดมันวาวสะอาดตา วัตถุดิบชั้นเลิศที่ถูกเก็บสด ๆ จากมิติลับเมื่อยามบ่ายถูกจัดวางอย่างเป็นระเบียบ ทั้งผักกาดเขียวกรอบกริบไร้รอยหนอน ใบยี่หร่าส่งกลิ่นหอมฉุนชวนน้ำลายสอ และเนื้อหมูสามชั้นที่ติดมันสัดส่วนงดงามราวกับงานศิลปะ สิ่งเหล่านี้ล้วนไม่ใช่ผักธรรมดาตามท้องตลาดทั่วไป แต่มันคือผลผลิตจากน้ำค้างสวรรค์ที่ผ่านการเร่งโตด้วยพลังวิเศษในมิติลับของนางเอง
"ท่านป้าไม่ต้องห่วงค่ะ ของอร่อยเสียอย่าง ต่อให้หลบอยู่ในซอกหลืบ ลูกค้าก็ย่อมตามกลิ่นมา" หลินอิงตอบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่หนักแน่น ดวงตาคู่สวยประกายระยิบระยับด้วยความเจ้าเล่ห์เล็กน้อย
ทันใดนั้นเอง บรรยากาศรอบด้านก็พลันเงียบสงบลงอย่างประหลาด เสียงพูดคุยจอแจของชาวบ้านค่อย ๆ เบาลงเมื่อเงาร่างสูงโปร่งในชุดคลุมสีเข้มก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่หน้าร้าน กลิ่นอายกดดันอันเป็นเอกลักษณ์และใบหน้าหล่อเหลาราวกับเทพเซียนที่บึงบัวสลักเสลามาอย่างประณีต แต่กลับฉายแววเย็นชาจนคนรอบข้างต้องถอยร่น
จวินเยี่ย... ท่านแม่ทัพผู้เกลียดผักเข้าไส้ บัดนี้กลับยืนตระหง่านอยู่ตรงหน้าโต๊ะอาหารของนางเสียแล้ว
ชายหนุ่มกวาดสายตาคมกริบมองไปยังหม้อน้ำซุป ก่อนจะหยุดนิ่งที่ใบหน้าของหญิงสาว รอยยิ้มมุมปากของหลินอิงทำให้เขาต้องเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย
"เจ้ากล้าเปิดร้านขายของกินเล่นเช่นนี้ รสชาติคงไม่ทำให้ข้าผิดหวังกระมั้ง แม่ค้าตัวน้อย" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นด้วยความระคนเย้าแหย่ ทว่าแววตากลับทอประกายความเอ็นดูที่ปิดไม่มิด
"ถ้าท่านแม่ทัพไม่ลองชิมด้วยตนเอง เกรงว่าท่านคงพลาดเมนูเด็ดที่จะเปลี่ยนอคติที่มีต่อ 'ผัก' ไปตลอดกาลเลยนะคะ" หลินอิงไม่รอช้า นางตักเส้นบะหมี่ทำมือเหนียวนุ่มลงในชามเคลือบ ราดด้วยน้ำซุปกระดูกหมูเคี่ยวเข้มข้น โปะหน้าด้วยหมูสามชั้นตุ๋นจนเปื่อยนุ่มละลายในปาก และที่ขาดไม่ได้คือผักกาดเขียวกรอบสีเขียวมรกตที่ผ่านการลวกในน้ำเดือดเพียงสามวินาทีเพื่อคงความหวานกรอบ
กลิ่นหอมเย้ายวนใจพุ่งทะยานขึ้นเตะจมูกทันทีที่ชามถูกวางลงตรงหน้า จวินเยี่ยชะงักไปเล็กน้อยเมื่อเห็นสีเขียวสดใสของผักในชาม ปกติแล้วเขาเกลียดชังรสชาติขมเขื่อนของผักใบเขียวเป็นที่สุด แต่ยามนี้ กลิ่นหอมหวานละมุนและความแปลกใหม่ของมันกลับดึงดูดใจจนเผลอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากจะ
ในขณะที่ท่านแม่ทัพกำลังจะหยิบตะเกียบ ทันใดนั้น เสียงตึงตังโครมครามก็ดังขึ้นจากฝั่งตรงข้าม หลี่จื่อ เจ้าของร้านอาหารคู่แข่งตระกูลหลี่เดินนำลูกน้องร่างกำยำหลายคนตรงดิ่งเข้ามาด้วยสีหน้าถมึงทึง ดวงตาแดงก่ำด้วยความริษยาเมื่อเห็นว่าลูกค้ารุมล้อมหน้าร้านของหลินอิง
"หลินอิง! นังสารเลว เจ้ากล้าดียังไงมาเปิดร้านแข่งกับข้า แถมยังเอาผักเน่า ๆ พวกนี้มาหลอกลวงชาวบ้านอีก!" หลี่จื่อตบโต๊ะเสียงดังสนั่น หมายจะพังร้านของนางให้ราบคาบในคราเดียว
ทว่ายังไม่ทันที่มือสกปรกนั้นจะแตะโดนขอบโต๊ะ ร่างสูงของจวินเยี่ยก็ขยับวูบเดียว บีบข้อมือของหลี่จื่อไว้แน่นราวกับคีมเหล็ก แรงกดดันอันน่าสะพรึงกลัวแผ่ซ่านออกมาจากตัวท่านแม่ทัพจนหลี่จื่อหน้าซีดเผือด เข่าแทบทรุดลงไปกองกับพื้น
"มือสกปรกเช่นนี้... เจ้ากล้าดียังไงจะมาแตะต้องภรรยาของข้า?"
ความเงียบกริบปกคลุมไปทั่วบริเวณ ชั่วพริบตานั้นเอง กลิ่นหอมแปลกประหลาดอีกสายหนึ่งก็ลอยมาจากหม้อตุ๋นลับด้านหลังร้าน พร้อมกับเสียงกระซิบของระบบมิติลับที่ดังขึ้นในหัวของหลินอิงเตือนถึงแขกไม่ได้รับเชิญกลุ่มใหญ่ที่กำลังมุ่งหน้ามาทางนี้... และหนึ่งในนั้น คือคนจากจวนตระกูลเดิมที่นางเกลียดชังที่สุด
รักและคิดถึงรี้ดทุกท่านเสมอค่ะ ❤️
- สวนส้มปลายฟ้า -
เกษตรกรสาวมือฉมังกับท่านแม่ทัพผู้เกลียดผัก•ตอนที่ 4
เปิดป้ายร้านอาหารมื้อค่ำ
ผลงานโดย สวนส้มปลายฟ้า
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สวนส้มปลายฟ้า)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เกษตรกรสาวมือฉมังกับท่านแม่ทัพผู้เกลียดผัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!